Today’s NEWS FEED

News Feed

(เพิ่มเติม) JKN ซื้อช่องทีวี NEW18 เปลี่ยนชื่อเป็น JKN18 รุกธุรกิจคอมเมิร์ซ ตั้งเป้า 3 ปีทำรายได้รวม แตะ 5,000 ลบ.

1,283

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (19 เมษายน 2564)-----JKN ประกาศแผนลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ เข้าซื้อกิจการช่อง NEW18 พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “JKN18” ชูกลยุทธ์ “ซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง” สร้างกระแสผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน พร้อมก้าวสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมกัญชง วางเป้าหมาย 3 ปี ผลักดันรายได้เติบโตสู่ 5,000 ล้านบาท


นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) JKN เปิดเผยว่า บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมปี2564 เติบโต 15% หรือแตะที่ระดับ 2,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,682.87 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจธุรกิจคอนเทนต์ 1,950 ล้านบาท และรายได้จากธุรกิจคอมเมิร์ซ 550 ล้านบาท ภายใต้บริษัท เจเคเอ็น เอ็มเอ็นบี จำกัด(JKN MNB) ที่บริษัทถือหุ้น 51% และบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล ลิฟวิ่ง เน็ทเวิร์ค จำกัด (JKN Global Living) หลังคณกรรมการ(บอร์ด)ได้อนุมัติเข้าลงทุนเข้ามาเป็นบริษัทในเครือ JKN ในช่วงกลางเดือน พฤษภาคม 2564 แบ่งเป็น รายได้จากผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และความสวยงาม 450 ล้านบาท และผลิตภัณฑ์เครื่องดื่ม 100 ล้านบาท(ปกติปีละ 40 ล้านบาท)

ด้านอัตรากำไรขั้นต้นจะขยับสู่ระดับ 47-50% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรขั้นต้น 45% เนื่องจากในปี 2563 มีการเจรจาปิดดีลซื้อคอนเทนต์ในราคาค่อนข้างถูก ทำให้มีความสามารถในการทำกำไรสูง และสามารถปิดยอดขายคอนเทนต์รอรับรู้รายได้(Backlog)800 ล้านบาท หรือคิดเป็น 50%ของเป้าหมายแล้ว ล่าสุด ได้ออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน Cupid(คิวปิด) ที่กำลังกระจายสู่กว่า 2,000 สาขาของโลตัสภายในสิ้นเดือน เมษายน 2564

ประกอบกับบริษัทฯ ได้เข้าซื้อกิจการของ บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสต์ จำกัด เพื่อเข้าบริหารทีวีดิจิทัลช่อง NEW18 ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น JKN18 ซึ่งการเข้ามาบริหารกิจการดังกล่าว จะช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทให้เติบโตก้าวกระโดด ซึ่งบริษัทได้วางเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีรายได้แตะที่ระดับ 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตเท่าตัว จากปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้รวม 2,500 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจ Content ประมาณ 2,000 ล้านบาท และธุรกิจ Commerce อีก 500 ล้านบาท

 

สำหรับการเข้าซื้อกิจการดังกล่าว ใช้งบลงทุนไม่เกิน 1,100 ล้านบาท โดยใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดจำนวนไม่เกิน 450 ล้านบาท และสินเชื่อจากสถาบันการเงินอีก 450 ล้านบาท ส่วนที่เหลือเป็นการผ่อนชำระอีก 36 งวด ซึ่งภายหลังเข้าซื้อกิจการ บริษัทฯ จะนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของบุคลากรของ JKN ที่มีธุรกิจคอนเทนต์ที่แข็งแกร่ง เข้าไปเพิ่มศักยภาพการผลิตรายการข่าวให้น่าสนใจเพื่อสร้างเรตติ้งที่ดีให้แก่สถานี โดยมีเป้าหมายเรตติ้งติดอันดับท็อป10 ของประเทศ


นอกจากนี้ การเข้าบริหารช่อง JKN18 จะช่วยสนับสนุนธุรกิจ Commerce ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างให้เข้ามาอยู่ภายใต้กลุ่ม JKN ให้เติบโตทั้งด้านยอดขาย และการสร้างอัตราการทำกำไรขั้นต้นอยู่ในระดับที่ดี ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรขั้นต้นโดยเฉลี่ยของกลุ่ม JKN เพิ่มเป็นมากกว่า 50% และยังช่วยสนับสนุนในเชิงกลยุทธ์การเติบโตระยะยาวของบริษัทอีกด้วยโดยการมี JKN18 จะช่วยทำให้บริษัทก้าวเข้าสู่ Content Commerce Company อย่างเต็มตัว พร้อมขยายฐานผู้ชมจากทีวีดาวเทียมไปสู่ทีวีดิจิทัลและผลักดันการเติบโตกลุ่มธุรกิจ Commerce

พร้อมกันนี้ บริษัทจะนำจุดแข็งด้านการผลิตคอนเทนต์รายการ ประกอบด้วย รายการข่าวที่นำเสนอประเด็นร้อนผ่านมีพิธีกรชื่อดังให้แก่ผู้ชมตลอดทั้งวัน และรายการคอนเทนต์ซีรีส์ดังที่จะมาสร้างความบันเทิงมาสร้างเรตติ้งให้แก่ช่อง JKN18 รวมถึงใช้เป็นช่องทางสื่อสารถึงคุณภาพผลิตภัณฑ์และจำหน่ายไปยังกลุ่มผู้ชมโดยตรง หรือ D2C ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ JKN มีช่องทางการขายที่แข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้นทั้งช่องทางออนไลน์และช่องทางออฟไลน์ เพื่อสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อสินค้าของผู้บริโภคในยุค New Normal


ทั้งนี้ บริษัทได้ประเมินว่าช่องJKN18 จะสามารถคืนทุนได้ภายในระยะ 4 ปี เนื่องจากจะใช้คอนเทนต์ที่มีอยู่ในมือทั้งหมด ทำให้ลดต้นทุนด้านคอนเทนต์เป็นศูนย์ ช่วยลดค่าโฆษณาลงอย่างมีนัยสำคัญ การใช้เวลาในของผังช่องในการโฆษณาขายโปรดักซ์ในเครือ และพร้อมย้ายทีมงานไปยังตึกใหม่แบริ่ง หรือ JKN Empire โดยไม่ต้องมีการลงทุนอุปกรณ์ใช้งานต่างๆเพิ่ม เนื่องจาก NEW18 ได้ลงทุนไว้ค่อนข้างครบ และทันสมัย

 
ปัจจุบัน บริษัทมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงามซึ่งจะนำมาโปรโมทในช่องของ JKN18 ประกอบด้วย สินค้าภายใต้แบรนด์ Olig Fiber (โอลิก ไฟเบอร์), V-Allin (วี ออลิน), Hair now (แฮร์นาว), Instinct (อินสติงท์) และ C-TRIA by Anne JKN (ซีเทรีย) ซึ่งสินค้าดังกล่าวจะโปรโมทผ่านกลยุทธ์ ‘ซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง’ โดยใช้ดาราศิลปินมาเป็นพรีเซ็นเตอร์กระตุ้นการใช้และซื้อสินค้าเพื่อสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด รวมถึงพัฒนาเครื่องดื่มสมุนไพรสกัดผสมวิตามิน ภายใต้แบรนด์ Cupid (คิวปิด) ได้แก่ Dragon X (ดราก้อน เอ็กซ์) และ Tiger X (ไทเกอร์ เอ็กซ์) ที่เตรียมออกวางจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคภายในเดือนนี้

“เรามีศักยภาพและพร้อมรุกทำตลาด Commerce จากการมีนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และช่อง JKN18 ที่ต่อยอดในด้านการเป็นเครื่องมือทางด้านการตลาดและช่องทางขายไปยังผู้บริโภคโดยตรง มาผนวกกลยุทธ์การตลาดซูเปอร์สตาร์มาร์เก็ตติ้ง ทำให้เรามั่นใจว่าธุรกิจ Commerce จะเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตอย่างก้าวกระโดดให้แก่กลุ่ม JKN” นาย จักรพงษ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ เตรียมออกผลิตภัณฑ์ใหม่ 20 รายการ ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมมาจากสารสกัดของกัญชงถึง 10 รายการ แบ่งเป็น เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 3 รายการ และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร 7 รายการ ซึ่งตัวแรกจะผลิตภัณฑ์ดื่มแล้วหลับ และดื่มแล้วตื่น รวมถึงผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆตามมาตามการปลดล็อคกัญชา-กัญชงของภาครัฐ เพื่อตอบสนองความต้องการตามเทรนด์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง DOD พร้อมกับเปิดกว้างพันธมิตรรายอื่น เพื่อร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ใช้สารสกัดจากกัญชงให้ตอบสนองความต้องการลูกค้าในปัจจุบัน

ด้านผลการดำเนินงานของJKN มีกำไรสุทธิทุกปี และนับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)ตลอด 3 ปี(2561-2563) มีรายได้รวม และกำไรสุทธิเติบโตเฉลี่ย(CAGR) 24.5% ต่อปี โดยในปี 2564 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมเติบโต 15% แตะ 2,500 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้รวม 1,682.87 ล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจธุรกิจคอนเทนต์ 1,950 ล้านบาท

 

 

 

 

 

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews:GUNKUL โค้งแรกกำไรพุ่ง 38.60 % ลั่นปีนี้ผลงานโตทะลุเป้า 20%

GUNKUL ไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง ปั๊มผลงานไตรมาส1/64 โชว์กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 608.59 ล้านบาท พุ่งกระฉูดกว่า 38.60%

คัมภีร์หุ้น By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ : ตลาด After Shock หุ้นตก 70 ริกเตอร์ เอายังไงกันต่อ ?

*หลังจากหุ้นร่วงยังกับแผ่นดินไหว 70 จุด รูดทีเดียวถึงเป้า 1500 แล้วเด้งเฉียบพลัน แล่วมันจะยังไงกันต่อ และเราต้องทำยังไง

เริ่มใหม่ By: แม่มดน้อย

รีบาวน์ เจอแรงขาย ก็ต้องถอยกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ได้แรงหนุนจากตลากต่างประเทศ ชักธงเขียว....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้