Today’s NEWS FEED

News Feed

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้เศรษฐกิจจีนไตรมาส 1/ 2564 เติบโต 18.3% (YoY) สูงสุดในรอบ 29 ปี จากฐานที่ต่ำในปีก่อนหน้า ทั้งปี 64 ยังคาดขยายตัว 8.0-8.5%

2,158

 

 

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (16 เมษายน 2564)------ เศรษฐกิจจีนในไตรมาสที่ 1/2564 ขยายตัวอย่างต่อเนื่องที่ร้อยละ 18.3 (YoY) จากไตรมาสที่ 4/2563 ที่ขยายตัวร้อยละ 6.5 (YoY) ซึ่งเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจรายไตรมาสที่สูงสุดในรอบ 29 ปี นับตั้งแต่ที่จีนเริ่มเก็บสถิติในปี 2535 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากประสิทธิภาพของทางจีนการในควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาดำเนินได้อย่างปกติ แม้จะมีการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในหลากหลายหัวเมือง จนทำให้ทางการจีนต้องมีคำสั่งปิดเมือง และระงับการเดินทางข้ามเขตในช่วงเทศกาลตรุษจีน แต่หลักๆ แล้วมาจากฐานที่ต่ำในไตรมาส 1/2563 ที่หดตัวร้อยละ (-)6.8 (YoY) เนื่องจากหากเปรียบเทียบการเติบโตรายไตรมาส ที่อาจสะท้อนการเติบโตทางเศรษฐกิจได้ดีกว่า จะเห็นว่าเศรษฐกิจจีนเติบโตเพียงร้อยละ 0.6 (QoQ) จากความเปราะบางของการบริโภคภาคเอกชน ภาคการผลิตและการลงทุนที่ฟื้นตัวไม่เท่ากันในแต่ละหมวดหมู่อุตสาหกรรม รวมถึงภาพรวมการส่งออกที่ยังถูกกดดันจากการที่เศรษฐกิจทั่วโลกยังไม่กลับมาฟื้นตัวอย่างเต็มที่

- สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจจีน 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงมีมุมมองต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนตลอดทั้งปี ไว้ในกรอบประมาณการเดิมที่ร้อยละ 8.0 – 8.5 แม้ว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกจะขยายตัวสูงกว่าที่คาด ซึ่งมาจากปัจจัยฐานที่ต่ำเป็นหลัก ในขณะที่เส้นทางการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะถัดไป ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงในประเด็นความคืบหน้าและประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีน รวมไปถึงความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแนวโน้มที่คลี่คลายหลังการเข้าดำรงตำแหน่งของไบเดน รวมถึงมาตรการที่กลุ่มประเทศคู่ค้าจะออกมาตอบโต้จีนเพิ่มเติม ทำให้ตัวเลขต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังรุมเร้า คาดว่าทางการจีน ยังมีเครื่องมือและทรัพยากรทางการเงินและการคลังมากเพียงพอ ที่จะประคับประคองให้เศรษฐกิจจีนในปีนี้ ขยายตัวได้ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวที่คาดการณ์ไว้

o ภาคการบริการที่เกี่ยวเนื่องกับการบริโภคภาคเอกชนยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังต่ำกว่าระดับช่วงก่อนเกิดโควิด แม้จะมีคำสั่งปิดเมืองในบางพื้นที่ ในช่วงต้นปี 2564 และระงับการเดินทางข้ามเขตในช่วงเทศการปีใหม่จีน แต่การค้าปลีกออนไลน์เติบโตอย่างต่อเนื่องหนุนการขยายตัวของตัวเลขการค้าปลีก (Retail Sale) ในไตรมาสแรกของปี 2564 ให้เติบโตร้อยละ 33.9 (YoY) ในขณะที่ หากคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยของตัวเลขค้าปลีกในไตรมาสแรกของปี 2563 และไตรมาสแรกของปี 2564 ที่ขยายตัวที่ร้อยละ 4.2 ซึ่งยังเป็นระดับที่ต่ำกว่าระดับปกติก่อนเกิดวิกฤติโควิด-19 (เติบโตเฉลี่ยที่ร้อยละ 8.04 ในปี 2562) อย่างไรก็ดี เริ่มเห็นการกลับมาคึกคักของการจับจ่ายสินค้าไม่จำเป็นมากขึ้น เช่น อุปกรณ์กีฬาและสันทนาการ เป็นต้น
o ภาคการผลิตของจีนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่เติบโตในอัตราที่ต่างกันในแต่ละภาคอุตสาหกรรม โดยเป็นขับเคลื่อนด้วยภาคการผลิตที่ใช้อุตสาหกรรมขั้นสูงเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางแผนพัฒนาเศรษฐกิจของจีนฉบับที่ 14 ที่เน้นการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างมีคุณภาพ โดยในภาพรวมตัวเลขดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production Index) เติบโตหดตัวลงเล็กที่ร้อยละ 14.1 (YoY) ในเดือนมีนาคม 2564 ลดลงจากเติบโตในอัตรา 35.1 (YoY) ในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2564 ในแง่ของการเติบโตรายอุตสาหกรรม มูลค่าเพิ่มของการผลิตเครื่องจักรอุปกรณ์และการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 39.9 และ 31.2 (YoY) ตามลำดับ หรือนับเป็นการเติบโตเฉลี่ยสองปีที่ร้อยละ 9.7 และ 12.3 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ หุ่นยนต์ไมโครคอมพิวเตอร์และวงจรรวม ล้วนขยายตัวมากกว่าร้อยละ 60.0 (YoY) ในขณะที่การผลิตในภาคอื่นๆ ขยายตัวเพียงเล็กน้อย อาทิ การผลิตในอุตสาหกรรมทั่วไป และการผลิตในอุตสาหกรรมเหมือง
o ภาคการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรฟื้นตัวล่าช้าในภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิม แต่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในอุตสาหกรรมที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคุณภาพประชากร ในภาพรวม การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed Asset Investment) เติบโตในอัตราร้อยละ 25.6 (YoY) ในไตรมาส 1/2564 หรือเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.06 (QoQ) โดยการเติบโตถูกขับเคลื่อนจากอุตสาหกรรมที่เน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพประชากรมากกว่าอุตสาหกรรมดั้งเดิม อาทิ การลงทุนภาคการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง และการลงทุนในภาคสุขภาพและภาคการศึกษา ในขณะที่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การลงทุนภาคการผลิต และการลงทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ เติบโตอย่างชะลอตัว
o ภาพรวมการส่งออกของจีนยังคงขยายตัวต่อเนื่อง หากเทียบกับฐานที่ต่ำในช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยอดการส่งออกยังต่ำกว่าไตรมาสก่อนหน้า โดยการส่งออกในไตรมาส 1/2564 ขยายตัวร้อยละ 48.81 (YoY) ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวร้อยละ 27.62 (YoY) แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อน การส่งออกหดตัวร้อยละ (-) 9.8 (QoQ) ในขณะที่การนำเข้าขยายตัวร้อยละ 3.1 (QoQ) ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวะสงครามการค้า แต่การส่งออกจากจีนไปยังประเทศสหรัฐกลับเติบโตสูงสุดในอัตรา 61.3 (YoY) ตามมาด้วยสหภาพยุโรปที่เติบโตในอัตราร้อยละ 36.4 (YoY) ในขณะที่กลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของจีน เติบโตในอัตราร้อยละ 26.1 (YoY) ในทางกลับกัน การขยายตัวของการนำเข้าเป็นผลจากการนำเข้าสินค้าโภคภัณฑ์ อาทิ น้ำมันดิบ ทองแดง เหล็ก ถั่วเหลือง น้ำมันพืช เพื่อตอบสนองการขยายตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ
 ทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในช่วงไตรมาสที่เหลือของปี 2564 คาดว่าจะฉายภาพการเติบโตต่อเนื่อง แต่ต่ำกว่าที่คาดไว้ จากความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ยังล่าช้า การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่อาจชะลอตัวลงจากการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่อาจเร็วเกินไป และความเสี่ยงด้านสงครามการค้าที่ยังคงไม่แน่นอน

o ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในจีนยังคงล่าช้า โดยข้อมูล ณ วันที่ 10 เมษายน 2564 ประชากรจีนได้รับวัคซีนแล้วทั้งสิ้น 164.5 ล้านโดส ซึ่งยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ตั้งไว้ในการได้รับวัคซีนครอบคลุม 560 ล้านคน หรือประมาณ 40% ของประชากรภายในเดือนมิถุนายน 2564 และครอบคลุม 70% ของประชากรเพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ภายในเดือนธันวาคม 2564 ซึ่งหากการฉีดวัคซีนยังคงล่าช้า อาจมีความเสี่ยงในการเกิดการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ในบางหัวเมือง ดังเช่นที่เกิดในช่วงต้นปี 2564 ก่อให้เกิดความชะงักงันทางกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่อาจลดลง และการชะลอตัวในภาคการลงทุนได้
o ในขณะที่การถอนมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่อาจเร็วเกินไป ท่ามกลางความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุนยังไม่กลับมา อาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนจีนในระยะข้างหน้า การใช้นโยบายทางการเงินและการคลังของจีนในปี 2564 มีทิศทางที่ค่อนข้างระมัดระวัง รวมถึงการงดการออกพันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษ (Special Treasury Bond) ในการจัดหาเงินทุนเพื่อนำเม็ดเงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจหลังการอุบัติของโควิด-19 (ปี 2563: 1 ล้านล้านหยวน) ในทำนองเดียวกัน ทิศทางการใช้นโยบายทางการเงินของจีนเป็นการเน้นใช้เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเงิน มากกว่าการใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และไม่ได้มีการประกาศใช้นโยบายทางการเงินแบบนอกกรอบ (Unconventional Monetary Policy) เพิ่มเติมจากปีที่แล้ว
o ขณะที่ทิศทางการส่งออกของจีนในปี 2564 ยังเผชิญความท้าทาย ท่ามกลางความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และสงครามทางการค้าที่อาจขยายเป็นวงกว้าง แม้ว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้ปรับมุมมองเศรษฐกิจโลกไปในทิศทางเป็นบวกมากขึ้น โดยปรับประมาณการเติบโตเศรษฐกิจโลกขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 6.0 ในเดือนเมษายน 2564 (ปรับขึ้นจากประมาณการเดิมที่ร้อยละ 5.5 ในเดือนมกราคม 2564) รวมถึงความคืบหน้าในเรื่องของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เป็นปัจจัยเร่งสำคัญต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ยิ่งไปกว่านั้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของแต่ละประเทศยังเป็นเหตุให้เศรษฐกิจทั่วโลกกลับมาฟื้นตัวเร็วเกิดคาด อาทิ การออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ของสหรัฐฯ ที่ล่าสุดที่ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการแล้ว อย่างไรก็ดี จากความเสี่ยงของประเด็นด้านสงครามทางการค้า จากท่าทีของกลุ่ม G7 ที่มีทิศทางในการรวมกลุ่มเพื่อตอบโต้จีน และกล่าวหาจีนในการใช้นโยบายแทรกแซงกลไกตลาด (non-market oriented policies) โดยกลุ่ม G7 มุ่งหวังการรวมกลุ่มเพื่อแก้ไขปัญหาการแข่งขันไม่เป็นยุติธรรมของจีน เพื่อให้เกิดการค้าที่เสรี มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม อาจลดทอนผลประโยชน์ที่จีนได้รับจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

 สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจจีน 2564 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ยังคงมีมุมมองต่อภาพรวมการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนตลอดทั้งปี ไว้ในกรอบประมาณการเดิมที่ร้อยละ 8.0 – 8.5 แม้ว่าเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกจะขยายตัวสูงกว่าที่คาด ซึ่งมาจากปัจจัยฐานที่ต่ำเป็นหลัก ในขณะที่เส้นทางการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะถัดไป ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงในประเด็นความคืบหน้าและประสิทธิภาพของการฉีดวัคซีน รวมไปถึงความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ยังไม่มีแนวโน้มที่คลี่คลายหลังการเข้าดำรงตำแหน่งของไบเดน รวมถึงมาตรการที่กลุ่มประเทศคู่ค้าจะออกมาตอบโต้จีนเพิ่มเติม ทำให้ตัวเลขต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความเสี่ยงที่ยังรุมเร้า คาดว่าทางการจีน ยังมีเครื่องมือและทรัพยากรทางการเงินและการคลังมากเพียงพอ ที่จะประคับประคองให้เศรษฐกิจจีนในปีนี้ ขยายตัวได้ใกล้เคียงกับอัตราการขยายตัวที่คาดการณ์ไว้

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews:GUNKUL โค้งแรกกำไรพุ่ง 38.60 % ลั่นปีนี้ผลงานโตทะลุเป้า 20%

GUNKUL ไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง ปั๊มผลงานไตรมาส1/64 โชว์กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 608.59 ล้านบาท พุ่งกระฉูดกว่า 38.60%

คัมภีร์หุ้น By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ : ตลาด After Shock หุ้นตก 70 ริกเตอร์ เอายังไงกันต่อ ?

*หลังจากหุ้นร่วงยังกับแผ่นดินไหว 70 จุด รูดทีเดียวถึงเป้า 1500 แล้วเด้งเฉียบพลัน แล่วมันจะยังไงกันต่อ และเราต้องทำยังไง

เริ่มใหม่ By: แม่มดน้อย

รีบาวน์ เจอแรงขาย ก็ต้องถอยกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ได้แรงหนุนจากตลากต่างประเทศ ชักธงเขียว....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้