Today’s NEWS FEED

News Feed

(เพิ่มเติม) TVO คาดรายได้รวมปี64 โต5% มองแนวโน้มราคาน้ำมันถั่วเหลืองปรับตัวสูงต่อเนื่องสอดรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น

517


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (10 มีนาคม 2564)—— นายพาชัย จันทร์พิทักษ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่าย Supply and Trading และประธานเจ้าหน้าที่ด้านการผลิต บริษัทน้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) TVO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ประเมินภาพรวมรายได้ในปี 2564 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ระดับ 5% โดยได้รับผลบวกมาจากราคาขายที่พุ่งสูงต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุเกิดจากสต๊อกในตลาดโลกมีปริมาณลดลง ในขณะที่ดีมานด์เพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะจากฝั่งประเทศจีนที่มีความต้องการน้ำมันพืชถึง 100 ล้านตัน


นอกจากนี้ บริษัทฯ ประเมินว่าภาพรวมในไตรมาสที่1/2564 ยอดขายของ กากน้ำมันและน้ำมันยังคงเติบโตต่อเนื่อง สาเหตุมาจากปัจจุบัน สินค้าน้ำมันปาล์มค่อนข้างขาดแคลนและมีการจำกัดการซื้อในกลุ่มโมเดิร์นเทรดต่างๆ ทำให้ผู้บริโภคส่วนหนึ่งหันมาซื้อน้ำมันถั่วเหลืองของTVO และด้วยส่วนต่างราคาที่ค่อนข้างแคบทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อน้ำมันถั่วเหลืองเพิ่มมากขึ้น โดยปกติน้ำมันถั่วเหลืองจะมีส่วนแบ่งทางการตลาดของน้ำมันพืชเพื่อการบริโภคอยู่ที่ประมาณ 30% แต่ในปีที่ผ่านมามีการปรับเพิ่มขึ้นมาเป็น 40% ซึ่งคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในปีนี้ก็จะช่วยทรงให้สัดส่วนคงระดับที่ 40% ต่อไป

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้วางงบลงทุนในปี2564 ไว้ราว 200 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับปรับปรุงโรงงานสำหรับขยายกำลังการผลิตเพื่อผลิตภัณฑ์กากหมูและน้ำมันพิช นอกจากนี้จะใช้เงินลงทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตของบริษัท ให้มีคุณภาพมากขึ้นและปรับปรุงการบริการต่างๆให้กับลูกค้าดียิ่งขึ้นเช่นโดยในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการปรับรูปแบบของผลิตภัณฑ์ขวดน้ำมันพืชใหม่จากการสำรวจความต้องการของผู้เรียนโภคที่แจ้งมาเพื่อให้สามารถเปิดใช้งานน้ำมันได้ง่ายขึ้น

สำหรับเป้าหมายและกลยุทธ์ในปีนี้ บริษัทฯ จะเน้นการพัฒนาบุคลากรให้มีความเป็นเลิศ ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการให้ครองความเป็นหนึ่งในใจผู้บริโภค รวมถึงสรรค์สร้างนวัตกรรมพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม ตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมที่อยู่คู่กับชุมชนดูแลสังคมและใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ ภาพรวมอุปสงค์และอุปทานถั่วเหลืองโลกพบว่าปริมาณถั่วเหลืองฤดูกาล 2563 / 64 ยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าความต้องการใช้ต่อเนื่องเป็นครั้งแรกในรอบ8ปี โดยภาพรวมอุปสงค์และอุปทานถั่วเหลืองโลกยังคงตื่นตัวในฤดูกาล 2562/ 63 นอกจากนี้ปรากฏการณ์ลานีญาทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกถั่วเหลืองของประเทศบราซิลและอาร์เจนตินาในขณะที่ความต้องการใช้ถั่วเหลืองจากประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นมากทำให้ระดับสต๊อกถั่วเหลืองโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลงได้อีกในอนาคต

ด้านแนวโน้มราคาถั่วเหลืองในปีนี้ บริษัทมองว่าจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและมีแนวโน้มคงระดับสูงในปี 2564 ซึ่งเกิดจากปริมาณความต้องการถั่วเหลืองที่เร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง 2020 สาเหตุมาจากการเลี้ยงปศุสัตว์เพราะผู้ผลิตได้รับแรงจูงใจจากราคาหมูที่อยู่ระดับสูงโดยเฉพาะในประเทศจีนที่มีความพยายามเร่งการเลี้ยงหมูเพื่อทดแทนจำนวนหมูที่หายไปจากโรคเอเอสเอฟตั้งแต่ช่วงกลางปี 2019 ทำให้ราคากากถั่วเหลืองเริ่มปรับสูงขึ้นสอดคล้องกับราคาเมล็ดถั่วเหลืองทำให้คาดราคากากถั่วเหลืองจะปรับเพิ่มตามการฟื้นฟูของดีมานด์ที่สูงขึ้น

“เราคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันถั่วเหลืองในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้เป็นไปตามทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันปาล์มซึ่งคาดว่าระดับราคาน้ำมันปาล์มในปีนี้สามารถยืนได้ในระดับสูงแม้จะมีช่วงทดสอบปรับลงบ้างตามฤดูกาลแต่คาดการณ์ว่ายังคงระดับสูงได้ ทั้งปีซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันถั่วเหลืองของเรา”นายพาชัย กล่าว

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้มองถึงแนวโน้มภาวะอุตสาหกรรมในปี 2564 คาดว่าแนวโน้มสต๊อกถั่วเหลืองอเมริกาอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องโดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ 120 ล้านบุชเชล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี โดยในปี 2556/57 สต๊อกถั่วเหลืองท้ายฤดูของอเมริกาอยู่ที่ 92 ล้านบุชเชล ราคาถั่วเหลืองในตลาดโลกพุ่งตัวสูงที่ 15 ดอลลาร์ /บุชเชล ขณะที่สต๊อกถั่วเหลืองที่ระดับ 120ล้านบุชเชล สามารถรองรับการใช้ถั่วเหลืองในประเทศอเมริกาได้เพียง 10 วันเท่านั้น

สำหรับสัดส่วนการใช้ถั่วเหลืองของไทยจำแนกตามชนิดปศุสัตว์ได้ดังนี้ ไก่เนื้อคิดเป็นสัดส่วน 49% ไก่ไข่ 14% สุกร 29% ปลาและกุ้ง 5% และอื่นๆอีก 3%

ปัจจุบัน จากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น จะช่วยทำให้บริษัทฯ สามารถซื้อวัตถุดิบในราคาที่ต่ำลง แต่อย่างไรก็ตามยังต้องดูในเรื่องของการนำเข้าวัตถุดิบของบริษัท ซึ่งหากค่าเงินบาทแข็งค่า ผู้นำเข้ากากถั่วเหลืองก็จะนำเข้ากับถั่วเหลืองในราคาที่ต่ำลงเช่นเดียวกัน ในทางตรงกันข้ามถ้าค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่า สินค้านำเข้าประเภทกากถั่วเหลืองก็จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามรายได้จากกากถั่วเหลืองค่อนข้างมีผลน้อยต่อบริษัท ขณะที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช บริษัทมีการจำหน่ายสินค้าในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่จึงไม่มีผลกระทบด้านอัตราแลกเปลี่ยนเช่นเดียวกัน

จากแนวโน้มที่อยู่ในช่วงขาขึ้นของสินค้าทั้งหมดที่กล่าวมาจะเป็นผลบวกกับบริษัททั้งในแง่ของตัวกำไรขั้นต้นที่สูงขึ้นด้วย เนื่องจากบริษัทมีการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าประมาณ 3-6 เดือนเป็นอย่างน้อยและก็มีการล็อกต้นทุนล่วงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews: WHART ลุยลงทุนเพิ่ม 3 โครงการ มูลค่า 5.55 พันลบ. ดันมูลค่าเพิ่มแตะ 4.8 หมื่นลบ.

กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท (เพิ่มทุนครั้งที่ 6) ประกาศ......

อินดี้ By : แม่มดน้อย

โอมมะลึกกึ๊กกึ๋ยย์ มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์มะลึกกึ๊กกึ๋ยย์......เพี้ยง แม่มดน้อยขี่ไม้กวาดคู่ใจ บินโฉบเฉี่ยวสำรวจตลาดหุ้นไทย....

ฝรั่งซื้อ/ไทยขาย By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ชมเกมหุ้น แย่งชิง ความได้เปรียบ กลยุทธ์คว้ากำไร นั่นคือ เป้าหมายการเล่นหุ้น ฝรั่งซื้อ ทำให้......

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้