Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : LEO โชว์ Q4/63 กำไรพุ่งนิวไฮ เคาะปันผล 0.07 บาท / SSP ปี 63 กำไรโตแรง-เคาะปันผลเป็น หุ้น-เงินสด พร้อมแจกวอร์แรนต์

978


HotNews: LEO โชว์ Q4/63 กำไรพุ่งนิวไฮ เคาะปันผล0.07 บาท / SSP ปี 63 กำไรโตแรง-เคาะปันผลเป็นหุ้น-เงินสด พร้อมแจกวอร์แรนต์

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 1 มีนาคม 2564) บมจ.ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ (LEO) ฟอร์มดีกำไร Q4 ปี63 พุ่ง 95.8% จากปีก่อน รวมทั้งปีแตะ 57.8 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดนับแต่จัดตั้งบริษัทมา รับผลดีจากสถานการณ์โควิด-19 ดันค่าระวางทางเรือและอากาศยานสูงหนุนรายได้ทะลัก บอร์ดอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดตอบแทนผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท กำหนดขึ้นเครื่องหมายรับสิทธิวันที่ 21 เม.ย. 64 พร้อมจ่ายวันที่ 7 พ.ค. 64 ฟาก"เกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เปิดแผนงานปี 64 เดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนการใช้เงินที่ได้มาจาก IPO เพื่อให้บริษัทฯเติบโตอย่างต่อเนื่อง และสร้างรายได้เพิ่มมั่นใจธุรกิจโลจิสติกส์ยังขยายตัวต่อเนื่อง จากธุรกรรมอีคอมเมิร์ซสดใส ผลักดันผลงานโตติดปีก

 

 

นายเกตติวิทย์ สิทธิสุนทรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ลีโอ โกลบอล โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LEO เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4/63 บริษัทฯ และบริษัทย่อย ทำรายได้ กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิสูงกว่ารอบเดียวกันของปีก่อนเพิ่มขึ้นถึง 95.8% โดยภาพรวมผลการดำเนินงานในงวดปี 2563 บริษัทฯมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 57.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 47 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,129.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากงวดเดียวกันปีก่อน มีรายได้รวมเท่ากับ 1,047.2 ล้านบาท

 

 

ปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลประกอบการเพิ่มขึ้น เนื่องจากบริษัทฯ มีกลุ่มฐานลูกค้าที่หลากหลายและสามารถบริการได้อย่างครบวงจรที่คลอบคลุมทั่วโลก ทำให้ได้รับผลกระทบในเชิงบวกจากวิกฤตโควิด-19 การขนส่งสินค้าประเภท E-commerce/Electronics/Foods มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในปี 2563 กอปรกับปริมาณการขนส่งสินค้าทางทะเลมีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมากในช่วง Q4/63 จึงทำให้มีความต้องการในการจองพื้นที่สำหรับขนส่งสินค้าทางเรือเพิ่มสูงและอัตราค่าระวางก็สูงเพิ่มมากขึ้น

 

 

จึงทำให้บริษัทฯ มีโอกาสในการทำกำไรได้สูงขึ้น และสถานการณ์ดังกล่าวก็จะคงอยู่ต่อไปในปี 2564 และด้วยเหตุที่ประเทศต่างๆ ในยุโรปและสหรัฐอเมริกาเริ่มมีการฉีดวัคซีน ทำให้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ดูเหมือนกับจะถูกควบคุมได้ในระดับหนึ่ง และประเทศต่างๆก็ออกมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นผลทำให้ความต้องการในการบริโภคทั่วโลกสูงขึ้นอีกมากในปีนี้ และจะส่งผลให้ปริมาณการส่งออก นำเข้าทั่วโลกจะยังคงคึกคักจนถึงสิ้นปี 64 และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี และอุปกรณ์ก่อสร้างและตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัทฯ อีกกลุ่มหนึ่งที่มีการชะลอตัวไปในปี 63 เริ่มส่งสัญญาณว่าจะมีการส่งออกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา

 

 

"ในปีที่ผ่านมา ธุรกิจโลจิสติกส์เติบโตมากขึ้น จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้ธุรกรรมอีคอมเมิร์ซคึกคัก ความต้องการขนส่งสินค้าเพิ่มมากขึ้น บริษัทฯจึงได้รับผลดี และมองว่าแนวโน้มยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องได้ในระยะยาว" นายเกตติวิทย์ กล่าว

 

 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ได้มีการอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลงวดประจำปี 2563 ให้กับผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท โดยกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2564 เพื่อพิจารณาอนุมัติ ในวันที่ 9 เมษายน 2564 ซึ่งวันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date)ในวันที่ 22 เมษายน 2564 และกำหนดวันที่จ่ายปันผลเป็นวันที่ 7 พฤษภาคม 2564

 

 

 

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวอีกว่า ในปี2564 คาดว่าจะยังสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องประมาณ 20-25% เนื่องจากยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่มีการเติบโตมากขึ้นในยุคนิวนอร์มอล และ demand การส่งออกสินค้าไปยังประเทศหลักๆ ใน ASIA USA และ EUROPE ยังคงมีเพิ่มขึ้น และการเติบโตดังกล่าวนี้ ยังไม่รวมรายได้จากแผนธุรกิจใหม่ตามแผนการใช้เงินที่ได้จาก IPO ที่ทุกโครงการมีความคืบหน้าอย่างมาก บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถสรุปพื้นที่และเซ็นสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อเริ่มธุรกิจ Self Storage และ Container Depot ได้ภายในไตรมาสแรกของปีนี้ และจะสามารถเริ่มดำเนินธุรกิจและมีรายได้เข้ามาภายในปลายไตรมาส 3 หรือต้นไตรมาส 4 ของปีนี้ทั้ง 2 โครงการ รวมถึงการ M&A ธุรกิจภายในประเทศเพื่อมาต่อยอดธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศก็มีความคืบหน้าไปอย่างมาก

 

 

 

และคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้ภายในปีนี้ บริษัทฯประเมินว่า บริษัทฯใหม่ที่เกิดขึ้นจากการ M&Aจะสามารถสร้างรายได้เพิ่มต่อปีประมาณ100-200 ล้านบาท และมีกำไรอย่างสม่ำเสมอโดยคาดว่าในปีนี้จะเห็นความชัดเจนของข้อตกลงซื้อ และควบรวมกิจการอย่างน้อย 1 บริษัท และในขณะนี้บริษัทฯก็ยังมีการพูดคุยเรื่อง M&A กับบริษัทภายในประเทศอีก 2-3 บริษัท หากทางบริษัทฯ สามารถสรุปได้ว่าเป็นบริษัทที่ดี มีโอกาสในการเติบโตสูงและทำกำไรอย่างต่อเนื่อง มีเงื่อนไขที่เหมาะสม และที่สำคัญคือสามารถมาต่อยอดกับธุรกิจและฐานลูกค้าของบริษัทฯได้ดี ก็อาจจะมี Surprise ของการ M&A บริษัทภายในประเทศที่มากกว่า 1 บริษัทในปีนี้

 

 

 

นอกจากนี้ กลยุทธ์ที่จะใช้ในการดำเนินธุรกิจจะเน้นสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งขัน ซึ่งจะไม่แข่งขันใน Red Ocean แต่จะหา Product Champion ที่อยู่ใน Blue Ocean ที่มีความเชี่ยวชาญและแข็งแกร่งเพื่อนำเสนอแก่ลูกค้า สร้างความแตกต่างในการให้บริการ ขณะเดียวกันรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้ารายหลักของบริษัทฯอย่างต่อเนื่อง ทั้งจัดกิจกรรม CRM และ CSR เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้า รวมถึง ใช้ Software และโปรแกรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ในกระบวนการขายและให้บริการลูกค้า เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและลดต้นทุนให้กับลูกค้าได้มากขึ้นอีกด้วย

 

 

 


ด้าน SSP อวดงบปี 63 อย่างเริ่ด! กำไรจากการดำเนินงานพุ่งแรง 696 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการ EBITDA โต 32.2% สะท้อนบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ บิ๊กบอส "วรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์"มั่นใจปี 64 แรลลี่ต่อ จ่อ COD โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Leo 1 ขนาด 20 MW ใน Q 3/64 และโครงการพลังงานลมขนาด 48 MW ในเวียดนาม COD ใน Q 4/64 ดันกำลังการผลิตแตะ 200 MW หนุนรายได้-กำไร นิวไฮต่อเนื่อง บอร์ดไฟเขียวจ่ายปันผลเป็นหุ้นในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.011111 บาท/หุ้น พร้อมแจก SSP-W1 ให้ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 10 : 1 และ SSP-W2 ให้ผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วน 4 : 1

 

 

 

นายวรุตม์ ธรรมาวรานุคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสริมสร้าง พาวเวอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (SSP) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2563 มีรายได้รวม 1,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 452 ล้านบาท หรือ 30.5% เทียบปี 2562 มีรายได้รวม 1,481.0 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 209 ล้านบาท หรือ 37.5% เทียบปี 2562 มีกำไรสุทธิ 557 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) อยู่ที่ 1,523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32.2% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

"รายได้และกำไรที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปี 2563 ได้รับปัจจัยหนุนจากกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากบริษัทฯรับรู้รายได้จากโครงการเดิม และโครงการใหม่ Yamaga ขนาดกำลังการผลิต 30 เมกะวัตต์ ส่งผลให้กำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัญญาในมือที่เพิ่มเป็น 143 เมกะวัตต์ เทียบกับปี 2562 อยู่ที่ 114เมกะวัตต์"นายวรุตม์ กล่าว

 

 

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2564 บริษัทฯยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนโรงไฟฟ้าในต่างประเทศตามแผน โดยในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Leo 1 ในประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 20 เมกะวัตต์ จะเริ่ม จ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในไตรมาส 3 ปี 2564 และโครงการพลังงานลมขนาดกำลังการผลิต 48 เมกะวัตต์ ในประเทศเวียดนาม จะเริ่ม COD ในไตรมาส 4 ปี 2564

 

 

"ในปีนี้หลังจากที่เรา COD โรงไฟฟ้าในญี่ปุ่น และเวียดนาม ตามแผน จะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในมือเพิ่มขึ้นเป็น 200 เมกะวัตต์ ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Leo 2 ในประเทศญี่ปุ่น ขนาดกำลังการผลิต 17 เมกะวัตต์ ยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาโครงการ และคาดว่าจะ COD ได้ในปี 2566 โดยบริษัทฯวางเป้าภายใน 3-5 ปีข้างหน้า กำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 400 เมกะวัตต์ ผลักดันผลการดำเนินงานนิวไฮต่อเนื่อง"นายวรุตม์ กล่าวในที่สุด

 

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯมีมติอนุมัติจ่ายปันผลสำหรับงวดผลการดำเนินงานในปี 2563 เป็นหุ้นในอัตรา 10 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล จ่ายปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 0.011111 บาท/หุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 13 พฤษภาคม 2564 และแจกวอร์แรนต์ (SSP-W1) ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 10 หุ้นสามัญต่อ 1 หน่วย มีอายุ 8 เดือน อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ 12.00 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XW วันที่ 14 มิถุนายน 2564 และ (SSP-W2) ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 4 หุ้นสามัญต่อ 1 หน่วย มีอายุ 3ปี 11เดือน อัตราการใช้สิทธิ 1 หน่วย ต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ ที่ราคาใช้สิทธิ 18-24 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XW วันที่ 14 มิถุนายน 2564

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews: PROEN เคาะไอพีโอ 3.25 บ./หุ้น พร้อมเทรด mai 29 เม.ย.นี้

บมจ.โปรเอ็นคอร์ป (PROEN) เคาะราคาขายไอพีโอหุ้นละ 3.25 บาท เตรียมเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 21-23 เม.ย.นี้ .............

TPCH ร่วม MOU โครงการขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ฯ

TPCH ร่วม MOU โครงการขยายผลการส่งเสริมการจัดทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ฯ

ตลาดเป็นใจ By: แม่มดน้อย

ตลาดหุ้นไทย ฟื้นตัวอีกครั้ง บรรยายกาศเป็นใจ ตลาดเป็นใจ บวก ตลาดต่างประเทศเปล่งแสงสีเขียว บ้านเรา ไม่ล็อกดาวน์หรือ....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้