Today’s NEWS FEED

News Feed

Update: TSTH มองภาพรวมอุตสาหกรรมปี64 ฟื้นตัวจากปีก่อน คาดนโยบายรัฐหนุนงานโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น

1,178

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(25มกราคม 2564)---- TSTH มองภาพรวมอุตสาหกรรมปี64 ฟื้นตัวจากปีก่อน คาดนโยบายรัฐหนุนงานโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มขึ้น ดันปริมาณใช้เหล็ก พร้อมวางงบลงทุน 200 ลบ. ติดตั้งSolar Rooftop 10 Mw. ใน3โรงงาน

 

นายราจีฟ มังกัล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) TSTH เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจและภาพรวมอุตสาหกรรมในปี2564 คาดว่าจะฟื้นตัวขึ้นจากปีที่ผ่านมาจากนโยบายของภาครัฐบาลที่จะออกมาส่งเสริมงานโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีความล่าช้าของโครงการก่อสร้างต่างๆที่เลื่อนออกไป จากงบประมาณแผ่นดินที่ออกมาล้าช้า เนื่องจากมีการจัดสรรงบประมาณใหม่ หลังจากเกิดวิกฤต Covid-19 อย่างไรก็ตาม การรื้อฟื้นและกลับมาดำเนินงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐฯจะช่วยขับเคลื่อนให้เกิดงานก่อสร้างภายในประเทศ และส่งผลทำให้อัตราการใช้เหล็กฟื้นตัว เป็นการหนุนให้ยอดขายสินค้าของบริษัทเพิ่มมากขึ้น

ขณะที่มองว่าโครงการที่เกิดขึ้นในปี2564 ส่วนใหญ่จะเป็นงานก่อสร้างของภาครัฐมากกว่าภาคเอกชนที่มีการชะลองานออกไปก่อนเพื่อรักษากระแสเงินสดภายในบริษัทจนกว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19จะดีขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมภายในประเทศถูกขับเคลื่อนด้วยงานจากภาครัฐฯ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่า อัตราการบริโภคเหล็กของประเทศไทยในปี 2563ที่ผ่านมามีปริมาณการใช้เหล็กโดยรวมลดลง 13.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (2562) ในช่วงเดือนมกราคม - พฤศจิกายน ซึ่งมองว่าภาครัฐบาลควรมีการส่งเสริมกิจการแต่ละกลุ่มในระยะยาวเพื่อให้มีความเข้มแข็ง ในขณะที่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอาคารและการก่อสร้างนั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการฟื้นตัวอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมองว่าค่าเงินบาทในปี 2564 จะยังคงแข็งค่าจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าและเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเศรษฐกิจที่ซบเซารวมถึงการนำเข้าที่ลดลงทำให้เกินดุลบัญชีเดินสะพัด ถึงแม้การส่งออกจะลดต่ำลงและการท่องเที่ยวต่ำลง

 

นายราจีฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า แผนธุรกิจในงวดการดำเนินงานปี2564 บริษัทได้มีการริเริ่มงานต่างๆที่สำคัญ โดยได้มีกระบวนการโอนรวมกิจการทั้งหมดแล้วเสร็จแล้วในช่วงเดือนม.ค.นี้ ซึ่งเป็นการควบรวม 3 บริษัทย่อยเข้าด้วยกัน ได้แก่ บริษัท เอ็น.ที.เอส.สตีลกรุ๊ป จำกัด NTS ที่บริษัทฯ ถือหุ้น 99.76% ,บริษัท เหล็กสยาม จำกัด (2001) SISC ถือหุ้น 99.99% และ บริษัท เหล็กก่อสร้างสยาม จำกัด (SCSC) ถือหุ้น 99.99% เพื่อเป็นบริษัทเดียวในนาม NTS ซึ่งปัจจุบันได้ทำการเปลี่ยนชื่อมาเป็น บริษัท ทาทา สตีลการผลิต (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน หรือ TSMT เรียบร้อยแล้ว ทำให้ปัจจุบัน บริษัทมีบริษัทย่อยเพียงบริษัทเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้มีประสิทธิภาพการผลิตงานและการบริหารงานที่ดีขึ้น รวมทั้งทำให้ควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้นอีกด้วย

อีกทั้งบริษัทยังมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานของหน่วยงานซ่อมบำรุงเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพทั้งด้านระบบIT ให้มีความทันสมัยและมีระบบที่ดียิ่งขึ้น พร้อมพัฒนาสินค้าใหม่ๆและสินค้าที่มีอยู่ให้มีความพิเศษเฉพาะเพื่อสร้างความพิเศษและตอบสนองลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าเหล็กลวดในหลายๆแบบ ขณะที่มีการส่งเสริมการขายในเชิงB2B และทำตามความต้องการของลูกค้าแต่ละรายให้ดียิ่งขึ้น และมีการส่งเสริมบุคลากรให้มีศักยภาพที่เพิ่มมากขึ้นขณะที่ยังคงนโยบายการปฎิบัติงานจากที่พัก (Work From Home) ของพนักงานสัดส่วน 30% จากจำนวนทั้งหมดต่อไปเป็นแผนการดำเนินงานระยะยาว เพื่อสร้างความปลอดภัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพนักงานที่มีการปรับที่ทำงานให้เข้ากับยุคNew Normal

ด้านแนวโน้มเหล็กและโลหะผสมในอนาคต มองว่าจากการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ของบริษัท ยังคงทำให้อัตราการขนส่งระหว่างประเทศของบริษัทลดลง ส่งผลเสียต่อการนำเข้าโลหะผสมกราไฟต์ อิเล็กโทรด ฯลฯ และการส่งออกเหล็กลวดในเวลาที่ล่าช้าออกไปกว่าปกติ ขณะที่ราคาแร่เหล็ก และเศษเหล็กในช่วงไตรมาสที่1/2564 คาดว่าจะอยู่ในระดับที่สูงขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมองว่าเศรษฐกิจจีนที่ปรับตัวดีขึ้นนั้นจะเป็นตัวช่วยหนุนราคาเหล็กในภูมิภาคให้ดีขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตามบริษัทยังมีปัจจัยที่ยังต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่มีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจในปีนี้ ได้แก่ ศักยภาพและความพร้อมทางการแพทย์ในการรับมือกับระบาดระรอกสองของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เริ่มส่งผลกระทบมาตั้งแต่ในช่วงปลายปี 2563 และความกังวลทางการเมืองที่ปัจจุบันยังคงดำเนินอยู่ท่ามกลางสภาวะที่ไม่แน่นอน และส่งผลให้ภาพรวมภายในประเทศมีความอ่อนแอ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบเชิงลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปี 2564

ขณะที่บริษัทได้เตรียมลงทุนติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อปบนหลังคาโรงงานเพื่อผลิตไฟฟ้า (Solar Rooftop) กำลังการผลิตรวม 10 เมกะวัตต์ ด้วยงบลงทุนทั้งสิ้นราว 200 ล้านบาท ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนการเข้าเซ็นสัญญาร่วมกับบริษัทอื่นเพื่อลงทุนร่วมกัน คาดว่าจะดำเนินการทำสัญาแล้วเสร็จภายใน2-3สัปดาห์นับจากนี้ ซึ่งโครงการดังกล่ารวจะผลักดันให้ภาพรวมพลังงานสะอาดของบริษัทดีขึ้น เป็นการส่งเสริมพลังงานที่มีอยู่ในท้องถิ่นและช่วยลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

รมว.ท่องเที่ยวฯเปิดแข่งรถยนต์ทางเรียบ เลียบเขาช่องกระจก ชิงถ้วยพระราชทาน

รมว.ท่องเที่ยวฯเปิดแข่งรถยนต์ทางเรียบ เลียบเขาช่องกระจก ชิงถ้วยพระราชทาน

เก็งกำไรงบ... By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง สอดส่อง เฟด ประชุม 25-26 ม.ค. จะมีมุมมอง มีนโยบายการเงิน ล้วนให้ติดตาม ท่ามกลางคาดการณ์ มีนาคม..

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้