Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : RBF ปักหมุดยอดขายปี 64 โต 10-12% สวนกระแส โควิด-19 ระลอกใหม่

2,947

HotNews : RBF ปักหมุดยอดขายปี 64 โต 10-12% สวนกระแสโควิด-19 ระลอกใหม่

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (22 มกราคม 2564) "RBF" รับอานิสงค์ส่งออกขยายตัว-ลูกค้าออเดอร์เพิ่ม ช่วยดันเป้ายอดขายปี 64 โตไม่ต่ำกว่าปี 63 ที่ 10-12% สวนกระแสวิกฤตโควิด-19 ระลอกใหม่พร้อมเดินหน้ารุกขยายตลาดอาเซียนหวังเพิ่มสัดส่วนเป็น 20-25% ภายใน 3-5 ปี

 

 

พ.ท.พญ.จัณจิดา รัตนภูมิภิญโญ กรรมการบริษัท บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ประเทศไทยจะเกิดวิฤกตการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อในประเทศ แต่บริษัทฯมั่นใจว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องไม่ต่ำกว่าปี2563 โดยมีปัจจัยบวกจากการส่งออกที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในตลาดอาเซียน เนื่องจากเป็นฐานของครัวโลก ขณะที่ลูกค้าบริษัทฯมีการลงทุนเพิ่ม ทั้งจำนวนรายการสินค้าและผลิตสินค้าใหม่ที่มากขึ้น เพื่อทำตลาดในประเทศและส่งออกต่างประเทศ ส่วนกำลังซื้อในประเทศขณะนี้ปีนี้บริษัทมองว่าเป็นปีของผู้ซื้อเนื่องจากอั้นการจับจ่ายมาจากปี2563 ที่ผ่านมา

 

 

ส่วนแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทฯยังเดินหน้าขยายตลาดและเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงมุ่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ ซึ่งกำลังเป็นเทรนด์ผู้บริโภคปัจจุบัน ทำให้มีออเดอร์ใหม่จากลูกค้าเข้ามาจำนวนมาก ทั้งนี้นอกจากจะเน้นขยายฐานตลาดในกลุ่มสินค้าเพื่อสุภาพแล้ว ปีนี้บริษัทฯยังจะเน้นกลุ่มสินค้าอาหารสัตว์ด้วย เพราะเป็นตลาดที่กำลังเติบโตสูงจากจำนวนคนที่เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น

 

 

"แม้จะมีโควิด-19 ระลอกใหม่ แต่บริษัทฯยังมีออเดอร์เข้ามาเป็นปกติ โดยลูกค้าหันมาทำตลาดเพื่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์ของคนรักสุขภาพปัจจุบัน โดยเห็นได้จากที่กลุ่มวิตามินเข้ามาแล้วทำให้ตลาดสุขภาพเติบโตสูง" พ.ท.พญ.จัณจิดา กล่าว

 

 

นายสุรนาถ กิตติรัตนเดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบัญชีและการเงิน บริษัท อาร์ แอนด์ บี ฟู้ด ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ RBF กล่าวว่า ด้านภาพรวมของตลาดต่างประเทศในปีนี้ เชื่อว่าจะยังเติบโตดีต่อเนื่อง ทั้งตลาดในประเทศอินโดนีเซียและเวียดนาม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศดังกล่าวถือเป็นผู้ส่งออกอาหาร มีขนาดตลาดที่ใหญ่ จึงมีความต้องการผลิตภัณฑ์วัตถุที่ใช้เป็นส่วนผสมในอาหาร (Food Ingredients) อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มเกล็ดขนมปัง แป้งและซอส (Food Coating) และ วัตถุแต่งรสและกลิ่น (Flavour) ดั้งนั้นเฉพาะที่อินโดนีเซียและเวียดนาม บริษัทฯ จะโตค่อนข้างมาก ส่วนที่ประเทศสิงค์โปรขณะนี้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มปรับตัวดีขึ้น และเริ่ม รวมถึงมีการฉีดวัคซีนแล้ว น่าจะทำให้ธุรกิจของบริษัทฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นพอสมควร จะมีส่วนช่วยทำให้รายได้โดยรวมดีขึ้นอีก

 

 

ด้านแผนทำตลาดในต่างประเทศบริษัทฯมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น ด้วยการจะเข้าไปลงทุนโรงงานผลิตแป้งและซอส (Food Coating) และวัตถุแต่งรส และกลิ่น (Flavour) ที่เมืองซูราบายาประเทศอินโดนีเซีย มูลค่าลงทุนรวม 200-250 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาทำเลในการลงทุนสร้างโรงงาน และรอดูสถานการณ์โควิด-19 ให้ผ่อนคลายลงก่อน ซึ่งคาดว่าภายในปีนี้จะได้ข้อสรุปที่ชัดเจน

 

 

 

สำหรับเป้าหมายยอดขายในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา หรือ 10-12% เติบโตจากทั้งตลาดในประเทศสัดส่วนอยู่ที่85% และตลาดต่างประเทศ 15% โดยกลุ่มสินค้าที่จะยังเติบโตได้ดีในปีนี้ จะยังเป็นกลุ่มวัตถุแต่งรสและกลิ่น (Flavour) และกลุ่มเกล็ดขนมปัง แป้งและซอส (Food Coating) ในสัดส่วนที่เท่ากัน 50:50 อย่างไรก็ตามหลังจากที่บริษัทฯรุกขยายฐานตลาดต่างประเทศมากขึ้น เชื่อว่าภายใน 3-5 ปียอดขายจากต่างประเทศจะมีสัดเพิ่มขึ้นเป็น 20-25% แน่นอน

 

 

 

สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ออกบทวิเคราะห์ แนะนำ "ซื้อ" RBF ราคาเป้าหมาย 11.10 บาท/หุ้น คาด RBF จะสามารถทำกำไรสุทธิ Q4 ได้ราว 131 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32% YoY ด้วยปัจจัยอย่างการเพิ่มกำลังการผลิตในต่างประเทศ การเติบโตของธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มภายในประเทศ และอัตราค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่อยอดขายที่ต่ำลง อย่างไรก็ดี คาดกำไรลดลง 7% QoQ เนื่องจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ลดลง ในหมวดสารปรุงแต่งรสและกลิ่น คาด EPS จะเพิ่มขึ้น 13.5% ในช่วง 2021F และ 11.4% ในช่วง 2022F จาก 1) การเพิ่มกำลังการผลิตในเวียดนาม และการเข้าสู่เฟส 2 ของโครงการขยายกำลังการผลิตเกล็ดขนมปังในอินโดนีเซียในช่วงกลางปี 2022 2) นวัตกรรมอาหารรูปแบบใหม่ เช่น ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากพืช/ไร้กลูเตน/คาร์โบไฮเดรตต่ำ, อาหารเสริม และการผลิตรสชาติแบบพิเศษ

 

 

---คาดผลประกอบการที่ 131 ล้านบาท (+32% YoY, -7% QoQ)---

คาดรายได้ในช่วง Q4 จะอยู่ที่ 815 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY เนื่องจากการเพิ่มกำลังการผลิตเกล็ดขนมปังในเวียดนามและอินโดนีเซีย คาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ 40.1% เพิ่มจาก 36.0% ในช่วง 4Q19 อานิสงค์จากการจัดซื้อวัตถุดิบในกลุ่มธุรกิจกลุ่มเคลือบอาหาร แต่ลดลง 41.2% จาก 3Q20 เนื่องจาก รายได้ที่ลดลงในส่วนของสารปรุงแต่งรส และหากไม่มีค่าใช้จ่ายในการ IPO เรามอง SG&A ต่อยอดขายจะลดลงเหลือราว 19.8% จาก 20.7% ในช่วง 4Q19

 



---ลดคาดการณ์กำไร 2020F ลง 1.8% จากยอดขายต่างประเทศที่ลดลง---

ปรับประมาณการณ์กำไร 2020F ลง 1.8% เนื่องจากการส่งออกญี่ปุ่นและรัสเซียที่ต่ำกว่าคาด และการเลื่อนการเพิ่มกำลังการผลิตในเวียดนาม (จาก 2Q20 เลื่อนไป 4Q20) เราประเมิน RBF จะยังได้รับปัจจัยบวกเทรนด์การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป (มุ่งเน้นความคุ้มค่า, อาหารสุขภาพ และความสะดวกสบาย) รวมถึงความพยายามในการเจาะตลาดผู้บริโภค (ด้วยแบรนด์ของตัวเอง)

 


---ประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 11.1 บาท (DCF) แนะนำให้ ซื้อ---

เราประเมินมูลค่าเหมาะสมที่ 11.1 บาท ด้วย WACC 8.1%, TG 3% โดยที่มีปัจจัยสำคัญได้แก่ 1) การควบรวมกิจการ 2) การปรับตัวดีขึ้น และการถอนทุนของธุรกิจโรงแรม ปัจจัยเสี่ยงได้แก่ 1) สัดส่วนกำไรผันผวน 2) ความหลากหลายของรายได้ที่ต่ำ (ในเชิงของกลุ่มผู้บริโภค) 3) การพึ่งพา R&D ที่มากขึ้น

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : GUNKUL ปี 63 กำไรโตแรง 54.13% แจกปันผล0.182 บาทต่อหุ้น

อวดงบปี 63 กำไรติดปีกแตะ 3,425.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.13% เทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนเท่ากับ 2,222.29 ล้านบาท และเป็น..

โลกฟื้น เราฟื้น By : แม่มดน้อย

หัวจิต หัวใจ แม่มดน้อย ตอนนี้ มีความสุข ด้วยจะได้พักผ่อน เก็บพลัง 3 วัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลาดบ้านเราปิดทำการ...

ชะลอ.... By : เจ๊มดแดง

หลบหน่อย เจ๊มดแดง คนสวยจะเดิน จะไต่กิ่งมะม่วง....แบบวันนี้ ตั้งใจทำงานให้เสร็จเร็วๆ จะได้ไปพักผ่อน ริมทะเล นอนตากแดด

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้