Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

374

“บวก...โอเปกพลัส-ม.กระตุ้นศก.แต่ไฟเซอร์ส่งวัคซีนน้อย”
• หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : ---
# ภาวะตลาดและปัจจัยก่อนหน้า : SET วานนี้ ทะยาน ปิด +20.37 จุด ที่ 1438.32 จุด มูลค่าซื้อขาย 82.6 พันลบ. ดัชนีฯบวกดีกว่าเพื่อนบ้าน มี Fund Flow ไหลเข้าจากบาทที่แข็งค่าขึ้น ปัจจัยบวกคือ สหรัฐมีความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และอังกฤษอนุมัติวัคซีนของไฟเซอร์และไบโอเอ็นแล้ว เริ่มแจกจ่ายสัปดาห์หน้า ขณะเดียวกับยังไม่มีข่าวร้ายเพิ่มเกี่ยวกับการติดเชื้อในประเทศ ซื้อสุทธิมาก-สถาบัน ขายสุทธิมาก-รายย่อย YTD ต่างชาติขายสุทธิลดลงเป็น 264 พันลบ.

# ปัจจัยและกลยุทธ์: SET-มีโมเม็นตัมไปต่อได้จากโอเปกพลัส-มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ไฟเซอร์ส่งมอบวัคซีนได้น้อยลง ปัจจัยบวกคือ ตัวเลขขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกต่ำเป็น 712,000 รายน้อยสุดตั้งแต่มีโควิด-19 มี.ค.63 ผู้มีอำนาจพยายามผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดาวโจนส์ +86 จุด น้ำมัน +36 เซ็นต์ หลังโอเปคพลัสคงนโยบายลดผลิต อุปทานไม่เพิ่ม เงินบาทแข็งค่า แสดงว่าเงินยังไหลเข้าไทย ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านเช้านี้บวกเป็นส่วนใหญ่ ดาวโจนส์ฟิวเจอร์สเพิ่ม ด้านปัจจัยลบคือ ไฟเซอร์อาจส่งวัคซีนได้เพียง 50 ล้านโดส เป็นเพียงครึ่งเดียวจากที่เคยประกาศ และตัวเลขการจัดการด้านอุปทาน (ISM) ภาคบริการ พ.ย.ลดลงเป็น 55.9 ตัวเลขที่ควรติดตามประกาศคืนนี้คือ ดุลการค้าสหรัฐ ต.ค.63 และการจ้างงานนอกภาคการเกษตร สำหรับกลยุทธ์ระยะสั้น ปัจจัยที่ควรพิจารณาคือ 1) ข่าวดีโอเปกคงกำลังการผลิต จะส่งผลดีกับกลุ่มพลังงาน-ปิโตรฯ แต่ตลาดก็เก็งกำไรมาก่อนหน้าแล้ว อาจมีแรงดักขายเมื่อปรับตัวขึ้น 2) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐมีความคืบหน้า ส่งผลบวกกับภาพรวมของตลาด และ 3) วัคซีนที่มีความคืบหน้า ทำให้มีการเล่นรอบหุ้นกลุ่มวัฏจักร เช่น ธนาคาร ไฟแนนซ์ ท่องเที่ยว และขนส่งแต่ล่าสุดค่ายไฟเซอร์ส่งมอบได้น้อยลง เป็นข่าวลบเข้ามา แต่ยังต้องติดตามค่ายอื่นๆที่ผลิตวัคซีนต่อไป การเล่นรอบระยะนี้คาดดัชนีซื้อ-ขายในช่วง 1415-1460 จุด หากไปต่อให้ระวังแนวต้าน 1450-1460 จุดแต่หากหลุด 1430 จุดเป็นสัญญาณไม่ดีอีกครั้ง ให้ Stop Loss แนวรับคือ 1415-1400 จุด ส่วนปัจจัยที่น่าติดตามคือ 1) วันนี้ DBS ปรับเพิ่มราคาพื้นฐาน AEONTS สูงไปถึง 210 บาท เพราะคาดว่าหลังสถานการณ์ต่างๆคลี่คลาย ธุรกิจจะกลับมาสดใสมาก และ 2)กลุ่มธนาคารพาณิชย์มีโมเมนตัมไปได้ดีต่อ หลัง ธปท. ปรับเกณฑ์คุณสมบัติตราสารทางการเงินในกองทุนเทียบเท่าสากล หนุนแบงก์ระดมทุนง่ายขึ้น TopPick เป็น KBANK และ TISCO
# Stock Pick Today: TMB ยัง Laggard ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐาน มีสินเชื่ออยู่ในโครงการผ่อนปรน 20% ของสินเชื่อรวม เริ่มเห็นสัญญาณบวกจากการที่ลูกหนี้ส่วนใหญ่กลับมาชำระคืนหนี้และดอกเบี้ยได้ปกติ แต่ยังใช้นโยบายระมัดระวังต่อไป NPL ratio ทรงตัวที่ 2.33% ใน สิ้น3Q63 เทียบ QoQ แม้แนวโน้มกำไร 4Q63F อ่อนลงต่อ จากการตั้งสำรอง ECL สูง และค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ถือว่าราคาหุ้นยังปรับขึ้นน้อยกว่ากลุ่ม และยังต่ำกว่าพื้นฐาน (Undervalue) ให้ราคาพื้นฐาน 1.30 บาท

กลยุทธ์ทางเทคนิค: ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick & Indicators เป็นบวก ในรูปแบบพร้อมที่พร้อมจะเปลี่ยนเป็น“ลบ”ตามมา {“ปิดบวก”เหนือ“SMA10วัน”ต่อ(แต่ติด“แนวต้านสำคัญ” + “สภาวะOverbought” ในดีกรีที่มีนัยสำคัญต่อการลง + มี“โครงสร้างขาลง – ระยะกลาง”กดดัน)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้“แกว่ง”แบบยังให้น้ำหนักกับการลง แต่“ค่าบวก”(มี“SMA10”หนุน) จะช่วยให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้ แนวต้าน 1450 (หรือ 1460) จุด {แนวตัดขาดทุน “ต่ำกว่า1430” (แนวรับย่อย “1415 / 1400 – 1390” จุด)}
 Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com

Inside Story
Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ
Company Update : AEONTS (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 210.00)
Turnover List Watch : คาด NRF และ UPA เข้าเกณฑ์ติด Cash Balance

Key Drivers TODAY
ปัจจัยต่างประเทศ
+ สหรัฐ: ตัวเลขขอสวัสดิการว่างงานลดลงสู่ระดับ 712,000 ราย ต่ำสุดตั้งแต่มี.ค.ที่เกิดโควิด
# กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 712,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 780,000 ราย

+ สหรัฐ: มีความหวังการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผู้มีอำนาจร่วมกันผลักดัน
# นายมิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา และนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ ได้ร่วมกันผลักดันให้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ในวงเงิน 9.08 แสนล้านดอลลาร์

- วัคซีน: ไฟเซอร์คาดการณ์ว่าจะจัดส่งวัคซีนได้น้อยกว่าที่เคยคาดไว้ เป็นเพียงครึ่งเดียว
# บริษัทไฟเซอร์คาดการณ์ว่า ทางบริษัทจะสามารถจัดส่งวัคซีนต้านโควิด-19 ได้เพียง 50 ล้านโดสเท่านั้นในปีนี้ ซึ่งลดลงครึ่งหนึ่งจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะจัดส่งได้ 100 ล้านโดส เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับซัพพลายเชน รวมทั้งพบว่าการขนส่งวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตวัคซีนนั้น ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน

- สหรัฐ: ISM เผยดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 55.9 ในเดือนพ.ย.
# สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 55.9 ในเดือนพ.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. จากระดับ 56.6 ในเดือนต.ค. และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 56.0

+ ตลาดหุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์ปิดบวกเพียง 85.73 จุด วิตกไฟเซอร์ลดเป้าหมายจัดส่งวัคซีน
# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดทำนิวไฮ โดยได้แรงหนุนจากตัวเลขว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาด รวมทั้งความหวังเกี่ยวกับการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างไรก็ดี ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลหลังจากบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ ประกาศลดเป้าหมายการจัดส่งวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในปีนี้ ซึ่งข่าวดังกล่าวได้ฉุดราคาหุ้นไฟเซอร์ปิดตลาดร่วงลงกว่า 1.7%

+ น้ำมัน: WTI ปิดบวก 36 เซนต์ รับโอเปกพลัสคงนโยบายลดการผลิต
# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) หลังจากที่ประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส มีมติคงนโยบายลดการผลิต นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 2
# ที่ประชุมโอเปกพลัสมีมติปรับลดกำลังการผลิต 7.2 ล้านบาร์เรล/วัน จากปัจจุบันที่ระดับ 7.7 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะทำให้มีน้ำมันดิบไหลเข้าสู่ตลาดโลกเพียง 500,000 บาร์เรล/วัน โดยมติดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนม.ค.ปีหน้าเป็นต้นไป เทียบกับก่อนหน้านี้ โอเปกพลัสได้ตัดสินใจปรับลดกำลังการผลิต 7.7 ล้านบาร์เรล/วันไปจนถึงสิ้นปี 2563 และหลังจากนั้น จะลดกำลังการผลิตลงเพียง 5.8 ล้านบาร์เรล/วันตั้งแต่เดือนม.ค. 2564 เป็นต้นไป ซึ่งจะทำให้มีปริมาณน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น 2 ล้านบาร์เรล/วันจากโอเปกพลัสไหลเข้าสู่ตลาดน้ำมันโลก

• ทองคำ: ปิดบวก $10.9 รับดอลล์อ่อน,คาดแผนกระตุ้นศก.คืบหน้า
# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สามเมื่อคืนนี้ (3 ธ.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความหวังที่ว่าสภาคองเกรสสหรัฐจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19

• ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะประกาศวันนี้
# ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีกำหนดเปิดเผยในวันนี้ได้แก่ ดุลการค้าเดือนต.ค. และตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพ.ย.

ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์
+ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย.63 ที่ 52.4 เพิ่ม m-o-m ดีขึ้นเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 9 เดือน
# ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ย.63อยู่ที่ 52.4 จาก 50.9 ในเดือน ต.ค.63 โดยดัชนีความเชื่อมั่นฯ ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 และสูงสุดในรอบ 9 เดือนอย่างไรก็ดี ยังมีความกังวลต่อสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง พร้อมคาดว่าผู้บริโภคจะยังชะลอการใช้จ่ายต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 1 ปี 64

+ ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 161.41 เพิ่มขึ้นถึง 161% m-o-m
# ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในเดือน พ.ย.63 พบว่า ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ดัชนีอยู่ที่ระดับ 161.41 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 161% จากเดือนก่อนหน้ามาอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี โดยนักลงทุนคาดหวังการไหลเข้าออกของเงินทุนเป็นปัจจัยหนุนมากที่สุด รองลงมา คือ การเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ รวมถึงผลสำเร็จของวัคซีนป้องกันโควิด-19

+ ธปท. ปรับเกณฑ์คุณสมบัติตราสารทางการเงินเทียบเท่าสากล หนุนแบงก์ระดมทุนง่ายขึ้น
# ธปท. ได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนของธนาคารพาณิชย์ เพื่อเสริมสร้างระดับเงินกองทุนให้สูงขึ้นในการรองรับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นใน สำหรับ ตราสารทางการเงินที่นับเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1หรือ Additional Tier 1 (AT1) ซึ่งเป็นตราสารทางการเงินที่ไม่มีกำหนดเวลาการชำระคืน ธปท. ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจ่ายผลตอบแทนได้โดยไม่ต้องขออนุญาต หากระดับเงินกองทุน (BIS Ratio) ของธนาคารพาณิชย์สูงกว่าที่ ธปท.กำหนด

# ผลกระทบ: เป็นบวกกับธนาคารพาณิชย์ ในเกณฑ์ที่ผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้การออกตราสารทุนและหนี้มีความน่าสนใจมากขึ้น แต่ปัจจุบันธนาคารมีสภาพคล่องทางการเงินสูงมาก และมีเงินกองทุนที่แข็งแกร่ง คาดว่าจะเอื้อต่อการออกตราสารหนี้ไหม่ๆในอนาคตมากกว่า แต่ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าธนาคารไทยมีปัญหาด้านกองทุนคงคำแนะนำ ถ่วงน้ำหนักมากในกลุ่ม ธนาคาร Top Pick คือ KBANK และ TISCO

+ ORI: DBS คาดว่าการเปิดขายโครงการบ้านแนวราบจะสำเร็จพอควร
# วานนี้ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโครงการบ้านแนวราบของ ORI ซึ่งปกติจะเน้นทำคอนโด เป็นบ้านเดี่ยวระดับราคาสูงสุดเท่าที่เคยพัฒนามาคือ โครงการ Belgravia Exclusive Pool Villa บางนา-พระราม 9 ราคาตั้งแต่ 25-40 ล้านบาท ต่อหลังมีทั้งหมด 65 ยูนิต แต่พัฒนาเป็นหลายเฟส ตกเฟสละ 10 หลัง เพิ่งเปิดขายมาได้ 1 สัปดาห์ คาดว่าจะมีผู้จองเบื้องต้นที่ 3หลัง เราเห็นว่ามีโอกาสจะสำเร็จพอควร เพราะอยู่ในทำเลที่ดี และตัวบ้านมีความสวยงามสไตล์อังกฤษ เน้นประโยชน์ใช้สอยและธรรมชาติ ตกแต่งด้วยกระจกบานใหญ่ และมีสระว่ายน้ำทุกหลัง

# ผลกระทบ: เป็นบวก ช่วยกระจายความเสี่ยงจากแต่เดิมมีแต่คอนโด ปัจจุบันมีแนวราบแล้ว 10 โครงการ ในปี 64 บริษัทจะเน้นแบรนด์ Grand Britania ซึ่งรองจาก Belgravia ราคาขาย 8-15 ล้านบาท ซึ่งมีอุปสงค์มาก แต่บริษัทมีประสบการณ์ทำบ้านแพงสุดมาแล้ว จะมาต่อยอดและประยุกต์ใช้ คาดว่าสัดส่วนรายได้จากบ้านแนวราบจะทยอยเพิ่มขึ้นปีนี้ และปี 64 ที่ราว 15% และ 30% จากทั้งหมด ตามลำดับ คาดว่ากำไรหลักปีนี้และปีหน้าเติบโตในอัตรา +2%/+19% เทียบ y-o-y ตามลำดับ แรงหนุนนำการเติบโตมาจากโครงการบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่นคือ Nomura ทยอยให้กำไรเพิ่มขึ้น แนะนำ ซื้อ ที่ราคาพื้นฐาน 8.10 บาท

นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

 

ณภัค ภัทรสุปรีดิ์

: เรียบเรียง โทร : 02-276-5976 อีเมล์ : reporter@hooninside.com ที่มา : สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : GUNKUL ปี 63 กำไรโตแรง 54.13% แจกปันผล0.182 บาทต่อหุ้น

อวดงบปี 63 กำไรติดปีกแตะ 3,425.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.13% เทียบจากงวดเดียวกันปีก่อนเท่ากับ 2,222.29 ล้านบาท และเป็น..

โลกฟื้น เราฟื้น By : แม่มดน้อย

หัวจิต หัวใจ แม่มดน้อย ตอนนี้ มีความสุข ด้วยจะได้พักผ่อน เก็บพลัง 3 วัน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตลาดบ้านเราปิดทำการ...

ชะลอ.... By : เจ๊มดแดง

หลบหน่อย เจ๊มดแดง คนสวยจะเดิน จะไต่กิ่งมะม่วง....แบบวันนี้ ตั้งใจทำงานให้เสร็จเร็วๆ จะได้ไปพักผ่อน ริมทะเล นอนตากแดด

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้