Today’s NEWS FEED

News Feed

YLG สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 30 ตุลาคม 2020

227

สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่งและโกลด์ฟิวเจอร์ส วันที่ 30 ตุลาคม 2020

 

30/10/2020  15.39 น.

ราคาล่าสุด

เปลี่ยนแปลง

%เปลี่ยนแปลง

สูงสุด

ต่ำสุด

ราคาเปิด

ราคาก่อนหน้า

Spot Gold

1,871.00

3.70

0.20%

1,878.06

1,863.84

1,866.73

1,867.30

ทองคำแท่ง 96.5%

27,700

-100

-0.36%

27,700

27,550

27,700

27,800

GFZ20

27,860

-170

-0.61%

27,960

27,790

27,960

28,030

GFG21

27,960

-140

-0.50%

28,000

27,850

28,000

28,100

GFJ21

28,080

-80

-0.28%

28,170

28,080

28,170

28,160

GDZ20

1,885.30

-28.80

-1.50%

1,904.00

1,884.00

1,904.00

1,914.10

GOZ20

1,876.00

-8.10

-0.43%

1,883.00

1,866.00

1,881.70

1,884.10

THB

31.19

0.03

0.10%

31.23

31.14

31.20

31.16

เงินยูโร (€/$)

1.1672

-0.0002

-0.02%

1.1695

1.1663

1.1674

1.1674

ที่มา : bisnews

 

สภาวะตลาดวันที่ 30 ตุลาคม 2020 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,863.84 - 1,878.06 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 27,700 บาทต่อบาททองคำ ปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 27,800 บาทต่อบาททองคำ  ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ20 อยู่ที่ 27,860 บาท ปรับตัวลดลง 170 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 28,030 บาท ด้านโกลด์ออนไลน์ฟิวเจอร์ส GOZ20 อยู่ที่ 1,876.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ปรับตัวลดลง 8.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,884.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์

(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.39 น. ของวันที่ 30/10/2020)

 

แนวโน้มวันที่ 02 พฤศจิกายน 2020

 

การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 3 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่นเป็นที่ถูกจับตา ขณะที่ สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ยอดผู้ใช้สิทธิเลีอกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯล่วงหน้าได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 80 ล้านคนแล้วในวันนี้ ซึ่งเป็นยอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่ายอดผู้ใช้สิทธิล่วงหน้าเมื่อ 4 ปีที่แล้วมากถึง 58% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนอเมริกันในการเลือกตั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนอเมริกันเลือกที่จะมาลงคะแนนเสียงล่วงหน้าในครั้งนี้ เนื่องจากความกังวลที่เกิดจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้ประชาชนสหรัฐฯเลือกที่จะลงคะแนนผ่านทางไปรณีย์ และหน่วยเลือกตั้งที่จัดไว้ล่วงหน้า โดยนักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ว่าจะมีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้มากกว่า 138 ล้านคน ทั้งนี้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อ 4 ปีที่แล้ว มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเพียง 47 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งมีผู้สนับสนุนพรรคเดโมแครตออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 18.2 ล้านคน ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน 11.5 ล้านคน และผู้ที่ไม่ระบุว่าสนับสนุนพรรคใด 8.8 ล้านคน อย่างไรก็ดี เมื่อวันอังคาร (27 ต.ค.) ที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์ กล่าวว่า การนับคะแนน “บัตรเลือกตั้งไปรษณีย์” ที่ถูกส่งมาหลังวันเลือกตั้งนั้นถือว่า “ไม่เหมาะสม” และไม่สนับสนุนให้คนลงคะแนนทางไปรษณีย์  เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้มีการโกงเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ ทรัมป์ระบุว่า “จะเป็นสิ่งที่ดี” หากประชาชนได้ทราบว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีภายในวันเลือกตั้ง” และมองว่าการต้องรอการนับคะแนนถึง 2 สัปดาห์ไม่เหมาะสมและควร “ผิดกฏหมาย”  แม้ว่าการกล่าวหานี้ของปธน.ทรัมป์ไม่ได้มีหลักฐานมาสนับสนุน และผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเลือกตั้งผ่านไปรษณีย์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับการเลือกตั้งสหรัฐมาอย่างยาวนานและแทบไม่เคยมีการโกงเกิดขึ้น ซึ่งผลโหวต 1 ใน 4 ของการเลือกตั้งวาระที่แล้วก็มาจากการเลือกตั้งผ่านไปรษณีย์  แต่คำกล่าวของปธน.ทรัมป์ ส่งผลให้นักลงทุนในตลาดวิตกมากขึ้นว่า ผลการเลือกตั้งมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดความวุ่นวาย หรือมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นในชั้นศาล ซึ่งอาจส่งผลต่อความผันผวนของตลาดเงิน ตลาดทุน และตลาดทองคำได้  อย่างไรก็ตามวายแอลจีเชื่อว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะพยายามแกว่งตัวในกรอบเพื่อสร้างฐานราคา ซึ่งบริเวณ 1,860-1,858 ดอลลาร์ต่อออนซ์เป็นแนวรับ หากราคาทองคำสามารถยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ มีโอกาสที่ราคาจะขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,885-1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถยืนได้ราคาก็มีโอกาสอ่อนตัวลงอีกครั้ง ซึ่งวายแอลจี เน้นย้ำว่านักลงทุนระยะสั้นควรวางแผนการลงทุนที่ชัดเจน มีจุดเข้าซื้อ จุดขายทำกำไร และจุดตัดขาดทุน รวมทั้งปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

 

กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำยืนเหนือบริเวณแนวรับ 1,860-1,858 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ในระยะสั้น ราคาทองคำยังมีโอกาสขยับขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,880-1,885 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยบริเวณนี้นักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรเพียงบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านได้หรือไม่ ซึ่งหากผ่านได้ราคาอาจจะมีการปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านถัดไปบริเวณ 1,897 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่ผ่านราคาจะอ่อนตัวลงอีกครั้ง โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,858 หรือ 1,847 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยนักลงทุนที่รอซื้อทองคำอาจรอดูการตั้งฐานของราคา หากสามารถตั้งฐานบริเวณแนวรับดังกล่าวได้แข็งแกร่งสามารถเข้าเก็งกำไรทองคำเพิ่มเติม

 

ทองคำแท่ง (96.50%)

แนวรับ            1,858 (27,450บาท)             1,847 (27,250บาท)                1,831 (27,050บาท) 

แนวต้าน          1,885 (27,850บาท)             1,897 (28,050บาท)               1,911 (28,250บาท)            

*หมายเหตุ :  แนวรับแนวต้านราคาทองคำแท่ง 96.50% เป็นราคาจากการ Convert ตามสูตรทางทฤษฏี

 

                        GOLD FUTURES (GFZ20)

แนวรับ            1,858 (27,660บาท)             1,847 (27,500บาท)                1,831 (27,260บาท) 

แนวต้าน          1,885 (28,070บาท)             1,897 (28,250บาท)               1,911 (28,450บาท)            

 

GOLD ONLINE FUTURES (GOZ20)

แนวรับ            1,863 ดอลลาร์ต่อออนซ์       1,852 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,836 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวต้าน          1,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์      1,902 ดอลลาร์ต่อออนซ์             1,916 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

หากต้องการทราบทิศทางราคาทองคำและแนวทางลงทุนทองคำ ขอคำปรึกษาเพิ่มเติมจากทีมที่ปรึกษาการลงทุนด้านโกล์ดฟิวเจอร์ส โทร. 02-687-9999

 

ที่มา : bisnews, อินโฟเควสท์, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์

 

สิริวัฒนา กลางประพันธ์

สิริวัฒนา กลางประพันธ์ : รายงาน / อณุภา ศิริรวง : เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

เขียวต่อ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นตลาดหุ้นไทย เอเชียปรับตัวขึ้นต่อ เขียวอย่างต่อเนื่อง แถม เงินบาทยังแข็งค่า แบบว่า

ขี่ตัวใหญ่ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เห็นความสำเร็จของวัคซีน ต้านไวรัส โควิด-19 แต่ละค่าย แล้ว ใกล้แล้ว แต่ผลของวัคซีนก็ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง

บวกกันต่อ By : เจ๊เยเลน ณ Wall Street

บวกกันต่อ By : เจ๊เยเลน ณ Wall Street

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้