Today’s NEWS FEED

News Feed

กูรูดีบีเอส วิคเคอร์ส ชี้AS เพชรในตม...หุ้นเกมส์ที่ซื้อขายที่ P/E เพียง 7 เท่า/คาดทั้งปี63กำไร 258ลบ.

616


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(10กันยายน 2563)-------บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น AS เป็นผู้ให้บริการเกมส์ออนไลน์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มบริษัทฯ เปิดให้บริการเกมส์ออนไลน์ครั้งแรกในไทยเมื่อปี 2546 ด้วยเกมส์ "Ragnarok Online" และในปี 2551 ได้เปิดให้บริการ "MapleStory" ซึ่งได้รับการตอบรับดีในประเทศสิงคโปร์ ในปี 2562 ที่ผ่านมา มีเกมส์ออนไลน์ทั้งหมดที่เปิดให้บริการทั้งบนแพลตฟอร์มพีซีและโมบายรวม 32 เกมส์ ใน 5 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย การให้บริการเกมส์ออนไลน์ถือเป็นธุรกิจหลัก โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สร้างรายได้ให้แก่กลุ่มบริษัทฯ เฉลี่ย 93% ของรายได้ทั้งหมด

รายได้ของบริษัทมาจากการที่ผู้เล่นเติมเงินเข้าเกมส์บนแพลตฟอร์ม PC และมือถือ ผ่านบริการต่าง ๆ เช่น บัตรเติมเงินล่วงหน้าที่ออกโดยบริษัทฯ, บัตรเติมเงินโทรศัพท์,บัตรเดบิตและบัตรเครดิต Visa และ MasterCard และ การเติมเงินผ่านธนาคารทางออนไลน์ โดยกลุ่มบริษัทฯ ประกอบด้วยบริษัทต่าง ๆ รวม 10 บริษัท และตั้งเป้าหมายระยะยาวที่จะสร้างรายได้มากกว่า 2 พันล้านบาทภายในปี 2566 ซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับรายได้ปี 2562 ที่ 767 ล้านบาท และครึ่งปี 2563 ที่มีรายได้ 644 ล้านบาท

สิ่งที่น่าตื่นเต้น คือ กำไรไตรมาส 2 ที่ผ่านมากลับมาโต 478%YoY และยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง โดยตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมาผลประกอบการของบริษัทเริ่มกลับมามีกำไรและฟื้นตัวต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมาบริษัท ได้ทำการลดต้นทุน โดยการลดจำนวนพนักงานลงจากระดับ 1,000 คน เหลือเพียง 350 คน ทำให้ต้นทุนของบริษัทค่อนข้างต่ำและมีประสิทธิภาพมาก และหากพิจารณาในปี 2562 ปีที่ผ่านมาในรายละเอียด พบว่าผลประกอบการบริษัทเริ่มฟื้นตัวโดดเด่นแล้ว แต่มีผลขาดทุนจากคดีความ 55.1 ล้านบาทในไตรมาส 1 /2562 ทำให้กำไรสุทธิทั้งปีเหลือเพียง 4.35 ล้านบาท หากไม่นับรวมผลขาดทุนดังกล่าวผลประกอบการบริษัทเริ่มฟื้นตัวโดดเด่นมากมีกำไร 59.45 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2563 ออกมาเติบโตค่อนข้างโดดเด่นมากมีกำไรสุทธิถึง 117.8 ล้านบาท โต 478%YoY เทียบกับกำไรสุทธิทั้งปี 2560 ที่ 12.64 ล้านบาท และทั้งปี 2561 ที่ 14 ล้านบาท และทั้งปี 2562 ที่ 4.35 ล้านบาท(มีผลขาดทุนจากคดีความ 55.1 ล้านบาท) ถือว่าเติบโตสูงมาก

การเติบโตไตรมาส 2 เกิดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ การเติบโตของรายได้เกิดขึ้นในทุกประเทศที่บริษัทเข้าไปทำธุรกิจตามรูปด้านล่าง และเป็นการเติบโตในสัดส่วนที่สูง และธรรมชาติของธุรกิจนี้ที่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้มาก ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 10% เป็น 26% หากเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีกับปีก่อน ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 52% เป็น 59% เพิ่มขึ้นเร็ว ในขณะที่ทางด้านสัดส่วนรายได้ของบริษัทล่าสุด การเติบโตในต่างประเทศค่อนข้างเร่งตัวมากขึ้น สัดส่วนรายได้ในต่างประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 60% ของรายได้รวม จากเดิมที่มีสัดส่วนเพียง 40% ภาพรวมเป็นการเติบโตทั้งภูมิภาคตามกราฟด้านล่าง

สาเหตุผลผลประกอบการที่กลับมาเติบโตโดดเด่น เป็นผลจากการเปิดตัวเกมส์ใหม่ในช่วงครึ่งปีแรก 5 เกมส์ และจะมีการเปิดตัวในครึ่งปีหลังอีก 5 เกมส์ ซึ่งแม้ว่าส่วนหนึ่งของการเติบโตของรายได้เป็นผลจากสถานการณ์โควิค19 ที่คนอยู่บ้านกันมากขึ้น มีการผ่อนคลายโดยการเล่นเกมส์แทนการออกไปนอกบ้าน แต่สิ่งหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เป็นเรื่องเทรนด์ของยูทูปเบอร์และนักพากษ์เกมส์ที่เพิ่มขึ้นมาก เป็นแรงกระตุ้นทำให้เกิดการเล่นเกมส์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเราคาดว่าเป็นแนวโน้มที่ต่อเนื่อง และทำให้ผลประกอบการบริษัทยังมีโมเมนตั้มต่อเนื่องได้ตลอดทั้งปีนี้

เบื้องต้นคาดรายได้ในครึ่งปีหลังใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก แม้ว่าจะลดระดับลงบ้างหลังจากที่รายได้ขึ้นไปสูงสุดในไตรมาส 2 แต่ชดเชยจากไตรมาสหนึ่งที่รายได้ยังไม่สูงมาก และเชื่อว่ารายได้ยังคงมีแนวโน้มดีต่อในครึ่งปีหลัง โดยไตรมาสสุดท้ายมักจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปี เบื้องต้นประเมินรายได้ในครึ่งปีหลังใกล้เคียงกับครึ่งปีแรก จากการเติบโตในต่างประเทศที่ยังคงสูง ในขณะที่การเติบโตในประเทศอินโดนีเซียยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากฐานที่ต่ำ รวมถึงเกมส์ใหม่ที่เปิดตัวเพิ่ม 5 เกมส์ในครึ่งปีหลัง

อัตรากำไรคาดว่ายังคงทรงตัวในระดับสูงตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยหากใช้สมมติฐานเบื้องต้นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 54% ต่ำกว่าไตรมาส 2 ที่ 59% และสมมติฐานค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ 34% ของยอดขาย ผลประกอบการในครึ่งปีหลังคาดว่าจะอยู่ที่ 120 ล้านบาทใกล้เคียงกับครึ่งปีแรกที่ 138 ล้านบาท และประเมินกำไรทั้งปีไว้ที่ 258 ล้านบาท หรือ คิดเป็นกำไรต่อหุ้นที่ 0.629 บาทต่อหุ้น หากเป็นไปตามที่เราประเมินเบื้องต้นไว้นี้ ตอนนี้บริษัทซื้อขายที่ระดับ PE ที่เพียง 6.96 เท่า ถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับ PE ของ SET หรือ หุ้นกลุ่มธุรกิจเกมส์ใกล้เคียงกันในต่างประเทศอย่าง NetEase ที่ซื้อขายที่ PE 17.61 เท่า หรือ Sea Ltd ที่ทำธุระกิจเกมส์และ Shopee ด้วย แต่ยังไม่มีกำไร ไม่สามารถหา PE ได้ หรือ หุ้น Gravity ที่ซื้อขายที่ PE 38 เท่า


ความเสี่ยงของบริษัทและราคาหุ้น อยู่ที่รายได้ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างที่ประเมินไว้ ซึ่งจะเป็นปัจจัยที่กดดันอัตรากำไรให้น้อยกว่าเดิม รวมถึงการที่ราคาหุ้นปรับตัวมาระดับหนึ่งตามผลประกอบการที่ดีไปแล้ว ส่วนความเสี่ยงของธุรกิจ เป็นเรื่องของผู้พัฒนาเกมส์อาจจะพึ่งพิงผู้ให้บริการเกมส์ อย่าง AS น้อยลง และให้บริการเกมส์เอง

เรายังไม่ได้ออกบทวิเคราะห์อย่างเป็นทางการ แต่เป็นการประเมินแนวโน้มผลประกอบการเบื้องต้นหลังจากที่เข้าพบกับผู้บริหาร แต่ภาพรวมถือว่าบริษัทยังซื้อ-ขายที่ระดับ PE ต่ำมากพอควร หากผลประกอบการเป็นไปตามสมมติฐานทางการเงินที่เราประเมินไว้

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews:GUNKUL โค้งแรกกำไรพุ่ง 38.60 % ลั่นปีนี้ผลงานโตทะลุเป้า 20%

GUNKUL ไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง ปั๊มผลงานไตรมาส1/64 โชว์กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 608.59 ล้านบาท พุ่งกระฉูดกว่า 38.60%

คัมภีร์หุ้น By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ : ตลาด After Shock หุ้นตก 70 ริกเตอร์ เอายังไงกันต่อ ?

*หลังจากหุ้นร่วงยังกับแผ่นดินไหว 70 จุด รูดทีเดียวถึงเป้า 1500 แล้วเด้งเฉียบพลัน แล่วมันจะยังไงกันต่อ และเราต้องทำยังไง

เริ่มใหม่ By: แม่มดน้อย

รีบาวน์ เจอแรงขาย ก็ต้องถอยกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ได้แรงหนุนจากตลากต่างประเทศ ชักธงเขียว....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้