Today’s NEWS FEED

News Feed

Update บอร์ดEP ลงมติให้บ.ย่อย ก่อสร้าง4โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในเวียดนาม มูลค่า 7,040.92 ลบ.

472

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(31สิงหาคม 2563)-------บอร์ดEP ลงมติให้บ.ย่อย ก่อสร้าง4โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมในเวียดนาม มูลค่า 7,040.92 ลบ. คาดCOD ต.ค.64 งานนี้ใช้แหล่งเงินทุน สำหรับก่อสร้าง มาจาก 4 ทาง ส่วนของผู้ถือหุ้น-
ออกหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท แบบมอบอํานาจทั่วไป -แหล่งเงินทุนอื่นในอนาคต -กู้จากสถาบันการเงิน

นาย วีระ เหล่าวิทวัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)EP เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการของ บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2563 และครั้งที่ 6/2563 เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2563 ได้มีมติให้ บริษัท EPVN W1 (HK) Company Limited (“EPVN Wi”) และบริษัท EPVN W2 (HK) Company Limited (“EPN W2”) เข้าทํารายการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทในประเทศเวียดนาม

โดยทั้ง EPVN W1 และ EPVN W2 เป็นบริษัทย่อยโดยอ้อมของบริษัทฯ ซึ่งมีโครงสร้างการถือหุ้นดังนี้

(1) บริษัทฯ ถือหุ้นร้อยละ 75.00 ในบริษัท อีเทอร์นิตี้ พาวเวอร์ จํากัด (มหาชน) (“ETP)

(2) EIP ถือหุ้นร้อยละ 100.00 ในบริษัท EP Group (HK) Company Limited (“EP Group (HI)”

(3) EP Group (HK) ถือหุ้นร้อยละ 100.00 ใน EPVN WI และ EPVN W2 ซึ่งทั้ง 2 บริษัท เป็นบริษัทที่จดทะเบียนในเขต บริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ได้มีมติให้บริษัทย่อยลงทุน ก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม (EPC) ในโครงการ HL3 โครงการ HL4 โครงการ TN และโครงการ MN โดยมี มูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 223.10 ล้านคอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 7,040.92 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.56 บาทต่อ 1 คอลล่าร์สหรัฐอ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2563)


โครงการ HL3 และโครงการ HL4


EVPN W1 ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท Target Company HL3 และ Target Company HL4 ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในโครงการ HL3 และ HL4 ในราคา 151.49 ล้านบาท และ 151.49 ล้านบาท ตามลําดับ และจะลงทุน ก่อสร้าง (EPC) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ ขนาดกําลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ (60.80 เมกะวัตต์ติดตั้ง) โดย เป็นขนาดกําลังการผลิตต่อโครงการที่ 30 เมกะวัตต์ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 73.65 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,324.52 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการ ประมาณ 83.26 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,627.50 ล้านบาท (อัตรา แลกเปลี่ยนที่ 31.56 บาทต่อ 1 คอลล่าร์สหรัฐอ้างอิงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2563)


โดยทั้ง 2 โครงการ อยู่ในเขตพื้นที่เขต Huong Linh จังหวัด Quang Iri ประเทศเวียดนาม โดยจะเข้าทําสัญญาซื้อขาย ไฟฟ้ากับการไฟฟ้าเวียดนาม (“EVN) ด้วยระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tarif หรือ FIT) ที่ 0.085 คอลล่าร์สหรัฐต่อหน่วย (หรือประมาณ 2.68 บาท อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.56 บาทต่อ 1 คอลล่าร์สหรัฐ อ้างอิงจากธนาคารแห่ง ประเทศไทย ณ วันที่ 26 มิถุนายน 2563) โดยคาดว่าจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และจําหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี
2564


โครงการ TN และ โครงการ MN


EVPN W2 ได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท Project Company IN และ Project Company MN ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการ ผลิตไฟฟ้าพลังงานลมในโครงการ TN และ MIN ในราคา 262.34 ล้านบาท และ 262.34 ล้านบาท ตามลําดับ และจะลงทุน ก่อสร้าง (EPC) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 2 โครงการ ขนาดกําลังการผลิตรวม 100 เมกะวัตต์ (99.00 เมกะวัตต์ติดตั้ง) โดย เป็นขนาดกําลังการผลิตต่อโครงการที่ 50 เมกะวัตต์ ด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 123.33 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.888.74 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้ง 2 โครงการ ประมาณ 139.84 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือประมาณ 4,413.42 ล้านบาท

โดยทั้ง 2 โครงการ อยู่ในพื้นที่เขต Ban Can จังหวัด Gai Lai ประเทศเวียดนาม โดยจะเข้าทําสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าเวียดนาม (“EVN) ด้วยระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี ในอัตรารับซื้อไฟฟ้า (Feed in Tariff หรือ FIT) ที่ 0.085 คอลล่าร์ สหรัฐต่อหน่วย (หรือประมาณ 2.68 บาท อัตราแลกเปลี่ยนที่ 31.56 บาทต่อ 1 คอลล่าร์สหรัฐ อ้างอิงจากธนาคารแห่งประเทศ ไทย ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2563) โดยคาดว่าจะสามารถก่อสร้างแล้วเสร็จ และจําหน่ายไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2564ดังนั้น มูลค่ารวมของทั้ง 4 โครงการ เป็นจํานวนเงินทั้งสิ้น 223.10 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือ 7,040.92 ล้านบาท


สรุป ประมาณวันที่เริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (COD) และอัตราผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต
--------------------------------------
รายการ HL3 HL4 IN MN

-----------------------------------------
คาดการณ์ว่าจะเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (COD) ต.ค.64 ต.ค.64 ต.ค.64 ต.ค.64

-------------------------------------
อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของผู้ถือหุ้น (EIRR) 20-25% 20-25% 20-25% 20-25%

--------------------------------------------------

 

ผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับบริษัทฯ
• เพื่อขยายขอบเขตการดําเนินธุรกิจพลังงานเพิ่มเติมเพื่อรองรับการเติบโตของตลาคอุตสาหกรรมด้านพลังงานลม ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

• ส่งเสริมให้บริษัทฯมีผลตอบแทนเติบโต มีกําไรมั่นคงและต่อเนื่องในอนาคต

• เพื่อกระจายความเสี่ยงในการดําเนินธุรกิจ


แหล่งเงินทุนที่ใช้ มาจากมูลค่าการลงทุนทั้ง จํานวนเงินประมาณ 7,040.92 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. เงินลงทุนในส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) คิดเป็นร้อยละ 30 - 35% ของมูลค่าโครงการ หรือประมาณ 2,112.28 -
2,464.32 ล้านบาท โดยกลุ่มบริษัทฯ จะใช้แหล่งเงินทุนจาก เงินสดที่ได้จากการขายโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศไทย จํานวนประมาณ 901 ล้านบาท

2. การออกหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท แบบมอบอํานาจทั่วไป (General Mandate)

3. แหล่งเงินทุนอื่นในอนาคต

4. เงินลงทุนส่วนของเงินกู้ สัดส่วนประมาณ 65-70% หรือประมาณ 4,576.60 - 4,928.64 ล้านบาท จะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน ทั้งนี้ บริษัทฯอยู่ระหว่างการเจรจาขอรับการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อ จากสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง ซึ่งมีข้อตกลงเบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว และเป็นข้อมูลความลับทางการค้า ทั้งนี้หากมีความชัดเจนแล้ว บริษัทฯ จะแจ้ง ให้ผู้ลงทุนทราบต่อไป

 


EP แจงเพิ่มทุนแบบมอบอํานาจทั่วไป จํานวน 552.94 ล้านหุ้น
รองรับแผนการลงทุนในอนาคตได้อย่างทันกาล-เป็นทุนหมุนเวียนในกิจการ


นาย วีระ เหล่าวิทวัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีสเทอร์น พาวเวอร์ กรุ๊ป จํากัด (มหาชน)EP เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2563 เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2563 ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอต่อ ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2563 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ แบบมอบอํานาจ ทั่วไป จํานวน 552,942,000.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวน 552,942,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท และการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวตามรายละเอียดดังนี้

1. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 276,471,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Right Offering: RO)

2.จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 184,314,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ประชาชน (Public offering: PO)

3. จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนจํานวนไม่เกิน 92,157,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจํากัด (Private Placement: PP)


วัตถุประสงค์ของการเพิ่มทุน และการใช้เงินทุนในส่วนที่เพิ่ม เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสําหรับรองรับแผนการลงทุนในอนาคตดังกล่าวได้อย่างทันกาล และเพื่อเป็นทุน หมุนเวียนในกิจการ

ประโยชน์ที่บริษัทจะพึงได้รับจากการเพิ่มทุนจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน

การเพิ่มทุนจดทะเบียนโดยการจัดสรรหุ้นแบบมอบอํานาจทั่วไป (General Mandate) จะเป็นประโยชน์ ต่อบริษัทฯ เนื่องจากจะช่วยให้บริษัทฯ มีแหล่งเงินทุนที่พร้อมสําหรับการดําเนินการตามแผนการลงทุนของบริษัทฯ ในอนาคตอย่างทันกาล

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : RBF ปักหมุดยอดขายปี 64 โต 10-12% สวนกระแส โควิด-19 ระลอกใหม่

RBF รับอานิสงค์ส่งออกขยายตัว - ลูกค้าออเดอร์เพิ่ม ช่วยดันเป้ายอดขายปี 64 โตไม่ต่ำกว่าปี 63 ที่ 10-12% สวนกระแสว

คละเคล้า By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อยบินลัดเลาะวันศุกร์ เกือบปลายเดือน ม.ค. SET ย่อตัวลง ตามพี่ใหญ่ดาวโจนส์ -ราคาน้ำมันอ่อนลง ส่วนบ้านเรา กทม.

ปิดเกมเร็ว By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม ไบเดน ชนะเลือกตั้ง ตลาดตอบรับ ตลาดสหรัฐ เอเชียคึกคัก ...เป็นประธานาธิบดีสหรัฐเป็นทางการ ตลาดก็ยินดี ไปแล้ว

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้