Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : ITEL ลั่น H2/63 สุดแกร่ง ทั้งปีรายได้เข้าเป้า 2.4 พันลบ. / AGE เดินเกมรุกธุรกิจถ่านหิน-โลจิสติกส์ขนส่งเต็มสูบ

581

HotNews: ITEL ลั่น H2/63 สุดแกร่ง ทั้งปีรายได้เข้าเป้า 2.4 พันลบ. / AGE เดินเกมรุกธุรกิจถ่านหิน-โลจิสติกส์ขนส่งเต็มสูบ

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(11สิงหาคม2563)ITEL โชว์ผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก มีรายได้รวม 932.06 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 97.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.93 % เป็นผลมาจากรายได้จากงานบริการโครงข่ายที่มียอดใช้บริการดีทะลุเป้าต่อเนื่อง ด้าน CEO “ณัฐนัย อนันตรัมพร” ปรับกลยุทธ์เชิงรุก เล็งต่อยอดธุรกิจโครงข่าย เพื่อขยายฐานลูกค้าเพิ่ม ตอกย้ำปีนี้ อัตราการเติบโตส่อแววเข้าเป้าแตะ 2,400 ล้านบาท มั่นใจผลงานครึ่งปีหลังออกมาแจ่ม เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากครึ่งปีแรก

 

 

 

 

นายณัฐนัย อนันตรัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2563 บริษัทฯมีรายได้รวม 462.40 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ จำนวน 57.80 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 47.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.97 % โดยแบ่งเป็นรายได้จากการให้บริการโครงข่าย 273.29 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย 148.36 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ 17.92 ล้านบาท และรายได้อื่น 22.83 ล้านบาท แม้ว่าในช่วงไตรมาส 2/2563 ที่ผ่านมา ยังอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 ส่งผลให้ภาครัฐประกาศล็อกดาวน์ประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่องานโครงการด้านการสื่อสารโทรคมนาคมของลูกค้าต้องมีการชะลอไปบ้าง แต่ด้วยการปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการภายในองค์กร

 

 

เพื่อรับมือกับวิกฤตดังกล่าวได้เป็นอย่างดี เช่นการปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ จึงทำให้ภาพรวมของธุรกิจดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นนั้น เนื่องจากมีการทยอยรับรู้รายได้การให้บริการโครงข่ายของโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล (USO Phase 1 และ Phase 2 ) และการทยอยรับรู้รายได้บริการเชื่อมต่อข้อมูลและศูนย์รับฝากข้อมูลที่ได้ทำสัญญากับลูกค้าไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งบริษัทฯได้ปรับกลยุทธ์ด้วยการกระชับต้นทุนการให้บริการและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัท สำหรับรายได้จากการให้บริการโครงข่ายเติบโตเพิ่มขึ้น27.56 % จากงวดเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากประสิทธิภาพและเสถียรภาพของโครงข่าย อีกทั้งได้มีทำการตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมเพิ่มขึ้น

 

 

ปัจจุบันบริษัทฯ มีงานในมือรอรับรู้เป็นรายได้ (Backlog) อยู่ที่ 4,521.92 ล้านบาท ย้ำความเชื่อมั่นว่า ผลประกอบการปี 2563 บริษัทฯ จะมีการเติบโตและจากงานที่ได้รับมาจะส่งผลดีต่อการใช้ประโยชน์ของโครงข่าย (Network Utilization) ที่จะเพิ่มขึ้น ทำให้บริษัทฯ จะมีรายได้ต่อเนื่องเติบโตในระยะยาว และ

 

 

การได้รับงานโครงการใหม่ ๆ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างรอผลประกวดราคางานโครงการติดตั้งสายใยแก้วนำแสงให้กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 240 ล้านบาท อีกทั้งบริษัทฯ เตรียมเข้าเสนองานด้านงานโซลูชั่นให้บริการการศึกษาผ่านทางไกลเพื่อรองรับเทรนด์การเรียนการสอนออนไลน์ โดยจะอาศัยศูนย์บริการ USONET ของบริษัทฯ ที่อยู่ตามพื้นที่ห่างไกลและมีระบบอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้พร้อมรองรับนักเรียนที่จะมาใช้บริการ รวมถึงประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงโดยคาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

 

 

โดยบริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสที่องค์กรต่างๆ มีความตื่นตัวในการนำเทคโนโลยีด้านการสื่อสารมาใช้ขับเคลื่อนธุรกิจในยุคดิจิทัล จึงเป็นโอกาสที่ดีของ บริษัทฯ ในการใช้ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญงานด้านการให้บริการเชื่อมต่อข้อมูลและติดตั้งงานระบบเข้าไปนำเสนองานแก่หน่วยงานต่างๆ ประกอบกับรัฐบาลได้ทยอยผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในยุค New Normal

 

 

"ผลประกอบการของบริษัทฯในครึ่งปีแรกที่ออกมา เป็นที่น่าประทับใจทั้งรายได้และกำไร และคาดว่าแนวโน้มผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะออกมาสวยและเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งต่อเนื่องจาก ครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ปัจจุบัน ITEL มีรายได้จาก 3 ส่วนธุรกิจ ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงของธุรกิจ ที่สำคัญบริษัทฯมีจุดเด่นคือมีรายได้ประจำจากการให้บริการโครงข่าย มีลูกค้าในหลายกลุ่มธุรกิจทั้งสถาบันการเงิน ค้าปลีก ผู้ให้บริการโครงข่ายมือถือ ฯลฯ และรายได้จากการให้บริการดาต้า เซ็นเตอร์ รวมทั้ง มีรายได้จากการให้บริการติดตั้งโครงข่าย เชื่อมั่นว่า ITEL จะได้รับความสนใจจากนักลงทุนในทุกกลุ่มเข้ามาลงทุนในหุ้น ITEL เพราะธุรกิจโทรคมนาคมถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญมีความต้องการสูงและบริษัทฯ เลือกลงทุนในเทคโนโลยีใหม่อยู่เสมอ ทำให้สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกกลุ่ม" นายณัฐนัย กล่าว

 

 

 

 

 

 

 ด้าน AGE เดินเกมรุกธุรกิจถ่านหิน และ โลจิสติกส์ขนส่ง ครึ่งปีหลังต่อเนื่อง เล็งเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรเจาะตลาดถ่านหิน เวียดนาม ส่วนธุรกิจด้านขนส่งทางน้ำ – ทางบก ส่งสัญญาณเชิงบวก หลังปีนี้เรือลำเลียงครบ 36 ลำ – รถบรรทุกครบ 51 คัน และเตรียมขยายท่าเรือที่ 4 เพิ่ม สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพการให้บริการที่ครอบคลุมเชิงรุกที่ครบวงจร ด้าน CEO “ พนม ควรสถาพร ” ย้ำ ปัจจุบันมีกำไรสะสมในมือกว่า 700 ล้านบาท สะท้อนฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งทางธุรกิจ ส่วนผลการดำเนินงานงวดครึ่งปี มีรายได้รวม 3,388.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7 % เมื่อเทียบ YOY ขณะที่กำไรสุทธิ 51.3 ล้านบาท

 

 

นายพนม ควรสถาพร ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชียกรีน เอนเนอจี จำกัด(มหาชน) หรือ AGE ผู้จัดหาและจัดจำหน่ายถ่านหินบิทูมินัส (ถ่านหินสะอาด) เปิดเผยถึงภาพรวมธุรกิจในครึ่งปีหลังว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายแผนการลงทุนทั้งธุรกิจถ่านหิน และ ธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่ง อย่างต่อเนื่อง โดยจะเน้นทำการตลาดเชิงรุกเพื่อเจาะตลาดในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ เวียดนาม ซึ่งบริษัทฯได้มีการเพิ่มศักยภาพทีมบุคลากรบุกตลาดเชิงรุกมากขึ้น หลังจากที่มีการลงทุนก่อสร้างคลังถ่านหินและโรงงานคัดแยก ที่มีระบบบริหารจัดการด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในประเทศเวียดนาม

 

 

ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการใช้ถ่านหินที่เพิ่มในเวียดนาม นอกจากนี้ ยังวางกลยุทธ์บุกตลาดกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างต่อเนื่อง และเร่งขยายตลาดในประเทศเพิ่มขึ้นโดยปัจจุบันบริษัทฯ มียอดคำสั่งซื้อบิ๊กล็อต (Big Lot) จำนวน 1.2 ล้านตันเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะทยอยส่งมอบในครึ่งปีหลังของปีนี้ถึงต้นปี 2564

 

 

“ บริษัทฯ วางกลยุทธ์ในการเจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ที่เรามีความพร้อมของคลังสินค้าในประเทศดังกล่าวอยู่แล้ว และขยายตลาดกลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมองว่า กลุ่มประเทศดังกล่าวยังคงมีความต้องการใช้ถ่านหินอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้จากยอดนำเข้าถ่านหินของประเทศเวียดนาม ในช่วงครึ่งปี 2563 ที่อยู่ที่ 31 ล้านตัน ซึ่งจากปัจจัยนี้ ทำให้AGE จึงเร่งเดินหน้าขยายตลาดไปยังต่างประเทศมากขึ้น” นายพนม กล่าว

 

 

 

 

 

ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอเชียกรีน เอนเนอจี ยังได้กล่าวเพิ่มเติมถึงการขยายการลงทุนในธุรกิจโลจิสติกส์ด้านการขนส่งว่า ปัจจุบันธุรกิจโลจิสติกส์โดยเฉพาะด้านขนส่งทางน้ำ - ทางบก มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทฯ ได้มีการทำสัญญาเพื่อขนส่งสินค้าให้กับ กลุ่มลูกค้ารายใหญ่ ปริมาณรวม 2 ล้านตัน หรือคิดเป็นมูลค่ารวม 340 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการเพิ่มจำนวนเรือลำเลียงในปี 2563 ครบ 36 ลำ และมีรถบรรทุกครบทั้งหมด 51 คัน พร้อมทั้งเตรียมขยายท่าเรือที่ 4 ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของบริษัทที่ครอบคลุมการให้บริการที่ครบวงจร

 

 

ส่วนการลงทุนของบริษัทร่วมทุน ภายใต้ บริษัท แอท เอนเนอจี โซลูชั่น จำกัด นั้นมองว่า ครึ่งปีหลัง คาดว่าการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ ขนาด 5 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงปลายปี สำหรับธุรกิจจำหน่ายไอน้ำ ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการและติดตั้ง Boiler ขนาด 6 ตัน เพื่อผลิตไอน้ำในกระบวนการผลิต คาดว่าจะแล้วเสร็จและรับรู้รายได้ในช่วงปลายปีนี้เช่นเดียวกัน

 

 

ในปีนี้บริษัทฯ มั่นใจว่ายอดขายถ่านหินจะสามารถทำได้ตามเป้าที่ระดับ 3.5 ล้านตัน ตามที่คาดการณ์ไว้ ส่วนธุรกิจโลจิสติกส์ บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ที่ระดับ 10% ของรายได้รวม พร้อมกันนี้หากพิจารณาด้านฐานะทางการเงินของบริษัทฯ นายพนม กล่าวว่า บริษัทฯมีความแข็งแกร่ง ด้านสภาพคล่องทางการเงินอย่างมาก โดยเห็นปัจจุบันมีกำไรสะสมในมือสูงถึงกว่า 700 ล้านบาท ขณะที่อัตราหนี้สินต่อทุน (D/E) 1.87 เท่า ซึ่งบริษัทฯ พยายามรักษาระดับไม่เกิน 2 เท่า สาเหตุที่บริษัทฯมีสภาพคล่องที่ดี เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนและบริหารความเสี่ยงที่ดีในช่วงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างแผนศึกษาขยายการลงทุน เพื่อต่อยอดธุรกิจในอนาคตเพิ่มเติม

 

 

สำหรับผลประกอบการงวดไตรมาส 2/2563 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 นั้น บริษัทฯ มีรายได้ 1,342.7 ล้านบาท ลดลง ร้อยละ 21.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 10.2 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 85.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 71.2 ล้านบาท ขณะที่ผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีแรก 2563 ของบริษัทมีรายได้รวม 3,388.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งบริษัทมีรายได้รวม อยู่ที่ 3,365.3 ล้านบาท และกำไรสุทธิ อยู่ที่ 51.3 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 66.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 151.8 ล้านบาท

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : QTC มั่นใจรายได้ปี 63 เข้าเป้า 1 พันลบ. ลั่น H2/63 โตฉลุย

QTC มองผลงานH2/63 โตดี หลังตุน Backlog 340 ลบ. หวังส่งมอบปีนี้ 300 ลบ. เตรียมประมูลงานใหม่ 1,500-2,000 ลบ. ....

พายุโซนร้อน โนอึล By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ นอกจากจะติดตามข่าว การชุมนุมทางการเมือง เสาร์ที่ 19กันยายน คงต้องติดตามข่าว พายุโซนร้อน

“สามารถเทลคอม” รับรางวัลยอดขายสูงสุดในกลุ่ม Banking Industry ของ Huawei

“สามารถเทลคอม” รับรางวัลยอดขายสูงสุดในกลุ่ม Banking Industry ของ Huawei

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้