Today’s NEWS FEED

News Feed

(เพิ่มเติม) ADVANC คาดปี63 รายได้การให้บริการ-EBITDA ลดลงในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ ลดงบลงทุนเหลือราว 35,000 ลบ. (ไม่รวมค่าคลื่นความถี่)

384

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(6สิงหาคม 2563)------ADVANC คาดปี63 รายได้การให้บริการ-EBITDA ลดลงในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ วางงบลงทนุ โครงข่าย 4G, 5G ,อินเทอร์เน็ตบ้าน ราว 35,000 ลบ. (ไม่รวมค่าคลื่นความถี่) คงนโยบายเงินปันผล ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ


บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) ADVANC เปิดเผยว่า รายได้หลักการให้บริการหดตัวในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ )low-single digit(แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ในประเทศไทยจะเริ่มคลี่คลายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เริ่มฟื้นตัว แต่แนวโน้มธุรกิจในครึ่งหลังของปี 2563 ยังมีความไม่แน่นอน ทั้งจากอัตราการว่างงานที่อาจเพิ่มสูงขึ้น การหดตัวของภาคการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการปิดประเทศ ซึ่งเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลต่อแนวโน้มของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและรายได้จากการให้บริการของบริษัท ดังนั้นเอไอเอสจึงให้ความสำคัญกับการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ และการนำเทคโนโลยีดิจิตอลมาปรับใช้ในกระบวนการเพื่อลดผลกระทบจากการลดลงของรายได้ของบริษัท


สำหรับธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ บริษัทคาดการณ์ว่ารายได้จะเริ่มฟื้นตัวในครึ่งหลังของปี 2563 แต่ยังคงหดตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนตัวและการแข่งขันด้านราคาในตลาด อย่างไรก็ตาม เอไอเอสยังคงขยายช่องการจัดจำหน่ายทางดิจิตอลต่างๆ เพื่อรองรับการเติบโตของ พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ปรับใช้เครื่องมือดิจิตอลมากขึ้นในสภาวะใหม่ (New Normal) และแม้จะเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด บริษัทยังคาดว่ารายได้ของธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่จะหดตัวในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ (Low-single digit) เทียบการคาดการณ์ GDP -7% ถึง -8% และมุ่งเน้นที่จะคงความสามารถในการแข่งขันด้วยการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดเชิงรายได้ในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่

 

ในขณะที่ธุรกิจเอไอเอส ไฟเบอร์ หรืออินเทอร์เน็ตบ้านได้รับผลบวกจากกระแสการทำงานจากบ้านในช่วงสถานการณ์ COVID-19 และคาดว่าจะยังคงเติบโตต่อเนื่องในครึ่งหลังของปีไปสู่เป้าหมายผู้ใช้บริการ 1.35 ล้านรายภายในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ARPU ยังคงได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงด้วยแพคเก็จราคาต่ำ เอไอเอสจึงให้ความสำคัญในการขยายตลาดจากฐานลูกค้าโทรศัพท์เคลื่อนที่ของเอไอเอส โดยให้บริการแพคเก็จแบบรวมซึ่งประกอบด้วย อินเทอร์เน็ตบ้านบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และดิจิตอลคอนเทนท์ เพื่อเพิ่มรายได้ค่าบริการเฉลี่ยต่อครัวเรือน (ARPH) นอกจากนี้ยังนำเสนอสินค้าและบริการซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มอื่นๆเพื่อรักษาระดับราคาเหนือคู่แข่ง และหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาเพียงด้านเดียว
ธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรยังคงเติบโตตามกระแสดิจิตอลจากความต้องการที่สูงขึ้นขององค์กรซึ่งต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจสู่กระบวนการดิจิตอล ซึ่งธุรกิจบริการลูกค้าองค์กรส่วนที่ไม่ใช่บริการโทรศัพท์ (Enterprise non-mobile) มีสัดส่วนประมาณร้อยละ 3 ของรายได้หลักในการให้บริการ และคาดว่าจะเติบโตในอัตราเลขสองหลักในปี 2563


เน้นการบริหารจดัการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และลงทุนเพื่อการเติบโตในเชิงกลยุทธ์เพื่อรักษากระแสเงินสดจากการดำเนินงานและความสามารถในการทำกำไร เอไอเอสให้ความสำคัญในการบริหารจัดการต้นทุนทั้งต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และคาดการณ์ว่า EBITDA จะหดตัวในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ นอกจากนี้ยังลงทุนเพื่อขยายโครงข่าย 4G และ5G รวมถึงธุรกิจอินเทอร์เน็ตบ้านคงความเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมในระยะยาวด้วยงบลงทุนประมาณ 35,000ล้านบาท ซึ่งได้ปรับลดลงจาก 35,000-40,000 ล้านบาทเพื่อให้
สอดคล้องกับสภาพตลาดที่การบริโภคยังคงอ่อนตัว แต่ยังคงเป้าหมายการขยายพื้นที่ให้บริการ 5G ให้ครอบคลุมร้อยละ 13 ของประชากร และร้อยละ 50 ของประชากรในพื้นที่กรุงเทพภายในปี 2563 โดยการลงทุนบนคลื่นความถี่ 2600 เมกะเฮิรตซ์ด้วยอุปกรณ์โครงข่ายแบบผสมผสานเทคโนโลยี (Multi-technology) ที่รองรับบริการทั้ง 4G และ 5G บนอุปกรณ์ชุดเดียวกัน จะช่วยรองรับความต้องการใช้งานดาต้าที่สูงขึ้น และยังช่วยขยายบริการ 5G สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง


ทั้งนี้ บริษัทจะยังคงสามารถสร้างกระแสเงินสดเป็นบวกหลังหักค่าใช้จ่ายในการลงทุนนโยบายการจ่ายเงินปันผล: จ่ายไม่ต่ำ กว่าร้อยละ70 ของกำไรสุทธิเอไอเอสมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตของธุรกิจในระยะยาวและส่งมอบผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นมาอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง เอไอเอสจึงให้ความสำคัญต่อการรักษาสถานะทางการเงินให้แข็งแกร่งและมีความคล่องตัวเพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต นโยบายการจ่ายเงินปันผลจะจ่ายไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 ของกำไรสุทธิ โดยนโยบายการจ่ายเงินปันผลนี้จะทำให้เอไอเอสมีกระแสเงินสดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวทางการเงินซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเป็นผู้น าตลาด ความสามารถในการแข่งขัน และโอกาสในการเติบโตของธุรกิจ รวมถึงพร้อมรับต่อสภาวะการณ์ต่างๆ ที่อาจเปลี่ยนแปลง


เอไอเอสยังคงการจ่ายเงินปันผลปีละสองครั้งจากผลการดำเนินงานบริษัทและกำไรสะสมบนงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้การจ่ายเงินปันผลในทุกกรณี จะขึ้นอยู่กับกระแสเงินสดและแผนการลงทุน รวมถึงความจำเป็นและความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคตของบริษัทและ/หรือบริษัทย่อย และการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะต้องไม่เกินกำไรสะสมที่ปรากฏในงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทและ/หรือมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานปกติของบริษัทและบริษัทย่อย

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : QTC มั่นใจรายได้ปี 63 เข้าเป้า 1 พันลบ. ลั่น H2/63 โตฉลุย

QTC มองผลงานH2/63 โตดี หลังตุน Backlog 340 ลบ. หวังส่งมอบปีนี้ 300 ลบ. เตรียมประมูลงานใหม่ 1,500-2,000 ลบ. ....

พายุโซนร้อน โนอึล By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ นอกจากจะติดตามข่าว การชุมนุมทางการเมือง เสาร์ที่ 19กันยายน คงต้องติดตามข่าว พายุโซนร้อน

“สามารถเทลคอม” รับรางวัลยอดขายสูงสุดในกลุ่ม Banking Industry ของ Huawei

“สามารถเทลคอม” รับรางวัลยอดขายสูงสุดในกลุ่ม Banking Industry ของ Huawei

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้