Today’s NEWS FEED

News Feed

AOT ต่อลมหายใจ คิง เพาเวอร์ฯ ขยายปรับปรุงก่อสร้างตกแต่งพื้นที่ฯออกไปอีก 1 ปี-เลื่อนระยะเวลาการเริ่มต้น และสิ้นสุดการประกอบกิจการ เป็น1เม.ย.65-31มี.ค.75

516


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(30กรกฎาคม 2563)-------บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.)AOT เปิดเผยว่า 1. ด้วยในการประชุมคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) ครั้งที่ 8/2562 เมื่อวันพุธที่ 19 มิถุนายน 2562 ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ ทอท. ชั้น 7 อาคารสํานักงานใหญ่ ทอท. ที่ประชุมมีมติ อนุมัติผลการประมูลให้บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จํากัด (KPD) ได้รับสิทธิประกอบกิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) และสิทธิประกอบกิจการจําหน่ายสินค้าปลอดอากร ณ ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) และบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จํากัด (KPS) ได้รับสิทธิประกอบกิจการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร ณ ทสภ. โดยมีกําหนดระยะเวลา ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2574 โดยตามแผนงาน KPD และ KPS จะใช้ระยะเวลาในการ เตรียมการเพื่อติดต่อคู่ค้าและปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ มีกําหนดระยะเวลาตั้งแต่ปลายปี 2562 และเริ่มประกอบกิจการ ตามสัญญาโดยต้องชําระค่าตอบแทนขั้นต่ําตามเงื่อนไขสัญญาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564

2. เนื่องจากได้เกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2563 เป็นต้นมา แต่ละประเทศทั่วโลกได้มีมาตรการในการป้องกันการแพร่ระบาด และการปิดประเทศ (Lock Down) ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ได้มีมาตรการต่างๆ ที่จําเป็นหลายด้านเพื่อป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ KPD และ KPS ไม่สามารถติดต่อประสานกับบริษัทคู่ค้าเพื่อเตรียมเข้า ประกอบกิจการตามกําหนดการที่วางแผนไว้เดิม รวมทั้งไม่สามารถเข้าพื้นที่เพื่อดําเนินการก่อสร้าง และปรับปรุงตกแต่ง พื้นที่ประกอบกิจการได้ ส่งผลกระทบต่อวันเริ่มประกอบกิจการซึ่งจะต้องชําระค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ําตามที่ KPD และ KPS ได้ยื่นเสนอไว้ต่อ ทอท. โดยค่าผลประโยชน์ตอบแทนดังกล่าวคิดคํานวณจากประมาณอัตราการ เจริญเติบโตของผู้โดยสารในปีที่เข้าประกอบกิจการ (ปี 2564) ประกอบกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทําให้ ทอท. ต้องเลื่อนการเปิดใช้อาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 ทสภ. ซึ่งเป็นพื้นที่ประกอบกิจการส่วนหนึ่งของ KPD และ KPS จากเดิมซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2560 เป็นเดือนตุลาคม 2565 KPD และ KPS จึงได้มีหนังสือขอให้ ทอท. พิจารณาให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ดังกล่าว


3. ในการประชุมคณะกรรมการ ทอท. ครั้งที่ 7/2563 เมื่อวันพุธที่ 17 มิถุนายน 2563 และครั้งที่ 8/2563 เมื่อวันพุธที่ 29 กรกฎาคม 2563 ณ ห้องประชุม ทอท. 1 ชั้น 6 อาคารสํานักงานใหญ่ ทอท. ที่ประชุมจึงมีมติดังนี้

3.1.1 ขยายระยะเวลาของขั้นตอนการดําเนินการปรับปรุงก่อสร้างตกแต่งพื้นที่ประกอบกิจการ ที่กําหนดไว้เดิมในระยะที่ 1 ออกไปอีก 1 ปี เป็นตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2565

3.1.2 เลื่อนระยะเวลาการเริ่มต้น และสิ้นสุดการประกอบกิจการที่กําหนดไว้เดิมในระยะที่ 2 เป็นตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2575

ทั้งนี้ หาก ทอท. เปิดให้บริการอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1ฯ อย่างเป็นทางการเมื่อใด KPD และ KPS จะต้องจัดให้มีร้านค้าเปิดให้บริการแก่ผู้โดยสารภายในอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1ฯ อย่างเหมาะสม โดยไม่ส่งผลกระทบกับการให้บริการในภาพรวมของ ทสภ.

3.2 ทอท. สงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงการขยายระยะเวลาการปรับปรุงตกแต่งพื้นที่ และเลื่อนระยะเวลาการประกอบกิจการฯ ตามข้อ 3.1 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และพื้นที่การเปิดให้บริการของแต่ละท่าอากาศยาน

3.3 ให้ฝ่ายบริหาร ทอท. แต่งตั้งคณะทํางานเพื่อเจรจาเงื่อนไขในการขยาย และเลื่อนระยะเวลา ให้กับ KPD และ KPS ตามหลักการในข้อ 3.1 และ 3.2 และเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญา

ทอท. ได้รายงานให้คณะกรรมการ ทอท. ทราบว่า ได้มีคําสั่งแต่งตั้งคณะทํางานฯ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2563 และจากการเจรจาระหว่างคณะทํางานฯ กับ KPD และ KPS เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2563 ผลปรากฏว่า KPD และ KPS ยินดียอมรับในผลการพิจารณาตามมติคณะกรรมการ ทอท. ข้างต้น โดยมีเงื่อนไข ขอให้ ทอท. แจ้งให้ KPD และ KPS ทราบล่วงหน้าก่อนที่จะเปลี่ยนแปลงระยะเวลาตามข้อสงวนสิทธิ์ เพื่อจะได้เจรจา ตกลงกันในการกําหนดรายละเอียดระยะเวลาการดําเนินการให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงต่อไป

3.4 อนุมัติให้เรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ําต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) และจํานวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง ดังนี้

3.4.1 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2565 จนถึงปีที่จํานวนผู้โดยสารจริงของ ทอท. มีจํานวนเท่ากับ หรือมากกว่าจํานวนผู้โดยสารตามประมาณการของ KPD หรือ KPS แล้วแต่กรณี ในปี 2564 ที่อ้างอิงจากเอกสาร การประมูล ให้นําค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ําที่บริษัทฯ ใช้ยื่นข้อเสนอในปีแรก (ปี 2564) หารด้วยจํานวนผู้โดยสาร ตามประมาณการของบริษัทฯ ในปี 2560 เพื่อคํานวณหา Sharing Per Head และนํามูลค่าที่ได้มาคูณกับจํานวน ผู้โดยสารจริงของ ทอท. ในปีนั้นๆ เพื่อกําหนดเป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ําในปีนั้นๆ ตามสูตรการคิดคํานวณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : COM7 ตั้งธงปี 64 กำไร NewHigh รับอานิสงค์ 5G

COM7 มั่นใจรายได้ปี 63 โตตามเป้า 10% หลังยอดจองไอโฟน 12 ทะลักดัน ลุ้นยอดขาย Q4/63 ทำ NewHigh ..

ตามสไตล์ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อยคว้าไม้กวาดคู่ใจ พร้อมหมวกวิเศษ ออกโบยบินสำรวจตลาดหุ้นไทยวันศุกร์เกือบสิ้นสิ้นเดือน SET แกว่งตัวกรอบแคบๆ

แรงขาย แรงสู้ By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง เห็นตลาดหุ้นสตรอง แข็งแกร่ง ราคาหุ้นบิ๊กแคปขยับ แถว 2 เริ่มมา หุ้นเก็งกำไร เริ่มมีให้เห็นกันแ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้