Today’s NEWS FEED

News Feed

MFC เผยครึ่งปีหลัง มองการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย เป็นบวก-แนะนลท. ลงทุนผ่าน3กองทุน M-ATECH/MDIVA/MCHINA

348

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(22กรกฎาคม 2563)------“บลจ.เอ็มเอฟซี” มองตลาดของภูมิภาคเอเชียมีแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจดีกว่าภูมิภาคอื่นหลังจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 เอเชียอยู่ในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทต่างๆ รวมถึงโอกาสการระบาดรอบสองน่าจะมีน้อยกว่าหรือเกิดขึ้นในวงจำกัด เศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นน่าจะฟื้นตัวได้เร็วและแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับภูมิภาคอื่นด้วยการสนับสนุนนโยบายการเงินจากธนาคารกลางและการคลังจากรัฐบาล และด้วยปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจและภาระหนี้สาธารณะที่ไม่สูงเกินไปทำให้ประเทศในเอเชียส่วนใหญ่มีความสามารถเพิ่มการใช้นโยบายการคลังและการเงินได้มากกว่าประเทศในภูมิภาคอื่น ตลอดจนผู้กำหนดนโยบายของประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ได้ดำเนินการเชิงรุกเพื่อบรรเทาผลกระทบของไวรัสโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจ และออกมาตรกระตุ้นให้เศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์เศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียหดตัวน้อยกว่าภูมิภาคอื่น และมีแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดี

นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) MFC เปิดเผยว่า เอเชียเป็นศูนย์กลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ด้วยจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะกลุ่มคนชนชั้นกลางที่จะเติบโตด้วยอัตราเร่งจากปัจจุบัน 2 พันล้าน เป็น 4 พันล้านในอีก 10 ปีข้างหน้า และการขยายตัวของพื้นที่เมือง ส่งผลให้เพิ่มอุปสงค์ด้านการบริโภค และความสามารถในการจับจ่าย สร้างความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีการผลิต ทำให้กลุ่มประเทศเหล่านี้ จำเป็นต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการพัฒนา วิจัย และคิดค้นนวัตกรรมทางเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้ในทุกภาคส่วนของโลกเศรษฐกิจใหม่ (New Economy) ที่มีการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ ลดการสูญเสีย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยดังกล่าว จึงสร้างโอกาสให้กับกลุ่มธุรกิจที่จะได้ประโยชน์จากการเติบโตของกลุ่มคนชั้นกลางในเอเชีย ได้แก่ ธุรกิจที่ผลิตสินค้าและบริการ กลุ่มธุรกิจที่ให้บริการด้านสาธารณสุขไปจนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ โครงสร้างทางการผลิตที่จะพัฒนาไปสู่การผลิตขั้นสูง ทำให้เกิดความต้องการใช้ระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตและการบริการ ครอบคลุมแทบทุกภาคส่วน เช่น กลุ่มการผลิตอาหารและน้ำเพื่อการบริโภค กลุ่มพลังงานทดแทน การพัฒนาเครือข่ายเชื่อมโยงและเข้าถึงผู้บริโภคอย่างสะดวกรวดเร็ว และเป็นส่วนบุคคลในการซื้อสินค้าและบริการ ดังจะเห็นได้จากธุรกิจค้าปลีก e-commerce เป็นต้น เอ็มเอฟซีจึงมองตลาดหุ้นเอเชีย เป็นตลาดที่น่าสนใจลงทุน ที่สามารถคัดเลือกหุ้นคุณภาพ เติบโตสูง ในราคาที่เหมาะสม

นายธนโชติ กล่าวต่อไปอีกว่าในช่วงครึ่งปีหลัง เอ็มเอฟซีมีมุมมองเชิงบวก ต่อการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชีย หลังการป้องปรามของรัฐบาลจีนเพื่อสกัดการเก็งกำไรจากการใช้ Margin trading ของนักลงทุนภายในประเทศ รัฐบาลจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่มีเป้าหมายชัดเจน และมุ่งปรับเชิงโครงสร้างทางเศรษฐกิจจาก OLD ECONOMY (อุตสาหกรรมดั้งเดิม) สู่ NEW ECONOMY (อุตสาหกรรมที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย) ภายใต้นโยบาย MADE IN CHINA 2025 เพื่อให้จีนเป็นแหล่งอุตสาหกรรมก้าวหน้าชั้นนำของโลก รวมถึงเป็นผู้นำในด้านอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ด้วยแผน AI2030

นอกจากนี้ การพัฒนาเทคโนโลยี 5G เป็นโอกาสการลงทุนในบริษัทเอเชียที่สามารถผลิตสินค้าและบริการที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนชั้นกลางที่เชื่อมโยงกับผู้คนรอบข้างผ่านทางเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา (Connected Consumers) รวมถึงการเปลี่ยนสภาพการอยู่อาศัยเป็นสังคมเมือง (Urbanization) ซึ่งส่งผลดีต่อบริษัทในเอเชียที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องในห่วงโซ่อุปทาน ที่จะได้ประโยชน์ ตั้งแต่บริษัทผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข จนถึงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงผู้คนและสังคมเข้าด้วยกันมากยิ่งขึ้น


การระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นตัวเร่งที่สำคัญทำให้เกิด Digital Economy ในหลายธุรกิจ เช่น การทำงาน (work from home) การเรียนการสอน การแพทย์สาธารณสุข ธุรกิจบันเทิงออนไลน์ e-commerce จึงเป็นโอกาสดีที่จะลงทุนในบริษัทที่มีศักยภาพเติบโตในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่งคั่งไปพร้อมกับความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของเอเชีย ด้วยมุมมองดังกล่าว เอ็มเอฟซีจึงเสนอการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ได้แก่


1. กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เอเชีย เทคโนโลยี (M-ATECH) เป็นกองทุนประเภท Fund of Funds ลงทุนผ่านกองทุนหลัก 2 กองทุน คือ กองทุน Wellington Asia Technology ซึ่งบริหารโดย Wellington Management Company และกองทุน Invesco China Technology ETF ซึ่งบริหารโดย Invesco Capital Management LLC กองทุนมุ่งหวังผลตอบแทนระยะยาวโดยลงทุนในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่ประกอบธุรกิจในภูมิภาคเอเชียที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ตลาดผู้บริโภคขนาดใหญ่และมีกำลังซื้อสูง กองทุนนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก

2. กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ดิวิเดนด์ เอเชีย (MDIVA) เป็นกองทุนรวมตราสารทุนที่มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัทที่มีศักยภาพในการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องและเพิ่มขึ้นในระยะยาว ทั้งในไทยและประเทศในภูมิภาคเอเชีย มีกลยุทธ์การลงทุนแบบ Active Management คัดเลือกหุ้นคุณภาพดี อัตราการเติบโตสูง และที่มีศักยภาพให้อัตราผลตอบแทนรวมที่สูง หุ้นในกลุ่ม New Economy ที่ได้รับประโยชน์หรือได้รับผลกระทบน้อยจาก COVID19 อาทิเช่น หุ้นของบริษัท Software, Social Media, การศึกษา online, e-commerce, นวัตกรรมทางการแพทย์ MDIVA แบ่ง Class จ่ายปันผลและสะสมมูลค่า เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนจากเงินปันผล และผู้ที่ต้องการสะสมผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

3. กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ (MCHINA) มีนโยบายลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Allianz China A-Shares (กองทุนหลัก) ซึ่งบริหารโดย Allianz Global Investors GmbH ซึ่งมีผู้จัดการกองทุนที่มีความชำนาญในบริหารจัดการกองทุน พร้อมด้วยทีมงานวิจัยภาคสนามที่มีความเชี่ยวชาญ โดยเน้นลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ที่มีคุณภาพดี (Quality) เติบโตสูง (Growth) และมีมูลค่าที่เหมาะสม (Valuation) นอกจากนี้ กองทุนนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นได้ Overall Morningstar Rating 5 ดาว ในกลุ่ม China Equity

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews:GUNKUL โค้งแรกกำไรพุ่ง 38.60 % ลั่นปีนี้ผลงานโตทะลุเป้า 20%

GUNKUL ไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง ปั๊มผลงานไตรมาส1/64 โชว์กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 608.59 ล้านบาท พุ่งกระฉูดกว่า 38.60%

คัมภีร์หุ้น By ณัฐวุฒิ รุ่งวงษ์ : ตลาด After Shock หุ้นตก 70 ริกเตอร์ เอายังไงกันต่อ ?

*หลังจากหุ้นร่วงยังกับแผ่นดินไหว 70 จุด รูดทีเดียวถึงเป้า 1500 แล้วเด้งเฉียบพลัน แล่วมันจะยังไงกันต่อ และเราต้องทำยังไง

เริ่มใหม่ By: แม่มดน้อย

รีบาวน์ เจอแรงขาย ก็ต้องถอยกลับมาเริ่มใหม่อีกครั้ง สำหรับตลาดหุ้นไทย แม้ได้แรงหนุนจากตลากต่างประเทศ ชักธงเขียว....

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้