Today’s NEWS FEED

News Feed

Update:SUN เล็งปรับเป้ารายได้ปี63 กลางปีนี้ จากเดิมตั้งเป้าโต15-20% พร้อมมั่นใจปีนี้ พลิกกำไร จากปีก่อนขาดทุน 41.88 ลบ.

216

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(11พฤษภาคม 2563)-----SUN เล็งปรับเป้ารายได้ปี63 กลางปีนี้ จากเดิมตั้งเป้าโต15-20% รับอานิสงส์โควิด-19 ดันยอดขายตปท.ปรับตัวดีขึ้น พร้อมมั่นใจปีนี้ พลิกมีกำไร จากปีก่อนขาดทุน 41.88 ลบ. จากต้นทุนการผลิตลดลง-ยอดขายเพิ่มขึ้น ขณะที่ผลงานQ2/63 มองว่าจะดีกว่า Q1/63 หลังเข้าสู่ฤดูกาลปกติ-รับอานิสงค์บาทอ่อน

 

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) หรือ SUN เปิดเผยว่า บริษัทฯมีแผนปรับเป้ารายได้ปี2563 ภายในกลางปีนี้จากเดิมตั้งเป้าเติบโต 15-20% เนื่องจาก การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประชาชนมีความตื่นตัวในเรื่องของการกักตุนสินค้าบริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะในแถบยุโรปและตะวันออกกลาง บริษัทฯจึงมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นโอกาสในการสร้างยอดขายในปีนี้ให้เติบโตแบบก้าวกระโดด

อีกทั้งบริษัทฯยังมั่นใจว่าปีนี้จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิได้ จากปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิ จำนวน 41.88 ล้านบาท หลังจาก 2-3 ปีที่ผ่านมาบริษัทฯได้มีการลงทุนเครื่องจักรในโรงงานครบหมดแล้ว ส่งผลให้ปัจจุบันการผลิตข้าวโพดหวานแบบกระป๋องและแบบสุญญากาศ มีกำลังการผลิตรวมอยู่ที่ 150,000 ตันต่อปี และขณะนี้บริษัทฯมีการใช้กำลังการผลิตเพียง 60% ส่วนกำลังการลิตข้าวโพดหวานแช่แข็ง ปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 50,000 ตันต่อปี และปัจจุบันมีการใช้กำลังการผลิตเพียง 10% เท่านั้น บริษัทฯจึงมองว่ากำลังการผลิตของสินค้าทั้ง 3ประเภทมีโอกาสเพิ่มขึ้นได้อีกโดยที่ไม่ต้องลงทุนใหม่ ซึ่งบริษัทฯจะพยายามสร้างยอดขายให้เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิตที่ได้ลงทุนไป

ด้านผลประกอบการไตรมาส2/2563 บริษัทฯมั่นใจว่าจะดีกว่าไตรมาส1/2563 เนื่องจาก เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนตามปกติ ประกอบกับค่าเงินบาทได้เริ่มปรับตัวอ่อนค่ามาจากปลายปีก่อนอยู่ที่ 30 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันอยุ่ที่ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ส่งออก

สำหรับปัจจุบันบริษัทฯมีสัดส่วนการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 80% ซึ่งมีการส่งออกไปยังแถบเอเชียเป็นอันดับ1 หรือคิดเป็นประมาณ 50-60% ของสัดส่วนดังกล่าว ส่วนอันดับที่2 คือการส่งออกไปยังแถบยุโรป หลังบริษัทฯพึ่งได้ทำการเจาะตลาดและมีการตอบรับที่ดี โดยบริษัทฯได้รับลูกค้าใหม่ที่เป็นรายใหญ่เป็นที่เรียบร้อยส่งผลให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาส1ที่ผ่านมา นอกจากนี้บริษัทฯยังมีการส่งสินค้าไปยังอเมริกาใต้และแอฟฟริกาด้วยเช่นกัน

 


อย่างไรก็ตามบริษัทฯได้มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ด้วยการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายในประเทศเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 20% ส่วนการจำหน่ายในต่างประเทศจะลดเหลือ 70% จากปัจจุบันอยู่ที่ 80% เพื่อป้องกันการผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯเริ่มมีการเติบโตในประเทศเทศแล้ว 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้วยการรุกสินค้าแบรนด์ KC ซึ่งเป็นแบรนด์ของบริษัทฯเอง

ส่วนปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในทุกๆปีบริษัทฯก็มีแผนนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ต่างๆเข้ามาใช้กับเกษตรกรท้องถิ่นในภาคเหนือตอนบนเพื่อให้เป็น smart farmer ซึ่งคาดว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระยะกลาง-ระยะยาวได้ ซึ่งหากประสบความสำเร็จบริษัทฯก็จะขยายไปสู่พืชชนิดอื่นๆตามลำดับ

"เรามีความกังวลภัยแล้งมาก ซึ่งปกติเดือนตุลาคม-ธันวาคม ฝนจะไม่มี แต่เราคิดว่าต่อไปเราจะรอให้ภัยแล้งมันกระทบกับเราเหมือนทุกๆปีไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งเราได้ลงทุนทำsmart farmer นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพราะบ้านเรายังไม่มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำแบบเต็มที่ " ดร.องอาจ กล่าว

 

 

 

ประทุมพร ม่วงเอก

:รายงาน / อณุภา ศิริรวง:เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

Hotnews : SCGP เข้าทำเนียบดัชนี SET50 และ SET100 ตั้งแต่ 28 ต.ค. 63

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นำหลักทรัพย์ของบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) (SCGP) ซึ่งจดทะเบียนและเริ่มทำการ....

อ่อนกำลัง By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ มองเห็นหลายตลาดหุ้นในต่างประเทศ ปรับตัวลง บนความกังวลการแพร่ระบาดของไวรัศ โควิด-19 ยังคง

รอฟัง By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง วันนี้ มารอฟัง ความเห็น ทางออกทางการเมือง ในสภา ว่ามีแนวคิด เป็นอย่างไร ตามวิถี ตามระบอบประชา

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้