Today’s NEWS FEED

News Feed

3 กุนซือ มองกำไรโค้งแรก DTAC วูบทั้งYoY, QoQ ตามรายได้ลดลง ประเมินQ2/63 ไม่สดใส เหตุรับผลกระทบจาก COVID-19 เต็มไตรมาส

164

 



สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (7 เมษายน 2563) ---- บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) DTAC ยังคงคำแนะนำ "ถือ" ที่ราคาเป้าหมายที่ 52.00 บาท อิง DCF ทั้งนี้เราประเมินกำไรปกติ 1Q20E ที่ 1.2 พันล้านบาท (-15% YoY, -11% QoQ) สาเหตุจาก COVID-19 ลด roaming revenue และการแข่งขันรุนแรงทำให้ประโยชน์จากการใช้งาน data ที่มากขึ้นมีจำกัด (รายได้หลักคาดที่ 1.5 หมื่นล้านบาท +2% YoY, -2% QoQ) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากการเร่งขยายโครงข่าย (GPM บริการหลักคาดอยู่ที่ราว 30%, ทรงตัว YoY, -300bps QoQ) ทั้งนี้เรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020E ที่ราว 5.7 พันล้านบาท (-3% YoY) อย่างไรก็ตามมีโอกาสเกิด downside หาก COVID-19 ลากยาวออกไป และปัญหาเศรษฐกิจกระทบกำลังซื้อของผู้บริโภค


ราคาหุ้นช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาปรับตัวลงราว 29% ตามสภาพตลาดโดยรวม ก่อนที่จะทรงตัวในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาพร้อมกับ outperform ตลาดอยู่ราว 18% จากการเป็นหุ้นในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจำกัดจาก COVID-19 แม้ปัจจุบันราคาจะปรับตัวลงมามากจนทำให้มี upside จากราคาเป้าหมายของเราราว 40% อย่างไรก็ตามแนวโน้มผลประกอบการเติบโตติดลบในปี 2020E มีโอกาสติดลบมากขึ้นกว่าเดิมที่เคยประเมินจาก COVID-19 พร้อมกับการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมและเตรียมเข้าสู่ยุค 5G ในภาวะที่คู่แข่งมีความพร้อมที่ดีกว่าจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้น เราจึงยังคงคำแนะนำเพียง "ถือ"


คาดกำไรปกติ 1Q20E ลดลง YoY, QoQ ผลกระทบ COVID-19 และการแข่งขันเราประเมินกำไรปกติ 1Q20E ที่ 1.2 พันล้านบาท (-15% YoY, -11% QoQ) แม้การใช้งาน data จะเพิ่มขึ้นแต่ด้วยการแข่งขันที่รุนแรง (package fixed speed unlimited ราคาถูกยังมีอยู่ในตลาด) ทำให้การ monetize การใช้ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นทำได้ยาก นอกจากนี้ยังได้รับผลกระทบในส่วนของ roaming revenue (มีสัดส่วนราว 2% ของรายได้บริการหลัก) จากการลดลงของนักท่องเที่ยวช่วง COVID-19 ส่งผลให้เราประเมินรายได้บริการหลักอยู่ที่ราว 1.5 หมื่นล้านบาท (+2% YoY, -2% QoQ) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้น แม้ค่าใช้จ่ายการตลาดจะลดลงจากกิจกรรมการตลาดที่ถูกจำกัดช่วง COVID-19 แต่ยังไม่พอชดเชยการลงทุนโครงข่ายที่มีต่อเนื่องเพื่อเร่งสร้างคุณภาพโครงข่ายให้ทัดเทียมคู่แข่ง (GPM บริการหลักคาดอยู่ที่ราว 30%, -100 YoY, -300bps QoQ)

 

เบื้องต้นคงประมาณการกำไรปกตี 2020E แต่มีโอกาสเกิด downside จาก COVID-19 เบื้องต้นเรายังคงประมาณการกำไรปกติปี 2020E ที่ราว 5.7 พันล้านบาท (-9% YoY) อย่างไรก็ตามมี downside จากความกังวลเรื่อง COVID-19 แม้การใช้งาน data มีมากขึ้นแต่ถูกจำกัดด้วยการแข่งขันทำให้แนวโน้ม ARPU ปรับตัวขึ้นได้ยาก ในขณะเดียวกันหาก COVID-19 ลากยาวออกไปมีโอกาสกดดันรายได้ของบริษัทมากกว่าจากแนวโน้มการเลือกใช้งานใน package ที่ถูกลงเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกค้า

 

ราคาเป้าหมายที่ 52.00 บาท อิง DCF (WACC 8.9%, TG 2%) ระยะยาวการใช้งาน Data ที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าจะเป็น Key catalyst ให้กับหุ้น อย่างไรก็ตามระยะสั้น COVID-19, ค่าใช้จ่ายในการลงทุนเพิ่มเติม, investment cycle รอบใหม่ (5G) และความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงจะเป็นความเสี่ยงกดดันผลประกอบการ

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่ากำไรหลักของ DTAC ใน 1Q63 จะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (-8% QoQ, -2% YoY) โดยกำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะรายได้ลดลงทั้งในส่วนของรายได้จากการให้บริการ และยอดขายเครื่องมือถือ และเมื่อเทียบ YoY คาดว่ากำไรหลักใน 1Q63 จะลดลงเพราะมีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q63 จะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ดีขึ้น 147% จาก 4Q62 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพิเศษประมาณ 843 ล้านบาท แต่ลดลง 12% จาก 1Q62 ซึ่งมีรายได้พิเศษประมาณ 150 ล้านบาท เรามองว่าประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 5.0 พันล้านบาทยังมี downside อีกประมาณ 4% - 5% ในขณะที่ประมาณการกำไรปี 2563 ของเราจะมี upside จากการที่เศรษฐกิจฟื้น และสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงไป เรายังคงคำแนะนำขาย และคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2563 เอาไว้ที่ 42.00 บาท

คาดว่ากำไรหลักของ DTAC ใน 1Q63 จะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท (-8% QoQ, -2% YoY) โดยกำไรที่ลดลง QoQ เป็นเพราะคาดรายได้ลดลง 3% QoQ เนื่องจาก i) คาดว่ารายได้จากการให้บริการจะลดลงเหลือ 1.56 หมื่นล้านบาทตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์การระบาดของ COVID-19 และการที่กลับมาจัดโปรโมชั่นราคาต่ำสำหรับลูกค้าแบบเติมเงิน (เน็ตไม่อั้นความเร็วคงที่ บวกโทรฟรี) ตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2563) และ ii) ยอดขายเครื่องมือถือลดลง 15% QoQ และเมื่อเทียบ YoY เราคาดว่ากำไรหลักใน 1Q63 จะลดลง เพราะมีต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 4% YoY ตามการขยายโครงข่าย เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 1Q63 จะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ดีขึ้น 147% จาก 4Q62 ซึ่งมีค่าใช้จ่ายพิเศษประมาณ 843 ล้านบาท แต่ลดลง 12% จาก 1Q62 ซึ่งมีรายได้พิเศษประมาณ 150 ล้านบาท

แนวโน้มใน 2Q63 ยังคงไม่สดใส
คาดว่ากำไรสุทธิจะชะลอตัวลงต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ใน 2Q63 เนื่องจากจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เต็มไตรมาส ซึ่งจะทำให้ยอดการจับจ่ายใช้สอยลดลง และส่งผลกระทบกับทั้งรายได้จากการให้บริการ และยอดขายเครื่องมือถือ ในขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่คาดจะลดลงเนื่องจากจำนวนกิจกรรมการตลาดที่ลดลง จะยังไม่เพียงพอที่จะไปหักล้างกับผลของรายได้ที่ลดลง

ประมาณการกำไรปี 2563 ของเรายังมี downside
ถึงแม้ว่าผลประกอบการ 1Q63 จะคิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา แต่เรามองว่าประมาณการกำไรปีนี้ของเราที่ 5.0 พันล้านบาทยังมี downside อีกประมาณ 4% - 5% เพราะถูกกระทบจากทั้งภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และ COVID-19 ในขณะที่ประมาณการกำไรปี 2563 ของเราจะมี upside จากการที่เศรษฐกิจฟื้น และสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงไป ซึ่งน่าจะทำให้ยอดใช้จ่ายซื้อบริการมือถือ และเครื่องมือถือเพิ่มขึ้น เรามองว่าประมาณการกำไรปี 2563-2564 น่าจะมีการปรับปรุงใหม่หลังจากที่บริษัทประกาศผลประกอบการ 1Q63 ออกมาในปลายเดือนนี้ (24 เมษายน 2563)

Valuation & Action
ยังคงราคาเป้าหมาย DCF ปี 2563 เอาไว้ที่ 42.00 บาท (ใช้ WACC ที่ 10.9%) ซึ่งเหลือ upside จากราคาตลาดอีกไม่มากแล้ว ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำขาย DTAC

Risks : รายได้ต่ำกว่าที่คาดไว้ การแข่งขันรุนแรงมากขึ้น


บจ.หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราห์หลักทรัพย์วันนี้ว่า คาดกำไรปกติ 1Q63 ที่ 1.38 พันล้านบาท (+2.6% QoQ, -3.4% YoY) กำไรที่ทรงตัวทั้ง QoQ และ YoY มาจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นถูกชดเชยด้วยค่าใช้จ่ายการตลาดและการอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลงเพราะการปิดเมือง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้ 1) คาด service revenue ex. IC ที่ 1.53 หมื่นล้านบาท (-2.3% QoQ, +2.5% YoY) หดตัว QoQ จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาด Prepaid แต่เติบโต YoY จากฐานต่ำ แม้ตลาด Prepaid มีการนำ Unlimited voice กลับมาแข่งขันอีกครั้ง ขณะที่ตลาด Postpaid เริ่มมีการแข่งขัน Unlimited package ที่ระดับราคา 300 บาทต่อเดือนสำหรับการเปิดเบอร์ใหม่และย้ายค่ายเบอร์เดิม แต่ผลกระทบต่อ DTAC จำกัด จากฐานลูกค้าที่เหลืออยู่ของ DTAC เป็น Royalty Customer และส่วนแบ่งการตลาดในต่างจังหวัดที่ต่ำกว่าคู่แข่ง ทำให้ผลกระทบต่อ GDP หดตัวน้อยกว่าคู่แข่ง 2) คาดธุรกิจมือถือขาดทุนลดลงทั้ง QoQ และ YoY ที่ 400 ล้านบาท ตามยอดขายมือถือที่ลดลงจากการต้องปิดร้านบางส่วนในห้าง 3) คาด SG&A ที่ 3.6 พันล้านบาท (-3.5% YoY) จากกิจกรรมการตลาดที่ลดลงในเดือนมี.ค.63 เพราะสถานการณ์ COVID-19 และ 4) คาด EBITDA อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท เติบโตได้ 6.5% YoY จากการอุดหนุนค่าเครื่องที่ลดลงและรายได้โตเล็กน้อย
หากกำไรออกมาตามคาด กำไรปกติ 1Q63 จะคิดเป็น 39% ของประมาณการทั้งปี 2563 ของเราที่ 3.4 พันล้านบาท (-45.7% YoY) DTAC จะรายงานงบในวันที่ 24 เม.ย. 2563

คาด COVID-19 ทำให้รอบการลงทุน 5G ช้าลง ... บวกต่อ DTAC
ประมาณการกำไรปกติทั้งปี 2563 ของเราที่ 3.4 พันล้าบาท (-46% YoY) อิงสมมติฐาน DTAC สูญเสียฐานลูกค้า Premium ให้กับคู่แข่งในช่วง 1 ปีครึ่ง ก่อนการประมูลคลื่น 3500MHz หลังคู่แข่งลงทุนหนักทั้งคลื่น 2600MHz และโครงข่าย 5G ทั่วประเทศก่อนหน้า อย่างไรก็ดี COVID-19 อาจทำให้ผลกระทบดังกล่าวอาจไม่รุนแรงอย่างที่คิด ดังนี้ 1) แม้ COVID-19 จะกดดันให้ตลาด Telecom โดยรวมซบเซาในปี 2563 โดยเฉพาะใน 2Q63 ที่ตลาดจะเผชิญทั้งการเติบโตที่ติดลบของ GDP และการขาดหายไปของ SIM นักท่องเที่ยว แต่ 2) COVID-19 จะทำให้การลงทุน 5G เกิดขึ้นได้ช้าลงทั่วโลก ทั้งในแง่ Network Rollout จำนวนเครื่องมือถือ 5G ที่จะเข้าสู่ตลาด และ Application ที่พร้อมรองรับบริการ 5G และ 3) เราคาดผู้บริโภคยังไม่พร้อมสำหรับการจ่ายเพิ่มเพื่อ 5G อย่างน้อยในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ที่ Consumption Index ต่ำผิดปกติจากโรคระบาด
ดังนั้นการที่ DTAC เลือกไม่ลงทุน 5G เต็มตัวทันทีในปีนี้ อาจไม่ได้รับผลกระทบด้านการตลาดรุนแรงอย่างที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้า และอาจกลายเป็นการตัดสินใจที่ดี หาก DTAC ได้ลงทุน 5G ในราคาต้นทุนอุปกรณ์ถูกลง บนคลื่น 3500MHz ซึ่งเป็นมาตรฐานหลักของโลกในปี 2564

คงคำแนะนำ "ซื้อ" อิงราคาเหมาะสม 55.00 บาทต่อหุ้น
แม้ประมาณการของเราอาจมี Upside Risk หาก DTAC ไม่สูญเสียส่วนแบ่งการตลาดหนักตามที่คาดไว้ก่อนหน้า อย่าไงรก็ดีเรายังคงประมาณการและราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 เป็น 55.00 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 8.3% Terminal Value 2%) แม้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้อย่างร้อนแรง +39% จากระดับต่ำสุดที่ 27 บาทต่อหุ้นในกลางเดือนมี.ค.63 แต่ ณ ราคาปัจจุบัน DTAC ยังซื้อขาย ที่ EV/EBITDA เพียง 5.2x และให้ปันผลที่ 3.3% บนประมาณการที่อาจมี Upside Risk ทำให้เราคงคำแนะนำ "ซื้อ"

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : EPG ดึงพาร์ทเนอร์ตุรกีร่วมทุน ลุยผลิตอุปกรณ์แต่งรถในไทยต้นปี 65

บอร์ด EPG ไฟเขียวส่ง แอร์โรคลาส ร่วมทุนกับ Farplas Otomotiv A.S. ประเทศตุรกี รุกชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ รองรับ....

New Normal กับการปรับตัวของธนาคารพาณิชย์

ในประวัติศาสตร์ของธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น เผชิญการปรับตัวครั้งใหญ่ ๆ มาแล้วหลากหลายครั้ง ซึ่งสถานการณ์โรคระบาดของไวรัส....

ปรับทำฐานใหม่ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง ตามตลาดต่างประเทศ แกว่งตัวลงในกรอบ นับเป็นการปรับตัว ทำฐานใหม่

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้