Today’s NEWS FEED

News Feed

7 เซียนส่องTU คาดกำไรQ1/63 หดตัว เหตุRed Lobster ฉุด เมย์แบงก์ฯ-กสิกร-ดีบีเอสฯ-ทรีนีตี้ หั่นเพดานบิน

282




สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (7 เมษายน 2563) ----บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)TU จากการระบาดของโควิด-19 คาดว่ากำไรปกติ 1Q63 ลดลง 17% YoY จากการปิดสาขา Red Lobster ขณะที่ยอดขายของ TU ได้รับผลกระทบไม่มาก เนื่องจากยอดขายอาหารทะเลแปรรูปเพิ่มขึ้น ชดเชยยอดขายอาหารแช่แข็งที่ลดลงได้ส่วนหนึ่ง เราทำ Sensitivity analysis ภายใต้สมมติฐานการปิดสาขา Red Lobster ถึงสิ้น 2Q63 คาดว่าจะทำให้กำไรปกติปีนี้ลดลง 15% YoY ราคาเป้าหมาย (PER 15 เท่า) ลดลงจาก 18.90 บาท เป็น 14.10 บาท ปรับคำแนะนำจาก ซื้อ เป็น ถือ

**อาหารแปรรูปขายได้เพิ่มขึ้น ชดเชยยอดขายอาหารแช่แข็งที่ลดลง**
ผลประกอบการในช่วง 1.5 เดือนแรกยังเป็นปกติ แต่ในช่วงกลางเดือน ก.พ. เป็นต้นมา เริ่มมีผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้สินค้าอาหารทะเลแปรรูป (Ambient seafood เช่น อาหารกระป๋อง) ซึ่งมีสัดส่วน 44% ขายได้ดีกว่าเป้าหมาย ขณะที่สินค้าอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen seafood) 41% ของยอดขาย มียอดขายต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากกลุ่มลูกค้า Food service สัดส่วน 55% ของอาหารแช่แข็ง ได้แก่ ร้านอาหารโรงแรม และสายการบิน ยอดขายลดลงอย่างมีนัยยะ ส่วนอีก 45% ซึ่งเป็นยอดขายให้กลุ่มร้านค้าปลีก เช่น Walmart, Costco, Makro และ Tesco มียอดขายเติบโตขึ้น

**คาดกำไรปกติ 1Q63 ลดลง 17% YoY**
ค่าเงินบาทเฉลี่ยใน 1Q63 แข็งค่า 1% YoY เทียบกับดอลล่าร์ฯ เนื่องจากช่วงต้นปีเงินบาทแข็งค่ามาก ก่อนจะอ่อนค่าลงในช่วงปลายไตรมาส ประกอบกับผลกระทบจากโควิด-19 เราจึงคาดว่ายอดขาย 1Q63 ลดลง 17% QoQ และ 7% YoY แต่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 80bps YoY เป็น 15.7% เนื่องจากมีสต็อคปลาทูน่าที่ราคาต่ำและอาหารทะเลแปรรูปซึ่งมีอัตรากำไรสูง ขายได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี Red Lobster ปิดสาขาทั้งหมดในเดือน มี.ค. เหลือเพียง Delivery ซึ่งคิดเป็น 7-8% ของยอดขาย คาดจะทำให้ TU รับรู้ขาดทุนมากขึ้น แต่ยังคงบันทึกเงินปันผลจากหน่วยลงทุนบุริมสิทธิตามปกติ (เป็นการบันทึกทางบัญชีแต่ยังไม่ได้รับเงินสด) โดยรวมแล้วเราคาดว่ากำไรปกติ 1Q63 ของ TU ลดลง 34% QoQ และ 17% YoY เป็น 815 ล้านบาท

**Sensitivity analysis ผลกระทบจากโควิด-19**
เราได้ทำ Sensitivity analysis ผลกระทบของโควิด-19 ใน 4 กรณี คือ ระยะเวลาการระบาดและปิดสาขา Red Lobster เป็นเวลา 2, 4, 6 และ 8 เดือน ถึงสิ้นเดือน เม.ย. มิ.ย. ส.ค. และ ต.ค. ตามลำดับ ซึ่งคาดจะทำให้กำไรปกติปีนี้ลดลงจากปีก่อน 5-36% (ตารางหน้า 2) ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 10.70-15.70 บาท เราใช้สมมติฐานการปิด 4 เดือน จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.ทำให้ประมาณการยอดขายและกำไรของเราในปีนี้ลดลง 4% และ 25% จากประมาณการเดิม ราคาเป้าหมายลดจาก 18.90 บาท เป็น 14.10 บาท
ความเสี่ยง: ราคาปลาทูน่าผันผวน เงินบาทแข็งค่าอย่างมีนัยยะ ต้นทุนวัตถุดิบสูง ค่าใช้จ่ายด้านกฎหมายเพิ่มขึ้น โรคระบาดกระทบการบริโภค

 

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) แนะนำ "ทยอยซื้อ" TU ราคาเป้าหมาย 17.90 บาท/หุ้น ทางฝ่ายคาดกำไร 1Q63 จะอยู่ที่ 882 ลบ. -30% y-y -24% q-q แม้ว่า COVID-19 จะส่งผลให้ยอดขายกลุ่มอาหารกระป๋อง (ambient) เพิ่มขึ้นมาก แต่กลุ่ม frozen (กุ้ง) ได้รับผลกระทบจากการปิดร้านอาหารส่งผลให้ช่องทาง (food service: FS) ทั้งในไทยและต่างประเทศซึ่งมีสัดส่วน 45% ในไทยและ 60% ในสหรัฐลดลงอย่างมีนัย อีกทั้งใน 2 เดือนแรกได้รับผลจากเงินบาทแข็งค่าคาดส่งผลให้ยอดขาย -3% y-y และ -13% q-q อยู่ที่ 28,467 ลบ. แต่คาด margin ดีขึ้นจากสัดส่วนการขายกลุ่ม ambient ที่มี margin ดีกว่า frozen มียอดขายเพิ่มขึ้น แต่คาดว่าการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนจะลดลงจากคาดว่า RL จะพลิกมาขาดทุนจากการปิดสาขาในสหรัฐ, แคนาดา, ฮ่องกง และจีน รวมถึงการดำเนินงานของ Avanti ในอินเดียจะได้รับผลกระทบจากธุรกิจกุ้งที่อ่อนแอเช่นกัน ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงจากการออก perpetual bond และคาดภาษีจ่ายจะลดลงจากขาดทุนของ RL
แนะนำ "ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐานเดิม 17.90 บาท: แนวโน้มการดำเนินงานอาจไม่ดีอย่างที่เคยคาด โดยเฉพาะผลขาดทุนจาก RL ที่เพิ่มขึ้น แนะนำเพียง "ทยอยซื้อ" ราคาพื้นฐานเดิม 17.90 บาท

 

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุว่า คาดว่าผลการดำเนินงาน 1Q63 ของTU หดตัวลง แรงฉุดมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งผลตอบแทนจากธุรกิจของ Red Lobster ที่ย่ำแย่ลง ด้านธุรกิจอาหารทะเล แม้ว่าธุรกิจอาหารทะเลแปรรูปจะมียอดขายที่ดีขึ้น แต่ก็ชดเชยด้วยธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งที่ยอดขายปรับลดลง
นอกจากนี้คาดว่าในงวด 2Q63 จะยิ่งได้รับผลกระทบทางลบมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดโควิด-19 จะยิ่งรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะตลาดหลักของ TU คือ อเมริกา และยุโรป
ได้มีการปรับลดประมาณการปีนี้และปี 64 ลงในอัตรา -25%/-5% ตามลำดับ สะท้อนปัจจันลบที่กล่าวไว้ข้างต้น คาดว่าระยะการฟื้นตัวของธุรกิจจะใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้แต่แรก
ปรับลดคำแนะนำเป็นไปในเชิงลบคือ เต็มมูลค่า (Fully Valued) จากเดิม ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานใหม่ที่ปรับลดลงเป็น12.30 บาท ด้วย P/E ปี 63 ที่ 14.5 เท่า (-1 SD ของค่าเฉลี่ย P/E 5 ปีย้อนหลัง) ราคาปิดมีส่วนลดได้อีก 10% จากราคาปิดปัจจุบัน

 

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า คาดกำไรธุรกิจหลักไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 846 ลบ. (-32.2% YoY -18.3% QoQ) จากส่วนแบ่งขาดทุนที่สูงขึ้นจากธุรกิจ Red Lobster
- ปรับลดประมาณการปี 63-65 ลงจากส่วนแบ่งของ Red Lobster และธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งที่ลดลง ขณะที่คาดว่ายอดขายอาหารทะแลแปรรูปจะช่วยชดเชยได้
- คงคำแนะนำ "ซื้อ" ด้วยราคาเป้าหมายที่ลดลงเป็น 16.10 บาท คาดกำไรของ TU จะแตะจุดต่ำในไตรมาส 2/2563

 

 

บล.หยวนต้า แนะนำ "TRADING" TU ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท/หุ้นคาดกำไรปกติ 1Q63 ที่ 837 ลบ. (-17% QoQ, -24% YoY) Ambient โตสูงแต่กลบด้วยอาหารแช่เย็นแช่แข็งที่หดตัวเพราะลูกค้ากลุ่ม Food service ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มาก
- นอกจากนี้ Red lobster ปิดบริการทานที่ร้านทุกสาขาในสหรัฐฯ และแคนนาดาในเดือน มี.ค.
- แนวโน้มกำไร 2Q63 ทรุดต่อ จึงปรับประมาณการกำไรปี 63 ลง 21%

Our view
- มีมุมมองเป็นลบ ต่อแนวโน้มกำไร 1H63 ของ TU ขณะที่ 2H63 คาดฟื้นตัวแรง HoH แต่หากยังไม่คลี่คลายเป็น Downside ต่อประมาณการเช่นกัน
- ผลของการปรับประมาณการกำไรลงทำให้ราคาเป้าหมายลดลงเป็น 12.50 บาท คงคำแนะนำ TRADING
- เชิงกลยุทธ์แนะนำเลี่ยงการลงทุนไปก่อน มองว่าที่ระดับต่ำกว่า 11 บาท เป็นจังหวะซื้อเก็งกำไรการฟื้นตัว

Upside risk ของประมาณการคือการระบาดของ COVID-19 คลี่คลายในเดือน เม.ย. และธุรกิจ Food service กลับมาดำเนินธุรกิจได้เกือบปกติในเดือน พ.ค.

 

บล.ทรีนีตี้ แนะนำ "ซื้อ" TU ราคาเป้าหมาย 17 บาท/หุ้น คาดกำไร 1Q63 ที่ 652 ล้านบาท อ่อนตัว 38%QoQ และ 49%YoY โดยคาดรายได้รวมอ่อนตัวลง 14%QoQ จากผลกระทบด้านฤดูกาลที่มักอ่อนตัวลงในไตรมาสแรก นอกจากนี้ยังมีเริ่มเห็นผลกระทบจาก COVID-19 ที่ระบาดในหลายประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจในยุโรป และสหรัฐฯ ตั้งแต่เดือน มี.ค. ยอดขายในส่วนที่เป็น Food Service ซึ่งส่งไปขายตามโรงแรมและภัตราคารลดลงมาก แต่ยอดขายอาหารทะเลกระป๋องทั้งที่เป็นตราสินค้าของบริษัท และ OEM ปรับตัวดีขึ้นมากชดเชยกันได้ส่วนหนึ่ง สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นคาดยังอยู่ในระดับสูงที่ 15.5% เนื่องจากราคาทูน่าปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน อีกทั้งยอดขายอาหารกระป๋องที่ดี ทำให้ราคาขายทูน่า OEM โดยรวมดีขึ้น ผลกระทบด้านลบจากโรคระบาดอีกด้าน คือ ธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ในสหรัฐฯ ที่ต้องปิดสาขาทั้งหมด ทำให้เราคาดว่า Red Lobster จะขาดทุน ส่งผลให้มีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมเข้ามาในไตรมาสนี้

**แม้ผลประกอบการปี 63 จะได้รับผลกระทบ แต่บางธุรกิจยังช่วยหนุน**
แนวโน้มกำไร 2Q63 มีโอกาสอ่อนตัวลงอีกจากการระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงมากขึ้นในช่วงเดือน เม.ย. ซึ่งจะส่งผลกระทบไปยังผลประกอบการทั้งปี 63 โดยธุรกิจอาหารแช่เย็นและอาหารแช่แข็งที่ส่งไปยังโรงแรมและภัตราคาร รวมถึงธุรกิจภัตราคารอย่าง Red Lobster จะอ่อนตัวลงอย่างมาก อย่างไรก็ตามธุรกิจอาหารทะเลกระป๋องที่ขายดีในช่วงกักตัวในหลายประเทศเป็นตัวช่วยที่ลดผลกระทบได้มาก นอกจากนี้ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนตัวลงยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยผลกระทบอีกด้วย เราปรับลดประมาณการกำไรลงราว 30% จากประมาณการก่อนหน้าเหลือ 3,416 ล้านบาท (10%YoY) ภายใต้สมมติฐานธุรกิจที่ฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง อย่างไรก็ตามเนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันมีแปลงที่รวดเร็ว เราจึงอาจมีการประเมินปัจจัยต่างๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการอีกครั้ง

**ปรับราคาเป้าหมายใหม่เหลือ 17 บาท**
จากการปรับประมาณการ เราจึงให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 17 บาท อิงวิธี DCF แม้ผลประกอบการจะได้รับผลกระทบจากโรคระบาดบ้าง แต่ธุรกิจอาหารกระป๋องที่เป็นส่วนหนึ่งของรายได้หลักจะช่วยให้ผ่านสถานการณ์ที่ยากลำบากไปได้ เราจึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ"

ความเสี่ยง: ราคาวัตถุดิบ (ทูน่า กุ้ง และแซลมอน) ที่ผันผวนอาจส่งผลต่อประมาณการกำไร

 


บล.เอเชีย เวลท์ แนะนำ "BUY"บมจ. ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป (TU) ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท/หุ้นคาดว่าบริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1Q63 อยู่ที่ 1,050 ล้านบาท ลดลง 18%YoY และลดลง 1%QoQ มาจากรายได้รวมอยู่ที่ 28,929 ล้านบาท ลดลง 2%YoY และลดลง 12%QoQ เนื่องจากปกติในช่วงไตรมาสแรกของปีเป็น Low Season ของธุรกิจ รวมทั้งยังมีปัจจัยลบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รายได้ที่ลดลงมาจาก (1) กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็ง (สัดส่วน 40% ของรายได้รวม) ได้รับผลกระทบเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็น Food Service ในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และ สายการบิน ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไวรัสโควิด-19 และ (2) ธุรกิจร้านอาหาร Red Lobster ได้รับผลกระทบจากการปิดร้านอาหารทั้งหมดในสหรัฐฯ เปิดบริการเพียง Delivery เท่านั้น ส่งผลให้ยอดขายลดลงราว 70% - 80% แม้ในปกติ ไตรมาส 1 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของ Red Lobster ทำให้เราคาดว่าบริษัทจะรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้นใน 1Q63 แม้ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูป (สัดส่วน 45% ของรายได้รวม) จะเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกักตุนอาหารของผู้บริโภคในหลายประเทศ (สหรัฐฯ และยุโรป) แต่ไม่สามารถชดเชยในส่วนที่ได้รับผลกระทบได้ทั้งหมด

**ราคาปลาทูน่าดีต่อเนื่องจากปลายปี 2562 แต่ราคากุ้งปรับลดลงตาม Demand**
ราคากุ้งปรับลดลงจาก Demand ที่ลดลงอย่างมาก แม้ทั่วโลกจะชะลอการเลี้ยงกุ้งออกไป แต่ราคากุ้งเฉลี่ย 1Q63 ยังลดลง 11%YoY อยู่ที่ 149 บาทต่อกิโลกรัม ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์กุ้งได้รับผลกระทบพอสมควรจากลูกค้า Food Service ขณะที่ราคาปลา ทูน่าปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2562 โดยราคาปลาทูน่าเฉลี่ย 1Q63 อยู่ที่ 1,442 เหรียญสหรัฐฯ ต่อตัน เพิ่มขึ้น 52%QoQ เราคาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้า OEM ทั้งนี้เราคาดว่าอัตราส่วนกำไรขั้นต้น 1Q63 อยู่ที่ 15.6% เทียบกับ 14.9% และ 16.1% ใน 1Q62 และ 4Q62 ตามลำดับ ขณะที่คาดว่าอัตราค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่อยอดขายทรงตัวอยู่ที่ 11.5%

**แนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท**
แม้ว่าบริษัทจะได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 แต่ปัจจัยพื้นฐานของบริษัทยังแข็งแกร่ง การดำเนินงานและการขนส่งยังเป็นไปตามปกติ ทั้งนี้ยังมี Demand ที่แข็งแกร่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง และญี่ปุ่น รวมถึงเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ เราแนะนำ "ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมาย 18.40 บาท อิงค่า PER ในปี 2563 ที่ 16.00 เท่า

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : EPG ดึงพาร์ทเนอร์ตุรกีร่วมทุน ลุยผลิตอุปกรณ์แต่งรถในไทยต้นปี 65

บอร์ด EPG ไฟเขียวส่ง แอร์โรคลาส ร่วมทุนกับ Farplas Otomotiv A.S. ประเทศตุรกี รุกชิ้นส่วนอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ รองรับ....

New Normal กับการปรับตัวของธนาคารพาณิชย์

ในประวัติศาสตร์ของธนาคารพาณิชย์ไทยนั้น เผชิญการปรับตัวครั้งใหญ่ ๆ มาแล้วหลากหลายครั้ง ซึ่งสถานการณ์โรคระบาดของไวรัส....

ปรับทำฐานใหม่ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลง ตามตลาดต่างประเทศ แกว่งตัวลงในกรอบ นับเป็นการปรับตัว ทำฐานใหม่

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้