Today’s NEWS FEED

News Feed

HotNews : QTC มั่นใจ COVID-19 ไม่ขวิดเป้ารายได้ / AWC ล็อคดาวน์โรงแรมในเครือ 5 แห่ง ลดเสี่ยง แพร่เชื้อ

959


HotNews : QTC มั่นใจ COVID-19 ไม่ขวิดเป้ารายได้ / AWC ล็อคดาวน์โรงแรมในเครือ 5 แห่ง ลดเสี่ยง แพร่เชื้อ

 

 

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ (24 มีนาคม 2563) QTC ตั้งเป้ารายได้ปี 63 แตะ 1 พันลบ. ตุน Backlog ในมือ 420 ลบ. รับรู้ปีนี้ทั้งหมด มีแผนเล็งประมูลงานใหม่มูลค่ารวม 2-3 พันลบ. หวังได้ 10%  ขณะที่มั่นใจQ1/63 ปั้นกำไรได้แน่นอน แม้โควิด-19 ระบาด  ระบุปัญหาไวรัสโควิด - 19 ระบาด กระทบการส่งสินค้าล่าช้าเล็กน้อย  พร้อมปักธง 5 ปี (63-67) รายได้ทะยานแตะ 2-3 พันลบ. ลุยลงทุนธุรกิจพลังงานต่อเนื่อง

 


นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC เปิดเผยว่า บริษัทฯตั้งเป้ารายได้ปี 2563แตะที่ระดับ 1,000 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อนที่ทำได้ 986.05 ล้านบาท เนื่องจาก ปัจจุบันบริษัทฯมียอดขายหม้อแปลงในมือ (backlog) จำนวนกว่า 420 ล้านบาท ซึ่งสามารถทยอยส่งมอบได้ทั้งหมดในปีนี้

 

 

อีกทั้ง บริษัทฯยังมีแผนเข้าประมูลงานของหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) มูลค่ารวม ประมาณ 2,000 - 3,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้งานไม่ต่ำกว่า 10% ของมูลค่างาน

 

 

ขณะที่ บริษัทฯยังคงมั่นใจผลประกอบการไตรมาส1/2563 จะยังคงมีกำไรสุธิ แม้ปัจจุบันจะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ามากระทบ แต่บริษัทฯยังคงเดินหน้าทำงานอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด โดยบริษัทฯมีงานในมือที่รอส่งมอบในไตรมาส1/2563 มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท

 

 

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัส บริษัทฯได้มีมารตการ ให้พนักงาน“ทำงานที่บ้าน” หรือ Work from Home เพื่อลดความเสี่ยงให้กับพนักงาน รวมไปถึงงดการประชุม สัมมนา และงดการเดินทางไปต่างประเทศ อีกทั้งได้มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับพนักงาน รวมทั้งมีจุดคัดกรองก่อนเข้าบริษัทฯ และโรงงาน มีการจัดแอลกอฮอล์เจลสำหรับล้างมือไว้ตามจุดต่างๆ

 

 

สำหรับภาพรวมภายในระยะเวลา 5 ปี (2563-2567) บริษัทฯตั้งเป้ารายได้แตะที่ระดับ 2,000-3,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายหม้อแปลง 30% และมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้า 70% ซึ่งบริษัทฯก็ยังคงมองหาโอกาสในการเพิ่มโครงการจากธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่างเนื่อง โดยตั้งเป้าอย่างน้อย 1-2 โครงการ

 

 

โดย บริษัทฯ ได้มีการเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจ แต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการดูแลหลังการขายกับบริษัท LONGi Solar Technology Co., Ltd. ผู้ผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์แบบ Monocrystalline ซึ่งเป็นการเพิ่มช่องทางในการให้บริการในส่วนของธุรกิจพลังงานในอนาคต โดยเฉพาะโซลาร์เซลล์บนหลังคาสถานีให้บริการน้ำมัน เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ รถยนต์ EV ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในระยะยาวจากปัจจุบัน ที่มีอยู่ประมาณ 3,000 คัน อีกทั้งยังทำให้เกิดความต้องการใช้หม้อแปลงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

 

 

นอกจากนี้ ยังคงมองหาโอกาศในการขยายงานไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในแถบเพื่อนบ้านเพื่อเป็นการสร้างการเติบโตที่ดียิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งการลงทุนดังกล่าวบริษัทฯอยุ่ในขั้นตอนการศึกษาถึงผลตอบแทนการลงทุน ซึ่งบริษัทฯตั้งเป้าที่จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนไม่ต่ำกว่า 9-10%

 

 

 

จากเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันนั้น ส่งผลกระทบกับภาคอุตสาหกรรมวงกว้าง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจทั้งประเทศมีการชะลอตัวโดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก แต่หากพิจารณาในธุรกิจของ QTC แล้ว ต้องยอมรับว่าได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย เนื่องจากเราเป็นกลุ่มผู้ประกอบการประเภทที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการแพร่ระบาดโควิด-19 หากจะโดนคงมีเพียงแค่การส่งออก อาจจะล่าช้าออกไปบ้างเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตาม QTC ยังคงเดินหน้าพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิมเพิ่มขึ้น” นายพูลพิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

 

 

 

 

 

 

 

 ด้าน AWC ออกมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่กระจายเชื้อ COVID-19 ประกาศปิดบริการโรงแรมในเครือ 5 แห่งในกรุงเทพฯ ชั่วคราว วันที่ 26 มีนาคม – 15 เมษายน 63

เพื่อลดการเดินทางของพนักงานจำนวนหลายพันคน รวมถึงลดการรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมากในโครงการ

 


ด้านนางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า "เรามีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ และมีความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการควบคุมลดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก เว้นระยะห่างทางสังคม และลดการเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเพื่อการดูแลพนักงานกว่าหลายพันคนในเครือของAWC เราจึงขอประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5 แห่งในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราว ประกอบด้วยโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค, โรงแรมดับเบิ้ลทรี บาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ, โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ, โรงแรมดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และโรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์"

 

 

เพื่อดูแลพนักงานทั้งหมดของโรงแรมทั้ง 5 แห่งที่ปิดให้บริการชั่วคราว ซึ่งมีจำนวนกว่า 2,000 คนนั้น พนักงานทั้งหมดจะยังคงได้รับค่าจ้าง เงินเดือน และสวัสดิการพนักงานตามปกติในระหว่างการหยุดงาน โดยบริษัทฯ มีข้อกำหนดให้พนักงานทั้งหมดพักอยู่ที่บ้าน เลี่ยงเดินทางเคลื่อนย้ายไปยังจังหวัดอื่นๆ โดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามนโยบายของภาครัฐ พร้อมทั้งมีการจัดแผนปรับปรุง รวมทั้งการทำความสะอาดใหญ่ทั่วทั้งบริเวณ (Big Cleaning) ในทั้ง 5 โรงแรมระหว่างปิดดำเนินการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจด้านสุขอนามัยให้กับแขกผู้เข้าพัก พนักงาน ผู้มาติดต่อ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด หลังกลับมาเปิดให้บริการตามปกติอีกครั้ง

 

 

 

"AWC จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมเสมอที่จะกำหนดแนวทาง มาตรการ และนโยบายในการดำเนินการต่าง ๆ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแล ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องตลอดให้ความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมฝ่าฟันและผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้อย่างดีที่สุด" นางวัลลภากล่าว

 

 

 


AWC ยกระดับมาตรการรับมือสถานการณ์ โควิด-19 ดังรายละเอียดต่อไปนี้

 


***ด้านทรัพยากรบุคคล***
• AWC กำหนดให้พนักงานปฏิบัติงานจากที่บ้าน 

โดยพิจารณาสถานการณ์เป็นรายสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2563 เพื่อลดความเสี่ยงจากการเดินทาง และการรวมกลุ่มคนจำนวนมากในการประชุมต่าง ๆ โดยให้ใช้ช่องทางการสื่อสารผ่านระบบสารสนเทศต่าง ๆ และหากมีอาการป่วยให้รีบพบแพทย์และแจ้งผู้บังคับบัญชาทราบทันทีรวมทั้งขอให้พนักงานงดการเดินทางต่างประเทศและหลีกเลี่ยงการประชุมสัมมนาภายนอก งดรับนัดหมายการประชุมและการพบปะโดยตรงกับบุคคลภายนอก

 


• AWC ประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5 แห่ง

ในกรุงเทพฯเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 15เมษายน 2563 ประกอบด้วยโรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ควีนส์ปาร์ค โรงแรมดับเบิ้ล ทรีบาย ฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯโรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพฯ โรงแรมดิโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ และโรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ รวมทั ้งการปิดการให้บริการตามประกาศของกรุงเทพมหานคร ส าหรับโครงการกลุ่มรีเทลทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการควบคุมลดความเสี่ยงและดูแลพนักงานกว่าหลายพันคนในเครือของ AWC

 

 


• AWC ได้ทำประกันโรคโควิด-19 (COVID-19)

โดยเลือกแผนประกันที่ดีที่สุดให้กับพนักงานทั้งหมดกว่า 6,000 คน ทั้งส่วนของบริษัทเองและพนักงานโรงแรมทั้งหมดในกลุ่ม AWC และพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในโครงการต่าง ๆ ของAWC เพิ่มเติมจากสวัสดิการปกติ เพื่อดูแลพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่กลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจ

 

 

• ผู้เช่าในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพ่ือประกอบกิจการการค้า (Retail)

AWC พิจารณามอบส่วนลดค่าเช่ารายเดือนเพิ่มขึ้นเป็น 50% ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 จนถึงวันที่ 30 เมษายน2563 ให้กับผู้เช่าทุกราย ในทุกโครงการ เพื่อเป็นการดูแลพันธมิตรของเราให้ก้าวข้ามผ่านสถานการณ์นี้ไปด้วยกันจากมาตรการเข้มงวดเพิ่มเติมจากทางภาครัฐในการปิดสถานบริการ และงดจัดกิจกรรมที่มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทั้งนี้ AWC จะพิจารณาแนวทางความช่วยเหลือตามความเหมาะสมของสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป และจะร่วมยืนหยัดรับมือทุกปัญหาเพื่อให้ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกันอย่างดีที่สุด

 


• ผู้เช่าอาคารสำนักงาน (Office)
AWC ยินดีที่จะมอบส่วนลด 20% ในการเช่าสำนักงานสำรองในโครงการอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ ของ AWC ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทย สำหรับผู้เช่าปัจจุบันและพันธมิตรทางธุรกิจ

 


• พันธมิตรและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาโครงการ
AWC ได้ขยายเวลารับส่งมอบงานให้ แก่พันธมิตรและคู่ค้าทุกรายที่ได้รับผลกระทบด้านห่วงโซ่อุปทานจากสถานการณ์การแพร่ระบาด เชื้อโควิด-19 โดย AWC ยังคงเดินหน้าตามแผนระยะยาวในการสร้างเสริมศักยภาพของโครงการปัจจุบันและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดนิ่งตามแผนยุทธศาสตร์การเติบโตของ AWC รวมถึง วางแผนรองรับทางธุรกิจ (Business Continuity Plan) รวมถึงการจัดหาสำนักงานสำรองสำหรับตำแหน่งงานที่สำคัญ ให้พร้อมรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการติดต่อสื่อสาร ประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร และคู่ค้า

 


• พันธมิตรกลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality)
AWC ร่วมกับพันธมิตรเครือโรงแรมระดับโลกทั้ง 6 รายได้แก่ แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล อิงค์, ฮิลตัน, อินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป, บันยันทรี, มีเลีย และโอกุระ ดำเนินมาตรการด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อดูแลความปลอดภัยเรื่องสุขอนามัยภายในโครงการ ควบคู่กับสร้างความเชื่อมั่นให้กับแขกผู้เข้าพักและใช้บริการในโรงแรม โดยได้ออกมาตรการที่เหมาะสมทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการยกเลิกเข้าพักในโรงแรมและการเลื่อนการจัดประชุมสัมมนา อีกทั้งการจัดแผนโปรแกรมทำความสะอาดใหญ่ทั่วทั้งบริเวณ (Big Cleaning) ในทุกโครงการเพิ่มเติมจากแผนการทำความสะอาดตามปกติกลุ่มลูกค้า

 


AWC ได้ยกระดับมาตรการด้านสุขอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับลูกค้า และผู้ที่มาติดต่อกับโรงแรม ร้านค้าปลีก และศูนย์การค้าต่าง ๆ ทั่วประเทศที่อยู่ภายใต้การดูแล AWC ได้ดำเนินมาตรการทั่วไปภายในอาคาร โดยทำความสะอาดพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และพ่นสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อในลิฟต์โดยสารทุก ๆ 30 นาที ติดตั้งเจลทำความสะอาดมือที่บริเวณทางเข้าและในพื้นที่ที่มีการสัญจรคับคั่งของอาคาร

 

 

แจ้งให้ลูกค้า ผู้มาติดต่อและพนักงานของหน่วยงานต่าง ๆ ล้างมือบ่อย ๆ บริการเจลทำความสะอาดมือ สบู่ และกระดาษชำระให้พร้ อมใช้ในห้องน้ำเสมอ และจัดทำ ป้ายมาตรการการดูแลและสัญลักษณ์แจ้งจุดที่ให้บริการเจลทำความสะอาดมือได้โดยสะดวก และเพิ่มเติมมาตรการในจัดให้มีการทำความสะอาดครั้งใหญ่ (Big cleaning) ในทุกโครงการ ทุก 30 วัน วัดอุณหภูมิผู้เข้าอาคาร/โครงการทุกคน และจุดคัดกรองในทางเข้าออกของทุกโครงการ รวมทั้งสุ่มขอเปิดเผยข้อมูลเดินทาง การพบปะผู้คนจากเขตติดโรคติดต่ออันตรายกรณีโรคติดเชื้อโควิด-19 ตามประกาศกระทรวง ข้อมูลการติดเชื้อโควิด-19 ของคนในครอบครัว และข้อมูลการพบปะผู้ติด เชื้อโควิด-19 ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา รวมทั้งประสานและขอความร่วมมือกับผู้เช่าในการกำหนดมาตรการภายในของหน่วยงานของผู้เช่าเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19

 

 

***กลุ่มผู้ถือหุ้น***
AWC ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างเต็มที่ มุ่งเน้นการลงทุนที่หลากหลายและสมดุลเชิงธุรกิจ(Balance and Diversified Portfolio) จึงท าให้ AWC สามารถบริหารความเสี่ยงจากการผันผวนและการเปลี่ยนแปลงของตลาดกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรม โดย AWC ยังคงมีกลุ่มธุรกิจอาคารสำนักงานที่ไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งสามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง และดำเนินธุรกิจโดยรวมของกลุ่มบริษัทอย่างเข้มงวดให้เกิดประสิทธิผล และเพื่อการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

 

 


***ด้านสังคมและชุมชน***
บริษัทพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังและคำนึงถึงประโยชน์ของสังคมโดยรวมบริษัทได้ปฏิบัติตามประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 21 มีนาคม 2563โดยดำเนินการสั่งปิดการให้บริการศูนย์การค้าเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 22 มีนาคม 2563 ถึง วันที่12 เมษายน 2563 ยกเว้นซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขายยา หรือสินค้าเบ็ดเตล็ดที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต ร้านอาหาร (เปิดเฉพาะการจ าหน่ายอาหารเพื่อนำกลับไปบริโภคที่อื่น)

 


นอกจากนี้ บริษัทมีความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์และมีความตั้งใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการการควบคุมลดการรวมกลุ่มคน และลดการเดินทาง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และเพื่อการดูแลพนักงานกว่าหลายพันคนในเครือของ AWC ในกรุงเทพฯ จึงขอประกาศปิดการให้บริการโรงแรมในเครือ 5แห่งในกรุงเทพฯ เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม –15 เมษายน 2563 ตามรายละเอียดที่ได้กล่าวไปข้างต้น

 


AWC จะเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรต่าง ๆ อย่างเต็มกำลังเพื่อกำหนดแนวทาง มาตรการ และนโยบายในการดำเนินการต่างๆ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการดูแล ให้ความช่วยเหลือเพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องสามารถผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้อย่างดีที่สุด

 

QTC   AWC

 

 

 

 

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : BAFS เปิดฉากลุยโซลาร์ฟาร์ม

BAFS เปิดฉากลุยโซลาร์ฟาร์ม ส่ง บาฟส์คลีน เอนเนอร์ยี่ ซื้อโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม รวม 36.40 เมกะวัตต์ จาก PDI มูลค่า....

เขียวต่อ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นตลาดหุ้นไทย เอเชียปรับตัวขึ้นต่อ เขียวอย่างต่อเนื่อง แถม เงินบาทยังแข็งค่า แบบว่า

ขี่ตัวใหญ่ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เห็นความสำเร็จของวัคซีน ต้านไวรัส โควิด-19 แต่ละค่าย แล้ว ใกล้แล้ว แต่ผลของวัคซีนก็ชวนให้ติดตามเป็นอย่างยิ่ง

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้