Today’s NEWS FEED

News Feed

ส่องความเห็นเทพหุ้น!! หลัง AOT ไฟเขียว King Power ชนะประมูล Duty Free สนามบินดอนเมือง

899

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(24 ธันวาคม 2562)-------- AOT ประกาศว่าคิง พาวเวอร์ ดิวตีฟรีเป็นผู้ชนะประมูลสัมปทานคิงพาวเวอร์ภายในสนามบินนานาชาติดอนเมือง (DMK) ด้วยวงเงินการันตีขั้นต่ำที่ 1.5 พันลบ. และส่วนแบ่งรายได้ที่ 20% ระยะเวลาของสัมปทานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2565 และสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.2576


สำนักวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ออกบทวิเคราะห์ เปิดเผยว่า บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) AOT บอร์ดของ AOT ได้อนุมัติให้ King Power ชนะการประมูล Duty Free ของสนามบินดอนเมือง โดยได้สัมปทาน 10 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2022 - 31 มี.ค. 2033 โดยที่มีการการันตีรายได้ขั้นต่ำที่ 1.5 พันล้านบาท ต่ำกว่าที่เราคาดไว้ที่ 4 พันล้านบาท/ปี แต่อย่างไรก็ตาม สัดส่วนของการแบ่งรายได้ที่ 20% มากกว่าที่คาดไว้ที่ 15%

แปลกใจที่การการันตีรายได้ขั้นต่ำลดลงจากราคาปัจจุบันในปี 2019F ที่ 2.397 พันล้านบาท และดอนเมืองจะมีการขยายสนามบินในเฟสที่ 3 แต่อย่างไรก็ตาม AOT ได้เผยว่าการการันตีขั้นต่ำในปัจจุบันเป็นการรวมทั้งส่วนของ Duty Free และจุดรับสินค้า ทำให้เมื่อแยกจุดรับสินค้าออกแล้วราคาที่ประมูลถือว่าเป็นไปตามคาด ในขณะที่จุดรับสินค้าที่สนามบินดอนเมืองอาจยกเลิกการประมูลไปก่อนเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมเพียงรายเดียว

ปรับมูลค่าที่เหมาะสมลง 1.60 บาทด้วยสมมติฐานการประมูลขั้นต่ำที่ 4 พันล้านบาท แต่ออกมาต่ำกว่าคาด ในขณะที่สัดส่วนในการแบ่งที่ 20% สูงกว่าคาดชดเชย ทำให้มีผลกระทบที่ลดลง และในระยะยาวการเติบโตของรายได้จะเพิ่มขึ้นในอนาคตมาชดเชยและเรายังคงการการันตีรายได้ขั้นต่ำ 1 พันล้านบาทของจุดรับสินค้าที่ดอนเมือง และ 4 พันล้านบาทที่สุวรรณภูมิ

ประเมินมูลค่าที่เหมาะสม 80.40 บาท (DCF) แนะนำให้ "ซื้อ" โดยมีปัจจัยบวกคือ นักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และรายได้จากสัมปทานที่เพิ่มขึ้น มีความเสี่ยงเชิงลบคือ ผู้โดยสารที่ต่ำกว่าคาด, การการันตีขั้นต่ำที่ลดลง และ CAPEX ที่เพิ่มขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ตามคาด! "คิง เพาเวอร์" ฮุบดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำสูงปรี๊ด 1.5 พันล้านบาท จากสัญญาเดิม AOT ได้แค่ 756 ล้านบาท (ข่าวหุ้น)
ผลกระทบ: สำหรับตัวเลขงวดปี สิ้นสุด ก.ย.62 ผลตอบแทนขั้นต่ำเป็น 2,100 ล้านบาท แบ่งเป็นผลตอบแทนจากการบริหารดิวตี้ฟรี รวมกับ Pick Up Counter ด้านตัวเลขรายได้จริงตลอดปี 62 เป็น 2,458 ล้านบาท ในสมมุติฐานประมาณการรายได้จึงเป็นการเติบโตจากตัวเลขรายได้จริง เนื่องจากปกติ AOT จะมีรายได้มากกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำอยู่แล้ว
คำแนะนำ: คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐานเป็น 90.00 บาท ด้วยเหตุผลข้างต้นจึงยังไม่ได้มีการปรับประมาณการแต่อย่างใด แต่คาดว่าการที่มีการประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง ก็จะทำให้ AOT ได้ประโยชน์ในเรื่องอัตราผลตอบแทนที่ปรับขึ้น ทั้งนี้อัตราส่วนแบ่งรายได้ (Revenue Sharing) เป็น 20% เช่นเดียวกับอัตราผลตอบแทนดิวตี้ฟรีสนามบินที่สุวรรณภูมิใหม่ ซึ่งตั้งแต่ปี 2564 คาดว่าจะเห็นผลดีชัดเจน นั่นคือกำไรสุทธิเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดทีเดียว 38% y-o-y

 

บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ว่า AOT ประกาศว่าคิง พาวเวอร์ ดิวตีฟรีเป็นผู้ชนะประมูลสัมปทานคิงพาวเวอร์ภายในสนามบินนานาชาติดอนเมือง (DMK) ด้วยวงเงินการันตีขั้นต่ำที่ 1.5 พันลบ. และส่วนแบ่งรายได้ที่ 20% ระยะเวลาของสัมปทานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2565 และสิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.2576 ทั้งนี้ AOT ได้ยกเลิกการประมูลสัมปทานบริการเคาน์เตอร์รับสินค้าที่ DMK แล้วเนื่องจากเป็นเพียงบริษัทเดียวที่สนใจเข้าร่วมประมูล แม้วงเงินการันตีขั้นต่ำที่ 1.5 พันลบ. ต่ำกว่าที่เราประมาณการไว้ที่ 3.4 พันลบ. แต่เรามีมุมมองบวกต่อข่าวดังกล่าวเนื่องจากยังไม่รวมวงเงินการันตีขั้นต่ำสำหรับบริการเคาน์เตอร์รับสินค้าที่ DMK ทั้งนี้ AOT แยกสัญญาดิวตีฟรีภายใน DMK ออกจากสัญญาดิวตี้ฟรีภายในสนามบินและเคาน์เตอร์รับสินค้า (การประมูลรอบนี้สำหรับสัมฟทานดิวตี้ฟรีในสนามบินเท่านั้น) อิงจากวงเงินการันตีขั้นต่ำที่ 1.5 พันลบ. ในปี FY2563 เราจึงคาดว่ารายได้สัมปทานจากดิวตี้ฟรีในสนามบินในปี FY2562 จะอยู่ที่ 1 พันลบ. จากอัตราเติบโตที่ 10% ในช่วงเวลาเดียวกันซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้จากสัมปทานเคาน์เตอร์รับสินค้าในปี FY2562 จะอยู่ที่ 1.4 พันลบ. หากพิจารณาจากกรณีเลวร้ายที่สุดของเราที่คาดว่า AOT จะได้รับส่วนแบ่งรายได้ที่ 3% จากเคาน์เตอร์รับสินค้าและไม่มีวงเงินการันตีขั้นต่ำ เราจึงคาดว่าจะเกิด downside risk ต่อประมาณการกำไรสุทธิปี FY2566 ของเราที่ราว 1 พันลบ. หรือ 3% และส่งผลให้ราคาเป้าหมายกลางปี FY2563 ของเราลดลง 2.6 บาท หรือ 3%

 

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" AOT และราคาเป้าหมายที่ 88.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 7%, terminal growth = 4%) โดยวานนี้ (23 ธ.ค.2019) บอร์ด AOT ได้อนุมัติผลการประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมือง ให้สิทธิคิงเพาเวอร์เป็นผู้บริหาร ระยะเวลา 10 ปี 6 เดือน เริ่ม 1 ต.ค.2022 โดยต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 20% หรือ minimum guarantee ปีแรกที่ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งเรามองเป็นลบเนื่องจาก consensus คาด minimum guarantee ปีแรกที่ 5-6 พันล้านบาท ทั้งนี้ ที่ประมาณการไว้สูง เนื่องจากมีการประเมินรายได้ดิวตี้ฟรีดอนเมืองในปี 2019 คลาดเคลื่อนเป็น 2.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวมรายได้จาก pick up counter หากคิดเฉพาะรายได้จากดิวตี้ฟรีจะอยู่ที่ประมาณ 1-1.2 พันล้านบาท ดังนั้น เราประเมินจะมีผลกระทบต่อกำไรสุทธิปี 2023E (ต.ค.2022-ก.ย.2023) เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 1% และจะกระทบต่อราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 0.16-0.54 บาท/หุ้น เท่านั้น ซึ่งผลกระทบค่อนข้างจำกัดเราจึงไม่ได้นำมารวมในการประเมินมูลค่า

ราคาหุ้นปรับขึ้นและ outperform SET +6% ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา จากผู้โดยสารที่กลับมาฟื้นตัว แต่ปรับตัวลงและ underperform SET -5% ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา จากความเสี่ยงที่ AOT อาจต้องแบ่งรายได้ PSC ไม่เกิน 10% เข้ากองทุนฯ ของกรมท่าอากศยาน (ทย.) เราประเมินว่าผลกระทบต่อมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 5 บาท หรือราคาเป้าหมายจะอยู่ที่ 83.00 บาท โดยปัจจุบันยังต้องรอกฤษฎีกาตีความ คาดว่าจะใช้เวลา 3-6 เดือน ซึ่งเป็นปัจจัย overhang ราคาหุ้นจนกว่าจะมีความชัดเจน ขณะที่ผลการประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมืองที่ผิดหวังจะทำให้ราคาหุ้นปรับตัวลงได้ ทั้งนี้ AOT ยังมีความน่าสนใจในระยะยาวจากการเติบโตของรายได้ non-aero และคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2021E จะเติบโตโดดเด่น 40% YoY ซึ่งจะทำให้ระยะยาวหุ้น AOT ยังเพิ่มขึ้นได้

คิงเพาเวอร์ ได้รับสิทธิดิวตี้ฟรีดอนเมือง จ่ายผลตอบแทนขั้นต่ำปีแรก 1.5 พันล้านบาท วานนี้ (23 ธ.ค.2019) ที่ประชุมบอร์ด AOT มีมติอนุมัติผลการประมูลดิวตี้ฟรีสนามบินดอนเมือง โดยให้ บจ.คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี เป็นผู้ได้รับสิทธิประกอบกิจการฯ เป็นระยะเวลา 10 ปี 6 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2022 - 31 มี.ค.2033 โดยจ่ายส่วนแบ่งรายได้ 20% (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 15%) หรือจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (minimum guarantee) ปีแรกเป็นจำนวนเงิน 1.5 พันล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่ง minimum guarantee ดังกล่าวจะสูงกว่าประมาณการรายได้ที่ AOT คาดการณ์ว่าจะได้รับในปีสุดท้าย และสูงกว่าราคาที่ AOT คาดหวังไว้ ทั้งนี้ AOT คาดว่าจะลงนานในสัญญากับคิงเพาเวอร์ภายในเดือน ม.ค.2020
เรามองเป็นลบ โดย minimum guarantee ต่ำกว่าตลาดคาดการณ์ ทั้งนี้ เดิม Consensus ประเมิน minimum guarantee ในปีแรกราว 5-6 พันล้านบาท จากประมาณการรายได้ดิวตี้ฟรีดอนเมืองปี 2019 ที่ 2.4 พันล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยมีการรวมรายได้จาก pick up counter เข้าไปด้วย ซึ่งหากคิดเฉพาะรายได้จากดิวตี้ฟรีประมาณการว่าจะอยู่ที่ 1-1.2 พันล้านบาท ดังนั้น ในแง่ของผลกระทบต่อกำไรในปี 2023 (ต.ค.2022-ก.ย.2023) จะเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่เกิน 1% และจะมีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นราว 0.16-0.54 บาท/หุ้น เท่านั้น

ประเมินราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 88.00 บาท อิงวิธี DCF (WACC = 7%, terminal growth = 4%) เราไม่ได้รวมผลกระทบจากการประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมือง เนื่องจากผลกระทบต่อมูลค่าหุ้นที่จำกัด ด้านปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การที่ AOT อาจต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้จาก PSC เข้ากองทุนช่วยพัฒนาสนามบินภูมิภาค ของกรมท่าอากศยาน (ทย.) ไม่เกิน 10% ซึ่งเรามองว่ามีผลกระทบต่อราคาเป้าหมายสูงสุดที่ 5 บาท อย่างไรก็ตาม ในแง่กำไรสุทธิคาดว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และจะเริ่มกลับมาเติบโตในปี 2020E จากจำนวนผู้โดยสารที่กลับมาฟื้นตัว และกำไรสุทธิจะเข้าสู่ New S-Curve อีกครั้งในปี 2021E ซึ่งหลักๆ จะจากการเติบโตของรายได้ Non-Aero

ผลประมูลดิวตี้ฟรีดอนเมือง ส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรและมูลค่าหุ้นจำกัด รายได้ปีแรกในปี 2023 ใช้ผลตอบแทน minimum guarantee ที่ 1.5 พันล้านบาท และจะเรียกเก็บ Minimum Guarantee รายปีเพิ่มขึ้นในปีต่อๆ ไป โดยใช้สูตรคำนวณ MAG (i) (พิจารณาจากอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของปีปฏิทินก่อนหน้า) เราใช้สมมติฐานเพิ่มขึ้นปีละ 4% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตขอจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยระยะยาว โดยคำนวณด้วยวิธี DCF (WACC 7%, TG 4%)

 

บล.หลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ชนะการประมูล Duty Free ดอนเมือง หลังเป็นผู้ประกอบการเพียงรายเดียวที่ยื่นซองเข้าประมูล โดยจะได้สิทธิบริหาร Duty Free สนามบินดอนเมือง ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2565 ถึง 31 มี.ค. 2576 ในอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศหลังปัจจุบัน 1,884 ตารางเมตร หลังจากนั้นเมื่อพัฒนาอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ที่อยู่ในแผนพัฒนาระยะที่ 3 คาดแล้วเสร็จในปี 2566 จะย้ายพื้นที่ไปอาคารใหม่ สุทธิแล้วคาดจะมีพื้นที่บริการเพิ่มขึ้นเป็นราว 3,000 ตารางเมตร

AOT จะได้รับ minimum guarantee ที่ 1.5 พันล้านบาทต่อปีในปีแรก หรือคือปี 2566 ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่า minimum guarantee ปีสุดท้ายของสัญญาเดิมในปี 2565 ที่ 3.2 พันล้านบาท และต่ำกว่าสมมติฐานเดิมของเราที่คาดจะได้รับหลังการประมูลรอบใหม่ที่ราว 6 พันล้านบาทพอสมควร อย่างไรก็ดี เหตุผลมาจาก 1) minimum guarantee เดิมรวมส่วนของ pick up counter ด้วย ซึ่งรอบนี้จะเปิดประมูลแยกกัน โดย AOT ไม่ได้ให้ข้อมูลของส่วน pick up counter ในอดีต แต่ให้ความเห็นว่ายอด guarantee คิดเฉพาะส่วน duty free ดอนเมืองเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเทียบกับปีสุดท้ายในสัญญา และ 2) ส่วนแบ่ง revenue sharing ปรับเพิ่มจากสัญญาเดิมที่ 15% ขึ้นเป็น 20% สะท้อนโอกาสที่จะได้รายได้เพิ่มในปีหลังๆ เนื่องจากมีพื้นที่เพิ่ม

AOT คาดว่าจะลงนามในสัญญากับบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ภายในเดือน ม.ค.63

ความเห็น
Minimum guarantee ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด ทำให้หุ้นมีโอกาสตอบสนองเชิงลบวันนี้
แม้ minimum guarantee ส่วนนี้ จะยังไม่รวมส่วนของการประมูล pick up counter แต่เราเชื่อว่าความน่าสนใจของ pick up counter จะต่ำ เนื่องจาก AOT เปิดทำเองด้วย ทำให้มีโอกาสที่สุดท้ายแล้ว AOT อาจได้ minimum guarantee ต่ำกว่าสัญญาเดิมในปีสุดท้ายที่เราคาดราว 3 พันล้านบาท แต่ยอดรายรับอาจไม่ต่ำกว่าคาดมากนัก จาก revenue sharing ที่สูงขึ้นราว 500bps และพื้นที่ที่มีมากขึ้น สุทธิแล้วเราคาด AOT ได้รายได้ไม่ต่ำกว่าสัญญาเดิมที่ 3 พันล้านบาทต่อปี แต่อาจไม่สูงถึงระดับ 6 พันล้านบาทที่เราคาดไว้ก่อนหน้า
แม้ผลการประมูลจะต่ำกว่าคาด แต่เนื่องจากขนาดของการประมูลที่เล็กกว่า Duty Free สุวรรณภูมิ อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ผลกระทบต่อประมาณการและราคาเหมาะสมจำกัดที่ 1.23 บาทต่อหุ้นและจะกระทบประมาณการตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป (ตารางที่1)
ผลการปรับประมาณการทำให้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2563 ลดลงเป็น 80.75 บาทต่อหุ้น เราคงคำแนะนำ TRADING บนกำไรของหุ้น AOT ที่จะเด่นอีกครั้งในปี 2563/64 ซึ่งจะได้รับผลบวกจากการประมูล duty free สุวรรณภูมิเต็มปีเป็นปีแรก อย่างไรก็ดี กำไรปกติปี 2562/63 คาดโตปกติที่ 11% YoY
Catalyst สำคัญลำดับถัดไป จับตา 1) การเปิดขายซอง pick up counter รอบใหม่ และ 2) จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง high season จะโตได้ต่อหรือไม่

 


บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ออกบทวิเคราะห์เปิดเผยว่า ผลตอบแทน Duty Free ดอนเมือง ไม่สูง คิดเป็นเพียงราว 60% ของผลตอบแทนปีล่าสุด ซีงรวมสัญญา Pick Up Counter ด้วย จึงยังต้องติดตามในส่วนของ Pick Up Counter แต่เริ่มเห็นความเสี่ยงต่อประมาณการร่วมกับผู้ใช้บริการต่ำคาดและการแบ่งค่า PSC ควรรอเข้าลงทุน เมื่อหุ้นอ่อนตัว

ผลตอบแทนธุรกิจสินค้าปลอดภาษีสนามบินดอนเมือง เริ่มมีผลปีบัญชี 2566 ภายใต้สัญญาใหม่ เป็นการแยกผลตอบแทนเกี่ยวกับดิวตี้ ฟรี ออกเป็น 2 ส่วน คือ 1) พื้นที่ปลอดภาษีในสนามบิน และ 2) จุดรับส่งสินค้าปลอดภาษี โดยผลประมูลล่าสุด คิง เพาเวอร์ ผู้ชนะประมูลสัญญาที่ 1 จะให้ผลตอบแทนขั้นต่ำปีละ 1.5 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้นตามดัชนี MAC (i) ซึ่งอิงการเติบโตผู้ใช้บริการต่างประเทศ+เงินเฟ้อ หรือ ส่วนแบ่งรายได้เป็น 20% ของรายได้ แล้วแต่เกณฑ์ใดจะสูงกว่า ทั้งนี้ ผลตอบแทนดังกล่าว ไม่สูง เพราะคิดเป็น 60% ของผลตอบแทนตามสัญญาเดิมในปีบัญชี 2562 ที่ธุรกิจทั้ง 2 ส่วนอยู่ภายใต้สัญญาเดียว และมีวิธีรับรู้ผลตอบแทนวิธีใดวิธีหนึ่งที่สูงกว่าผลตอบแทนขั้นต่ำรายปี หรือ 15% ของรายได้ ซึ่งจากนี้จะต้องติดตามผลตอบแทน Pick Up Counter ขณะที่ผลตอบแทนดังกล่าวคิดเป็นเพียง 47% ของผลตอบแทนสมมติฐานปัจจุบันนับจากปีบัญชี 2566 จึงเริ่ม Downside ต่อกำไร โดยทุกๆ ผลตอบแทนทีต่ำกว่าคาด 500 ล้านบาท จะกระทบกำไร 0.8% และมูลค่าหุ้น 0.6 บาท

นอกจากประเด็นความเสี่ยงดังกล่าว สถานะปัจจุบัน AOT มีความเสี่ยงอีก 2 เรื่อง คือ 1) สถิติการบินงวดบัญชี 4Q62 (สิ้นสุด ธ.ค. 62) พบว่า YTD วันที่ 1 ต.ค. -21 ธ.ค. 62 เติบโต 1.4%yoy อย่างไรก็ตาม QTD เติบโตต่ำกว่าสมมติฐานที่ 4.7% โดยทุก 1% ของผู้ใช้บริการต่ำกว่าคาด จะกระทบกำไร 1.0% และมูลค่าหุ้น 0.6 บาท และ 2) ความเสี่ยงเพิ่มจากกรณีที่รัฐฯกำลังศึกษาแบ่งรายได้ค่าธรรมเนียมสนามบินขาออก (PSC) เข้ากองทุนท่าอากาศยาน ในอัตราไม่เกิน 10% (กฤษฎีกากำลังตีความ)) โดยทุกๆ 1% ของ PSC ที่ถูกแบ่ง จะกระทบกำไร 0.8% และมูลค่าหุ้น 0.5 บาท

แม้ Downside จากประเด็นต่างๆ จะสร้าง Sentiment ลบต่อการลงทุน AOT แต่จุดเด่นเรื่องผูกขาดบริการสนามบินไม่เปลี่ยน ช่วยหนุนธุรกิจการบินและธุรกิจเชิงพาณิชย์ แม้โครงการที่เกี่ยวข้องสินค้าปลอดภาษีอาจคาดหวังลดลง แต่ยังมีโครงการรูปแบบอื่นๆ ที่รออยู่และยังอยู่นอกประมาณการ เช่น Airport City, Digital Platform และ Certify Hub ที่กำลังจะชัดเจน ขณะที่ด้านประมาณการ เนื่องจาก Downside ที่เกิดต่อประมาณการระยะสั้น จะมีเพียงเรื่องสถิติการบินแย่กว่าคาด ซึ่งกระทบกำไรต่ำกว่า 5% ส่วนเรื่องการแบ่งค่า PSC น่าจะยังใช้เวลาและรอความชัดเจน รวมถึงผลตอบแทนสนามบินดอนเมืองที่ต้องรอในส่วน Pick Up Counter เบื้องต้นฝ่ายวิจัยจึงคงประมาณการเดิมไปก่อน

แม้ยังแนะนำ ซื้อ แต่เบื้องต้นประเมินว่าความเสี่ยงต่างๆ ดังกล่าว มีโอกาสกดดันมูลค่าหุ้นได้ 5-7 บาท ซึ่งจะกระทบมูลค่าพื้นฐานลงมาอยู่ 78-80 บาท การลงทุนแนะนำให้รอหุ้นอ่อนตัว จนมี Upside ลงทุน

 

                                        *****************************  

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

บทความล่าสุด

HotNews : เจาะ PTTGC ทำไมกำไร Q2/63 วูบ 24%

PTTGC ประกาศไตรมาส 2/63 มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและการกลับรายการมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ....

แบนTikTok-WeChat By: แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ เห็นนักลงทุน ยังคงชะลอลงทุน ขอรอดูงบบจ.ไตรมาส2/63 รอดูสถานการณ์ การเมือง.....

งบกำไรวูบๆ By: นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เทศกาลประกาศผลประกอบการไตรมาส2/63และครึ่งปีแรก ของบจ. ทยอย...คึกคัก

มัลติมีเดีย

GURU แจกหุ้นเด็ด EP 11 เดือน มิถุนายน 2563

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้