Today’s NEWS FEED

News Feed

ROBINS แจงไตรมาส3ปีนี้ กำไรลดลง6.8% ตามยอดขาย-ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง

173

 สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(5พฤศจิกายน2562)-----บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน)ROBINS เปิดเผยว่า ผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2562

รายได้จากการขายรวม ลดลง 426 ล้านบาท หรือร้อยละ 6.5 จากไตรมาส 3 ปี 2561 เป็น 6,129 ล้านบาท ใน ไตรมาส 3 ปี 2562 ซึ่งโดยหลักมาจากการจับจ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว คู่แข่ง การปรับปรุงสาขา จํานวน นักท่องเที่ยวที่ลดลง และเหตุการณ์น้ําท่วมในบางสาขาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายได้ค่าเช่า มีจํานวน 985 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.1 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยมาจาก การเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากสาขาเดิมที่มีอยู่ และสาขาใหม่ที่เปิดดําเนินการในปีที่แล้ว โดยมีอัตราการเช่า พื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ย (average occupancy rate) ที่ร้อยละ 99 รายได้รวม มีจํานวน 7,381 ล้านบาท ลดลง 361 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.7 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยหลักเป็น ผลจากยอดขายที่ลดลง

กําไรขั้นต้น ลดลง 124 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.1 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยในไตรมาส 3 ปี 2562 บริษัทฯ มี กําไรขั้นต้นจากการขายจํานวน 1,417 ล้านบาท และมีอัตรากําไรขั้นต้น” อยู่ที่ร้อยละ 23.1 ซึ่งลดลงร้อยละ 0.4 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยเป็นผลจากการเติบโตของยอดขายกลุ่มสินค้าที่ให้อัตรากําไรขั้นต้นน้อย และการ กําหนดราคาในการส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดขาย หมายเหตุ: “อัตรากําไรขั้นต้น = (รายได้จากการขาย - ต้นทุนขาย) / รายได้จากการขายรวม

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีจํานวน 1,976 ล้านบาท ลดลง 9 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.5 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยหลักเป็นผลมาจากค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่ายของสาขาเดิมที่ลดลง และค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต และค่าใช้จ่ายบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง ตามยอดขายที่ลดลง ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 2 ล้านบาท หรือร้อยละ 17.6 จากไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นจํานวน 7 ล้านบาท ใน ไตรมาส 3 ปี 2562 เป็นผลจากการชําระคืนเงินกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง

ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจํานวน 79 ล้านบาท ลดลง 21 ล้านบาท หรือร้อยละ 21.2 จาก ไตรมาส 3 ปี 2561 เป็นผลมาจากผลประกอบการของบริษัท เพาเวอร์บาย จํากัด และบริษัท ซีอาร์ซี สปอร์ต จํากัด ที่ลดลง

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ มีจํานวน 121 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาท หรือร้อยละ 10.3 จากไตรมาส 3 ปี 2561

กําไรสุทธิ มีจํานวน 619 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.8 จากไตรมาส 3 ปี 2561 โดยหลักเป็นผลมาจากยอดขาย และส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนแรกปีนี้

มีรายได้จากการขายรวม ลดลง 178 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.9 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 เป็น 18,975 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรก ปี 2562 ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากการจับจ่ายของผู้บริโภคที่ชะลอตัว คู่แข่ง การปรับปรุง สาขา จํานวนนักท่องเที่ยวที่ลดลง และเหตุการณ์น้ำท่วมในบางสาขาที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

รายได้ค่าเช่า มีจํานวน 2,956 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.2 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 โดยมา จากการเติบโตของรายได้ค่าเช่าจากสาขาเดิมที่มีอยู่ และสาขาใหม่ที่เปิดดําเนินการในปีที่แล้ว โดยมีอัตราการ เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าเฉลี่ย (average occupancy rate) ที่ร้อยละ 99 รายได้รวม มีจํานวน 22,731 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.7 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 โดย หลักเป็นผลจากการเติบโตของรายได้ค่าเช่า และรายได้อื่น กําไรขั้นต้น ลดลง 176 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.8 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561

โดยใน 9 เดือนแรก ปี 2562 บริษัทฯ มีกําไรขั้นต้นจากการขายจํานวน 4,459 ล้านบาท และมีอัตรากําไรขั้นต้น อยู่ที่ร้อยละ 23.5 ซึ่งลดลงร้อยละ 0.7 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 ทั้งนี้ หากไม่รวมการปรับปรุงรายได้ส่วนลดรับทางการค้า ซึ่งเป็นรายการปรับปรุงที่ไม่ เกิดขึ้นเป็นประจํา (non-recurring adjustment) อัตรากําไรขั้นต้นจะอยู่ที่ร้อยละ 23.6 ซึ่งลดลงร้อยละ 0.6 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 โดยเป็นผลจากการเติบโตของยอดขายกลุ่มสินค้าที่ให้อัตรากําไรขั้นต้นน้อย และการกําหนด ราคาในการส่งเสริมการขาย เพื่อกระตุ้นยอดขาย หมายเหตุ: “อัตรากําไรขั้นต้น = (รายได้จากการขาย - ต้นทุนขาย) / รายได้จากการขายรวม

ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร มีจํานวน 5,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 218 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.8 จาก 9 เดือน แรก ปี 2561 โดยหลักเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายของสาขาใหม่ และการบันทึกรายการพิเศษ (one-off/special items) ได้แก่ สํารองผลประโยชน์เมื่อเกษียณอายุของพนักงาน จํานวน (49.8) ล้านบาท และการเรียกเก็บค่าไฟ จํานวน (22.3) ล้านบาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นเป็นประจํา (non-recurring) ต้นทุนทางการเงิน ลดลง 17 ล้านบาท หรือร้อยละ 50.7 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 เป็นจํานวน 16 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรก ปี 2562 เป็นผลจากการชําระคืนเงินกู้ยืม และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง ส่วนแบ่งกําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม มีจํานวน 133 ล้านบาท ลดลง 256 ล้านบาท หรือร้อยละ 65.8 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 เป็นผลกระทบจากการบันทึกรายการพิเศษ (one-off/special items) ได้แก่ การรับรู้ผล ขาดทุนจากเงินลงทุนของบริษัทร่วม จํานวน (178.4) ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทร่วมทางอ้อม ใน ประเทศเวียดนาม จํานวน (37.1) ล้านบาท

ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ มีจํานวน 395 ล้านบาท ลดลง 13 ล้านบาท หรือร้อยละ 3.2 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561 กําไรสุทธิ มีจํานวน 1,861 ล้านบาท ลดลง 259 ล้านบาท หรือร้อยละ 12.2 จาก 9 เดือนแรกปี 2561 โดยหลัก เป็นผลมาจากการบันทึกรายการพิเศษ (one-off/special items) ได้แก่ 1) การรับรู้ผลขาดทุนจากเงินลงทุนของ บริษัทร่วม จํานวน (178.4 ล้านบาท 2) สํารองผลประโยชน์เมื่อเกษียณอายุของพนักงาน จํานวน (49.8) ล้าน บาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 9) 3) ค่าใช้จ่ายทางภาษีของบริษัทร่วมทางอ้อม ใน ประเทศเวียดนาม จํานวน (37.1) ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ 6) ทั้งนี้ หากไม่ รวมรายการพิเศษดังกล่าว กําไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.3 จาก 9 เดือนแรก ปี 2561

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : ETC เคาะราคา IPO ที่ 2.60 บาท ฤกษ์ดีเทรด 18 ส.ค. นี้

ETC หุ้นโรงไฟฟ้าขยะตัวแรกของไทย เคาะราคาไอพีโอ2.60 บาท ชูกำไรสูง เติบโตแรง พร้อมประมูลโรงไฟฟ้าขยะ444 เมกะวัตต์ กระแส....

SET ขึ้นยาก ลงรอ งบ By:แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ได้ยินเสียงคำทำนาย แว่ว มาตาม สายลม ครึ่งเดือนสิงหาคม SET ขึ้นยาก ลำบาก ด้วยความกังวล........

ไร้ปัจจัย By: น้องสีธนญชัย

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นบ้านเราแดงแบบไม่มีอะไรมากั้น ทั้งสามวันหลังผ่านวันหยุดยาวมาแล้ว .....

มัลติมีเดีย

GURU แจกหุ้นเด็ด EP 11 เดือน มิถุนายน 2563

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้