Today’s NEWS FEED

News Feed

MAX ชี้แจง กรณีลงทุนในมาเจสติค - การลงทุนในตั๋วแลกเงินและให้เงินกู้ยืมรวม 407.43 ลบ.

231

 

 

 


สำนักข่าวหุ้นอินไซด์(9 ตุลาคม 2562)------------คุณกุศล สังขนันท์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชนั่ จำกัด (มหาชน) หรือ MAX เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทฯ ได้นำส่งงบการเงินไตรมาสที่ 2 สิ้นสุด วันที่30 มิถุนายน 2562 ซึ่งผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตมายังตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปรากฎว่ามีผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนปี 2562 ขาดทุนสุทธิ 130.95 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการด้อยค่าทรัพย์สินของบริษัทเดอะ มาเจสติค ครีก คันทรีคลับ จำกัด (มาเจสติค) 205.29 ล้านบาท นอกจากนี้ พบรายการลงทุนในตั๋วแลกเงินของบริษัท เพลนเน็ต เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ส์ พีทีอีแอลที่ดี (เพลนเน็ต) 323.04 ล้านบาท เงินให้กู้ยืมระยะสั้น แก่กิจการอื่น 84.39ล้านบาท ในขณะที่บริษัทย่อยมีหนี้ส้นผิดนัดชาระหนี้รวม 88.37 ล้านบาท
ดังนั้น เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ทราบข้อมูลที่สำคัญของบริษัทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวผ่านระบบตลาดหลักทรัพย์ฯ บริษัทจึงขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวต่อไปนี้
ทางบริษัทขอเรียนชี้แจงว่า คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาอนุมัติการเข้าลงทุนโดยพิจารณาจากประเภทของธุรกิจ ซงึ่ เบื้งต้นธุรกิจสนามกอล์ฟเป็นธุรกิจที่มีรายได้ที่ค่อนข้างจะแน่นอน เนื่องจากธุรกิจสนามกอล์ฟเป็นธุรกิจที่ได้รับรายได้จากค่าธรรมเนียมในการเล่นกอล์ฟรวมทัง้ รายได้จากการขายสมาชิกรวมถึงค่าบริการอื่นๆ เช่นค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าขายสินค้า ฯลฯ ซึ่งแต่ละสนามก็จะมีจานวนนักกอล์ฟที่ใช้บริการที่ค่อนข้างจะไม่แตกต่างกันมากนัก เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นนักกอล์ฟที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วประมาณ 30% และบุคคลทั่วไปอีก 70% ซึ่งประกอบไปด้วยจากเอเจนซี่ จากบริษัททัวร์ แขกโรงแรมที่จอง จากโปรโมชนั่ ที่ขาย VOUCHER ขายตามงานต่างๆรวมทัง้ แขกของสมาชกิสนาม ทาให้ช่วง High Season คือ เดือน ตุลาคม ถึง กุมภาพันธ์ แต่ละปี จะค่อนข้างมีจองไว้ล่วงหน้าค่อนข้างแน่นอนทาให้ความผันผวนของรายได้ในแต่ละปีจะแตกต่างกันไม่มากนัก สามารถคาดการณ์ได้แต่ขึน้ อยู่กับฤดูกาล ซึ่งในระหว่างที่ตัดสินใจลงทุนนัน้ ทางมาเจสติคได้ปรับปรุงสนามจาก 18 หลุม เป็น 27 หลุม ซึ่งตามประมาณการของรายได้
จากการลงทุนคาดว่า น่าจะมีรายได้ที่เพิ่มขึน้ จากเดิม แต่ภายหลังจากการลงทุนแล้ว รายได้ของสนามก็ไม่ได้เพิ่มขึน้ จากเดิม และทางบริษัทก็ได้ให้บริษัทประเมินราคาที่ กลต.เห็นชอบ 2 ราย คือ บริษัท ไนท์แฟรงค์ฯ และบริษัท เอสแอลสแตนดาร์ด แอพไพรซัล ประเมินราคาที่ดินสนามกอล์ฟซึ่งเป็นสินทรัพย์ของมาเจสติคแล้ว มีความเห็นที่สอดคล้องกันโดยมีราคาประเมินเท่ากับ 769 ล้านบาท และ 780 ล้านบาทตามลาดับ ซึ่งทัง้ สองแห่งใช้วิธีประเมินจากวิธี IncomeApproach เป็นหลัก และการที่ในขณะนัน้ มาเจสติคกาลังอยู่ในระหว่างปรับปรุงและขยายสนามกอล์ฟเพิ่มเติมจาก 18หลุมเป็น 27 หลุม จึงคาดว่าจะมีรายได้เติบโตขึน้ และจะสามารถกลับมาทากาไรได้ตัง้ แต่ต้นปี 2559 เป็นต้นไปคณะกรรมการจึงพิจารณาว่าจะก่อให้เกิดผลประกอบการที่ดีและมีกาไรที่ดีในอนาคต ตามการคาดการณ์ตามการประเมินราคาของทัง้ 2 ราย จึงได้เข้าลงทุนในมาเจสติค และทางคณะกรรมการยังได้ประเมินความเสี่ยงในการลงทุนและพิจารณากาหนดมาตรการรองรับความเสี่ยงไว้ 2 กรณี ซงึ่ ได้ครอบคลุมความเสี่ยงในการประกอบการทัง้ หมดไว้ดังนี ้


1. คณะกรรมการบริษัทได้กาหนดให้มีสัญญาขายคืนหุ้นกับผู้ขายหุ้น ไว้ ซึ่งราคาสัญญาขายคืนหุ้นถ้าผลประกอบการไม่ได้ตามการประมาณการซึ่งเป็นการกาหนดกระแสเงินสดจากการดาเนินงานอ้างอิงจากการประมาณการบนสมมุติฐานที่ราคาประเมินเท่ากับ 769 ล้านบาทและ 780 ล้านบาทของผู้ประเมินอิสระ 2 ราย แต่ทางบริษัทได้ลงทุนเพียง 260 ล้านบาท ซงึ่ หากดาเนินการได้ทางบริษัทจึงได้ผลตอบแทนสูงถึง 27.97% แต่ในทางกลับกัน หากดาเนินการไม่ได้ตามประมาณการ ทางบริษัทจึงขอสิทธิในการขายหุ้นคืนกับผู้ขายหุ้นเพิ่มเติมอีกเพื่อเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับบริษัทอีกทางหนึ่ง ซึ่งกรณีเลวร้ายที่สุด (Worse Case) ทางบริษัทก็ยังมีสิทธิที่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายส่วนต่างจากต้นทุนที่บริษัทซือ้ มาได้อีกด้วยและในการตรวจสอบทรัพย์สินของบริษัทหัวหินพัฒนาจากงบการเงินในขณะนัน้ บริษัทมีทรัพย์สินที่เป็นที่ดินมีมูลค่ามากพอสมควรที่สามารถจะชดเชยความเสียหายของบริษัท
2. ถึงแม้ว่า มีราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระทัง้ 2 รายสนับสนุนราคาหุ้น ทางคณะกรรมการบริษัทก็ไม่ได้พิจารณาจากราคาประเมินดังกล่าว ยังได้ปรับลดราคาซือ้ ขายหุ้นลงถึง 44.26% ซึ่งตกลงซือ้หุ้นเพียง 55.74 % ของราคาประเมินเท่านัน้ ซึ่งเป็นสาเหตุของการรับรู้กาไรจากส่วนต่างของราคายุติธรรมกับราคาซือ้ หุ้นในขณะนัน้ ถึง 131.31 ล้านบาทและหากผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการจะเกิดประโยชน์กับบริษัท ดังนี ้1. เป็นการลงทุนในธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายการลงทุนในธุรกิจตามแผนธุรกิจที่ได้วางไว้


2. เป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงน้อย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีรายได้ค่อนข้างจะแน่นอน ทาให้ธุรกิจมีผลประกอบการที่ไม่ค่อยมีความผันผวนมากนัก เนื่องจากโครงสร้างของผู้ใช้บริการที่ได้กล่าวข้างต้น ทาให้มีรายได้สม่าเสมอในทุกๆ ปีและเป็นธุรกิจระยะยาว และจากการประมาณการบริษัทจะมีผลการดาเนินงานที่ดีในอนาคต ทาให้ผลประกอบการของบริษัทดีขนึ ้ ได้ในระยะยาว


3. เป็นการลงทุนในมูลค่าที่เหมาะสม โดยสามารถลงทุนได้ต่ากว่ามูลค่าหุ้นที่ประเมินค่อนข้างมาก เป็นการลดความเสี่ยงในการลงทุน และทาให้บริษัทมีผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดี โดยมีอัตราส่วนลดจากมูลค่าทางบัญชีที่ปรับปรุงแล้วเท่ากับ 44.26% และการลงทุนดังกล่าวก็จะทาให้เกิดผลกาไรกับบริษัทอีกด้วย


4. เมื่อพิจารณาจากกระแสเงินสดส่วนผู้ถือหุ้นที่ได้รับจากการดาเนินงานตามสัดส่วนการถือหุ้น เมื่อเทียบกับเงินลงทุนในปัจจุบัน มีอัตราผลตอบแทนที่อยู่ในระดับที่ดีคือประมาณ 27.97%ก่อนเข้าลงทุนทางคณะกรรมการประเมินความเสี่ยงว่า การลงทุนมีความเสี่ยงต่าเนื่องจากมีการประเมินราคาทรัพย์สินที่จะลงทุน เพื่อให้ทราบราคาตลาดหรือราคายุติธรรม และลงทุนในอัตราที่มีส่วนลดค่อนข้างมาก เพื่อที่จะความเสี่ยงในกรณีหากผลประกอบการไม่ได้ตามเป้าหมาย และหากต้องขายออกในอนาคต รวมทัง้ จัดให้มีสัญญาซือ้คืนหุ้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากผลประกอบการไม่ได้ตามเป้าหมาย สาหรับการประเมินความเสี่ยงที่หัวหินพัฒนาจะไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการซือ้ หุ้นมาเจสติคคืนนัน้ ตามที่ได้เรียนแล้วข้างต้น ทางคณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาความเสี่ยงกับทางบริษัทในภาพรวมในทุกด้านก่อนที่จะตัดสินใจในการอนุมัติการลงทุน ทัง้ การประเมินราคาทรัพย์สินก่อนพิจารณาลงทุน การต่อรองราคาซือ้ ขายที่มีส่วนลดมากสารองไว้เผื่อกรณีที่ผลประกอบการไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมารวมทัง้ ขอให้บริษัทมีสิทธิขายคืนหุ้นให้กับผู้ขายอีกด้วย ซึ่งในการซือ้ ขายหุ้นโดยทวั่ ไป ผู้ขายหุ้นมักจะไม่ให้สิทธิกับผู้ซือ้หุ้นดังกล่าว เนื่องจากจะทาให้ผู้ขายหุ้นมีภาระและหน้าที่ในอนาคต ซงึ่ ในการตกลงซือ้ ขายกัน ทางบริษัทได้เจรจาต่อรองในเงื่อนไขที่เพิ่มขึน้ จากเดิมที่เคยตกลงไว้โดยผู้ขายหุ้นให้สิทธิดังกล่าวเป็นการ Favor ให้กับบริษัทและเป็นการสร้างความเชื่อมนั่ ให้กับบริษัทเพิ่มขึน้ และท้ายที่สุดทางบริษัทก็ได้พิจารณาฐานะทางการเงินและความสามารถของบริษัทหัวหินพัฒนาประกอบอีกด้วยสาหรับราคาประเมินของผู้ประเมินในปี 2559 (ปีที่บริษัทเข้าลงทุน) ใช้วิธี Income Approach เป็นหลักในการประเมินซึ่งต่างกับผู้ประเมิน วันที่ 15 มีนาคม 2562 คือ บริษัท เอ็น แอนด์ เอ แอพไพรซัล จากัด ซึ่งใช้วิธี CostApproach และพิจารณาเปรียบเทียบจากราคาตลาดที่ใกล้เคียง (Market Comparison) รวมทัง้ พิจารณาตาแหน่งที่ตัง้ของที่ดิน สภาพแวดล้อมรวมถึงข้อจากัดการใช้ที่ดินเป็นหลัก แต่ผู้ประเมินในปี 2559 ไม่ได้พิจารณารายละเอียดทรัพย์สินรวมถึงตัวแปรของค่าเสื่อมราคาทรัพย์สินในการพิจารณา ดังนัน้ จึงทาให้ราคาประเมินแตกต่างกันค่อนข้างมากเนื่องจากวิธีที่ผู้ประเมินอิสระเลือกใช้ในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่ต่างกัน จึงเป็นสาเหตุของราคาประเมินที่แตกต่างกันมาก ประกอบกับวัตถุประสงค์ในการประเมินที่ดินในครั้งนี ้ทางบริษัทฯได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางการเงินที่ ก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบประเมินมูลค่าหุ้นมาเจสติค เพื่อต้องการทราบมูลค่าหุ้นของมาเจสติค ณ ปัจจุบันว่ามีมูลค่าเท่าใดเมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่บริษัทจะใช้สิทธิในการขายคืน เพื่อที่ทางคณะกรรมการบริษัทจะได้ดาเนินการเลือกแนวทางที่จะเป็นประโยชน์สูงสุดกับบริษัทได้อย่างถูกต้อง ในการประเมินราคาหุ้นของที่ปรึกษาทางการเงิน ต้องการข้อมูลราคาประเมินที่ดินเพื่อนาราคาประเมินที่ดินไปใช้ ซึ่งหนึ่งในวิธีการประเมินมูลค่าหุ้นมีการใช้วิธี Adjusted Book Value ในรายงานการประเมินมูลค่าหุ้นซึ่งต้องใช้ราคาประเมินที่ดินอ้างอิง แต่สาหรับราคาประเมินที่ดินที่ใช้วิธี IncomeApproach ทางผู้ประเมินที่ดินเห็นว่า เป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากหากคิดตาม Income Approach ปัจจุบัน ทางบริษัทมีภาระหนีที้่ต้องชาระมากกว่ากระแสเงินสดที่บริษัทได้รับจากการดาเนินงาน ทาให้กระแสเงินสดจากการดาเนินงานในปัจจุบันไม่เพียงพอในการชาระหนี ้ดังนัน้ การใช้วิธี Income Approach มาใช้ในปัจจุบันจึงไม่เหมาะสมที่จะนามาใช้ในการประเมินราคาที่ดินในปัจจุบัน

ขณะที่ประเด็นเรื่อง ตามที่ทางบริษัทฯ ได้ใช้สิทธิการขายหุ้นคืน ทางหัวหินพัฒนาไม่มาซือ้ เนื่องจาก ปัจจุบันทางบริษัทหัวหินพัฒนา มีเงินทุนไม่เพียงพอที่จะมาซือ้ คืน และยังไม่สามารถขายหรือติดต่อร่วมทุนกับนักลงทุนอื่นได้ หากในอนาคตมีการปรับโครงสร้างหนีกั้บทาง SME BANK ให้กระแสเงินสดจากการดาเนินงานเพียงพอในการชาระหนี ้ก็คงมีโอกาสที่จะหานักลงทุนหรือหาผู้ร่วมทุนมาซือ้ คืนจากบริษัทในอนาคตได้ ซึ่งการใช้สิทธิขายหุ้นคืน ทางบริษัทได้ทาสัญญาซือ้ หุ้นคืน กับ หัวหินพัฒนา ซึ่งในเนือ้ หาสัญญาระบุว่า “ผู้ขายมีสิทธิที่จะให้ผู้ซือ้ รับซือ้ คืนหุ้น บริษัท เดอะ มาเจสติคครีก คันทรีคลับ จากัด (“MJC”) ทัง้ หมด ก็ต่อเมื่อกระแสเงินสดจากการดาเนินงาน (Cashflow from Operation) ของ MJCสาหรับงวดปี 2559-2561 รวมกันแล้วน้อยกว่า 209.72 ล้านบาท แต่หากมีหนีห้ รือรายการระหว่างกันค้างอยู่ ผู้ซือ้ (หัวหินพัฒนา) และผู้ขาย (MAX) มีหน้าที่ที่จะต้องดาเนินการเคลียร์ให้แล้วเสร็จก่อนการซือ้ คืน คือภายใน 1 เดือน” ซงึ่ ข้อเท็จจริง ณวันที่ใช้สิทธิ ไม่มีภาระหนีห้ รือรายการระหว่างกันค้างอยู่ บริษัทมีสิทธิที่จะขายหุ้นสามัญของ MJC ซงึ่ จะครบกาหนดในการส่งงบการเงินในปี 2561 คือ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2562 ซงึ่ บริษัทจะต้องใช้สิทธิขายคืนภายใน 1 เดือน นับตัง้ แต่วันที่ครบกาหนดคือ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 แต่จากงบการเงินปี 2561 ของ MJC ปรากฎว่ากระแสเงินสดจากการดาเนินงานของงวดปี 2559 -2561 รวมกันแล้วน้อยกว่า 209.72 ล้านบาท และเมื่อใกล้ครบกาหนดสัญญา 3 ปี นับจากวันที่เข้าลงทุนซือ้ คือ วันที่ 28กรกฎาคม 2559 ตามสัญญา ทางบริษัทได้มีหนังสือแจ้งเพื่อขอใช้สิทธิการขายคืนหุ้น บริษัท เดอะ มาเจสติค ครีก คันทรีคลับจากัด ให้กับบริษัท หัวหินพัฒนา จากัด เลขที่ 14/2562 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2562 เพื่อให้เตรียมเงินทุนเพื่อมาซือ้ หุ้นคืนจากบริษัท รวมทัง้ เมื่อครบกาหนดตามสัญญา ทางบริษัทได้มีหนังสือแจ้งหัวหินพัฒนาเพื่อขอใช้สิทธิการขายคืนหุ้นมาเจสติคเมื่อครบกาหนดสัญญาซือ้ หุ้นคืน บริษัทได้ส่งจดหมายลงวันที่ 5 มิถุนายน 2562 ไปยังหัวหินพัฒนาเพื่อใช้สิทธิ PutOption รวมทัง้ คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแนวทางแก้ปัญหาเงินลงทุนในมาเจสติค โดย


1. ให้ดาเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย2. ให้คณะกรรมการบริษัท เจรจากับ SME BANK ในฐานะผู้คา้ ประกันให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด3. หาผู้ลงทุนใหม่มาลงทุนซือ้ สนามกอล์ฟ4. ขายเงินลงทุนบริษัท เดอะ มาเจสติค ครีก คันทรีคลับ จากัด
ขณะนอี ้ ยู่ในระหว่างขัน้ ตอนที่จะการดาเนินการฟ้องร้องตามกฎหมาย ทางสานักงานทนายความที่บริษัทแต่งตัง้ ได้ส่ง Notice ที่จะดาเนินการตามกฎหมายแล้วในวันที่ 22 กรกฎาคม 2562 และในวันที่ 2 สิงหาคม 2562เรียบร้อยแล้ว และขณะนีอ้ ยู่ในกระบวนการที่จะฟ้องร้องต่อศาลต่อไป ในขณะเดียวกันทางบริษัทก็ได้เจรจาร่วมกันกับทางหัวหินพัฒนาเพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายด้วย ซึ่งน่าจะสามารถตกลงร่วมกันได้คาดว่า น่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 นี ้ซึ่งทางบริษัทก็จักแจ้งความคืบหน้าต่อตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไป

ด้านที่มาที่ไปและเหตุผลความจาเป็นของการให้มาเจสติคกู้เงิน 24.46 ล้านบาท สาเหตุที่บริษัทตัง้ ค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญเงินกู้ยืมดังกล่าวทัง้ จานวนและการพิจารณาตัง้ ด้อยค่าเงินลงทุนมาเจสติคเพียงพอแล้วหรือไม่อย่างไร 


ทั้งนี้ ทาให้ต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึน้ เป็นจานวนมาก ซึ่งหากปรับปรุงและขยายสนามกอล์ฟไม่แล้วเสร็จจะมีผลกระทบกับมาเจสติค และบริษัทในฐานะเป็นบริษัทแม่ก็ย่อมต้องได้รับผลกระทบดังกล่าวด้วยเช่นกันทัง้กระทบต่องบการเงินรวมและการด้อยค่าของมูลค่าหุ้น จึงเป็นเหตุผลและความจาเป็นที่บริษัทจะต้องสนับสนุนเงินทุนให้มาเจสติคสาเหตุที่บริษัทตัง้ ค่าเผื่อหนีส้ งสัยจะสูญเงินกู้ยืม ก็เนื่องมาจาก กระแสเงินสดจากการดาเนินงานในปัจจุบันมีไม่เพียงพอในการชาระหนีกั้บ SME BANK เนื่องจากการกาหนดอัตราการผ่อนชาระยังไม่สอดคล้องกับกระแสเงินสดจากการดาเนินงานในปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันทางบริษัทกาลังเจรจาเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชาระหนีใ้ ห้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจากการดาเนินงาน ทาให้ความสามารถในการชาระหนใี ้ นระยะสัน้ ไม่สามารถชาระหนคี ื้นให้ กับทางบริษัทได้ แต่หากมาเจสติคชาระหนี ้SME BANK หมด ก็จะสามารถชาระหนใี ้ ห้กับบริษัทได้ในอนาคตได้สาหรับการพิจารณาตัง้ ด้อยค่าเงินลงทุนในมาเจสติค จานวน 16.64 ล้านบาท นัน้ บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท ดิสคัฟเวอร์ แมเนจเม้นท์ จากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินที่กลต.รับรอง ประเมินมูลค่ายุติธรรมของมาเจสติค ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 โดยใช้วิธีปรับปรุงมูลค่าบริษัทตามบัญชีเท่ากับ 304.30 ล้านบาทหรือเท่ากับ 11.70บาทต่อหุ้น ซึ่งบริษัทลงทุนมูลค่า 260 ล้านบาทจานวน 20.80 ล้านหุ้นเท่ากับมูลค่าต่อหุ้นเท่ากับ 12.50 บาท โดยบริษัทมีส่วนขาดทุนจากการประเมินมูลค่าเท่ากับ 16.64 ล้านบาท ซงึ่ การตัง้ ด้อยค่าเงินลงทุนมาเจสติคนัน้ ทางคณะกรรมการเห็นว่าเพียงพอแล้ว เนื่องจากบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินประเมินมูลค่าหุ้นได้ในครั้งนีไ้ ด้ใช้วิธี Adjusted Book Valueป็นราคาประเมินมูลค่าหุ้นซึ่งอ้างอิงจากราคาประเมินที่ดินจากบริษัทผู้ประเมินที่ดินซึ่งใช้วิธี Cost Approach และพิจารณาเปรียบเทียบจากราคาตลาดที่ใกล้เคียง (Market Comparison) เป็นเกณฑ์ ดังนัน้ ทางคณะกรรมการบริษัทจึงเห็นว่า สมเหตุสมผลและเพียงพอต่อการตัง้ ด้อยค่าเงินลงทุน


2. การลงทุนในตั๋วแลกเงินและให้เงินกู้ยืมรวม 407.43 ล้านบาท


บริษัทเคยชี้แจงข่าวตามที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สอบถามว่า บริษัทจ้างบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนโซลาริส จากัด (โซลาริส) บริหารกองทุนส่วนบุคคลตามนโยบายการลงทุนที่ตกลงร่วมกัน โดยผู้จัดการกองทุนจะจัดทารายงานการวิเคราะห์ฐานะของผู้ออกตราสารหนี ้ ผลตอบแทน และความเสี่ยง เสนอให้บริษัทพิจารณาอนุมัติก่อนลงทุน(รายละเอียดตามข่าววันที่ 19 กรกฎาคม 2560) ต่อมาปรากฎข้อมูลในงบการเงินปี 2561 ว่าโซลาริสยกเลิกการเป็นผู้จัดการกองทุนของบริษัทตัง้ แต่เดือนเมษายน 2561ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 5 และข้อ 7 ปรากฎข้อมูลว่าบริษัทได้มกี ารลงทุนตวั๋ แลกเงิน และ มีการต่ออายุตวั๋ แลกเงินอยา่ งต่อเนื่องจนถงึ ปัจจุบัน รวมทัง้ ได้เปลี่ยนตวั๋ แลกเงินบางฉบับเป็นเงินให้กู้ยมื ปัจจุบันบริษัทไม่ได้รับชาระดอกเบยี ้ ตามกาหนด โดยได้นาดอกเบยี ้ ค้างชา ระไปรวมเป็นมูลค่าตวั๋ และเงินต้น


ทัง้ นี ้รายการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กิจการอื่นข้างต้นมีนัยสาคัญต่อฐานะการเงินของบริษัทตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี ้ก่อนที่จะตอบตามข้อ 2.1 ทางคณะกรรมการบริษัทขอเรียนให้ตอบหลักการและเหตุผลในคาถามนดี ้ ้วย“ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 5 และข้อ 7 ปรากฎข้อมูลว่าบริษัทได้มีการลงทุนตั๋วแลกเงิน และ มีการต่ออายุตั๋วแลกเงินอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมทัง้ ได้เปลี่ยนตวั๋ แลกเงินบางฉบับเป็นเงินให้กู้ยืม ปัจจุบันบริษัทไม่ได้รับชาระดอกเบยี ้ ตามกาหนด โดยได้นาดอกเบี้ยค้างชาระไปรวมเป็นมูลค่าตวั๋ และเงินต้น”


สาหรับการชีแ้ จงในส่วนที่บริษัทไม่ได้รับชาระดอกเบีย้ ตามกาหนด โดยนาดอกเบีย้ ค้างชาระมารวมเป็นมูลค่าตวั๋ และเงินต้น ก็เนื่องมาจาก ภายหลังจากที่ บลจ.โซลาริส ยกเลิกสัญญาแต่งตัง้ บริษัทจัดการกองทุนส่วนบุคคลแล้ว ทางบริษัทก็ได้ดาเนินการลงทุนโดยมีเงื่อนไขการเรียกเงินต้นและดอกเบีย้ ได้ทุกเมื่อ (On Call) ดังนัน้ เพื่อให้การบริหารเงินมีผลตอบแทนที่สูงและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ที่ผ่านมาทางบริษัทก็จะเรียกชาระดอกเบีย้ มาโดยตลอดตาม

ซงึ่ ปัจจุบัน ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2562 ทางบริษัทได้เรียกชาระเงินต้นและดอกเบยี ้ ที่ค้างจนครบจานวน โดยในช่วงที่ครบกาหนดตามตวั๋ แลกเงินและครบกาหนดเงินกู้ คือ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 ทางบริษัทยังมีสภาพคล่องเหลืออยู่เพียงพอที่จะดาเนินการได้ จึงไม่ได้เรียกชาระดอกเบยี ้ และเงื่อนไขตวั๋ แลกเงินและสัญญาเงินกู้ ทางบริษัทจะเรียกชาระได้ทันที ทางบริษัทจึงไม่ได้เรียกชาระและนายอดดอกเบีย้ คงเหลือที่ชาระไปทบเป็นเงินต้นเพื่อคานวณดอกเบีย้ต่อไป

 

 

 

 

ประทุมพร ม่วงเอก

:รายงาน / สุกัญญา ศิริรวง:เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

"ชาญกฤช" ปลุกกระแส "รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย" รับมือโควิด-19

"ชาญกฤช" ปลุกกระแส "รักเมืองไทย เที่ยวเมืองไทย กระตุ้นเศรษฐกิจไทย" รับมือโควิด-19

HotNews : PTG ไม่ทำให้ผิดหวัง ติดปีกกำไรปี 62 พุ่ง 150.60%

“พีทีจี เอ็นเนอยี” ประกาศปี 2562 กำไรสุทธิ 1,563 ล้านบาท เติบโต 150.60% โชว์ EBITDA 5,269 ล้านบาท เติบโต 50.20% เดิน....

โควิด-19 ล้างหุ้น By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ยังคงสวมหน้ากากอนามัย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บินไป บินมา ทำไม ฝุ่นPM2.5 มากมายแบบนี้ เพลียจิต เพลียใจ จริงๆ ตอนนี้

มัลติมีเดีย

หนูบิวมีเรื่องเมาส์ EP.4 : สงคราม สหรัฐ VS อิหร่าน

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/ #รู้ลึก #รู้จริง #คลุกวงในสไตล์กล้วยๆ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้