Today’s NEWS FEED

News Feed

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : JWD เยี่ยมชมคลังห้องเย็นแห่งใหม่ & สายการผลิตอาหาร

113



Key Takeaways
JWD คำแนะนำ Not Rated
ราคาปิด 8.70 บาท
เยี่ยมชมคลังห้องเย็นแห่งใหม่ & สายการผลิตอาหาร
• เราได้รับโอกาสไปเยี่ยมชมกิจการคลังห้องเย็นใหม่แห่งที่ 8 ที่มหาชัย ซึ่งพบว่ามีอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงกว่าที่คาดไว้มาก โดยในเดือนก.ค.2019 มีอัตราการใช้กำลังผลิต 40% แล้วเพิ่มขึ้นแข็งแกร่งเป็น 70-80% ในต้นต.ค.2019 เนื่องจากมีลูกค้าในกลุ่มอาหารมาใช้บริการมาก ส่วนหนึ่งมาจากราคาทูน่าที่ลดลงทำให้ระดับสต๊อกของลูกค้าสูงขึ้น
จุดเด่นของห้องเย็นใหม่นี้ คือ ต้นทุนดำเนินงานต่ำและประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้เงินลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทในขนาดพื้นที่ 4 พันตรม. โดยเป็นห้องเย็นออโตเมชั่น จึงใช้แรงงานน้อยลงไป 50% ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้ 30% มีความรวดเร็วในการทำงานมากขึ้น บริษัทกำลังพิจารณาลงทุนห้องเย็นที่เป็นออโตเมชั่นแห่งที่ 9 ใช้เงินลงทุนประมาณ 300-400 ล้านบาท

• โครงสร้างรายได้ JWD ประกอบด้วย
1) รายได้ 60% มาจากธุรกิจรับฝากและบริหารสินค้า (คลังสินค้า) และโลจิสติกส์ โดยมีทั้งคลังในพื้นที่ทั่วไป (7.5หมื่นตรม. ณ สิ้นปี 2018), คลังบนพื้นที่ปลอดอากร (4.8 หมื่นตรม.) และคลัง&ลานรับฝากสินค้าอันตรายในเขตท่าเรือแหลมฉบัง (1 หมื่นตรม.) ทั้งนี้รวมถึงคลังควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง (-25 องศา ถึง 25 องศาเซลเซียส)
2) รายได้ 22% จากธุรกิจบริการขนส่งสินค้าและบริการขนย้าย ทั้งรถยนต์ สินค้าอันตราย สินค้าควบคุมอุณหภูมิแช่เย็นและแช่แข็ง ทั้งเส้นทางภายในประเทศและออกไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว กัมพูชา มาเลเซีย และเมียนมา
3) รายได้ 14% จากธุรกิจบริการด้านอาหาร ซึ่งเป็นการต่อยอดให้กับธุรกิจห้องเย็น
4) รายได้ 3% จากธุรกิจบริการรับฝากเอกสารและข้อมูล ในรูปแบบกล่องเอกสาร และอิเลคทรอนิกส์ รวมทั้งทำลายเอกสาร
5) รายได้ 1% จากธุรกิจอื่นๆ เช่น ให้เช่าคลังสินค้า, ให้เช่าที่ดิน เป็นต้น

• Key Growth Drivers ในปี 2019-2020 มาจาก
1) การเติบโตของรายได้จากธุรกิจคลังทั่วไป ซึ่งใน 2Q19 เติบโต 15.7%YoY อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 24%(เพิ่มมากปีก่อนที่เป็นเลขหลักเดียวเพราะมีการแข่งขันตัดราคาสูงมาก) และคาดว่าจะรักษาระดับมาร์จิ้นที่ดีได้ในปี 2020
2) รายได้จากคลังห้องเย็นที่เพิ่มขึ้นจาก U rate ของคลังห้องเย็นเดิมสูงขึ้นและการเปิดคลังห้องเย็นแห่งที่ 8 ที่ปัจจุบันมี U Rate สูงถึง 70-80% สูงกว่าที่บริษัทคาดไว้ และคาดว่าจะมี U Rate ที่สูงต่อเนื่องในปี 2020
3) รายได้จากกลุ่มสินค้าอันตรายเติบโตสูง (+15.7%YoY ใน 2Q19)
4) การปรับคลังทั่วไปเป็นคลังห้องเย็นที่บางนา ซึ่งจะเปิดบริการเดือนพ.ย.2019 และรับรู้เต็มปี 2020
5) ส่วนแบ่งกำไรจาก Transimex (ถือหุ้น 23.49%) ในเวียดนาม ซึ่งจะเข้ามาราว 70-80 ล้านบาทต่อปี
6) รายได้จากบริการด้านอาหารในไต้หวัน (ถือ 60% ใน CSLF) โดยเริ่มมีรายได้จากการตัดผักตั้งแต่ 2Q19 คาดว่าปีนี้จะทำรายได้ราว 100 กว่าล้านบาท แล้วเพิ่มเป็น 268 ล้านบาทในปี 2020 และเป็น 290-300 ล้านบาทในปี2021 อย่างไรก็ตาม ธุรกิจนี้มีมาร์จิ้นต่ำ

• กำไรสุทธิปี 2019-2020 ขยายตัวแข็งแกร่ง คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2019 เติบโต 33% จากรายได้เพิ่มขึ้น 12% และอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะจากธุรกิจคลังสินค้าทั่วไปที่สูงขึ้นมาก ขณะที่อัตรากำไรของธุรกิจอื่นๆ เพิ่มขึ้น/ลดลงไม่มาก ส่วนปี 2020 คาดว่ากำไรสุทธิจะขยายตัวต่อ 13% โดยหลักมาจากรายได้ที่เติบโต 15% แต่อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยจะลดลงจากปี 2019 เพราะมาร์จิ้นของธุรกิจบริการด้านอาหารที่ต่ำเป็นตัวดึงลง รวมทั้งมีภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมมาลงทุนเพิ่มขึ้น

• การเติบโตในอนาคต คาดว่าจะมาจากการขยายการให้บริการคลังสินค้าและขนส่งไปในผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น ยาและเวชภัณฑ์ ฯลฯ และจากการลงทุนในต่างประเทศ (CLMV, อินโดนีเซีย) ซึ่งมี Growth Potential สูงมาก

• ความเสี่ยง 1) ลูกค้าลดระดับสินค้าคงคลังเร็วและมากกว่าคาด, 2) โครงการของลูกค้าล่าช้ากระทบธุรกิจขนส่งบริษัท, 3) การแข่งขันตัดราคาจากคู่แข่งขัน

• ในเชิงกลยุทธ์เราชอบ JWD เนื่องจากทีมบริหารมีความชำนาญและสามารถต่อยอดธุรกิจได้ดี ธุรกิจมีการกระจายความเสี่ยง มีโอกาสเติบโตได้ทั้งในและต่างประเทศ ทั้งนี้แม้ว่าบริษัทจะต้องมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากการขยายกิจการ แต่คาดว่าสัดส่วนหนี้สินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อทุน (Net Gearing Ratio) จะไม่เกิน 1 เท่า

อย่างไรก็ตาม ด้วยภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่เติบโตชะลอตัวลงทั้งในปี 2019-2020 ทำให้ความสามารถในการกำไรของบริษัทจะดีไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น การลงทุนใหม่เน้นซื้อจังหวะอ่อนตัว โดยในการวิเคราะห์ทางเทคนิค ให้แนวรับ JWD ไว้ที่ 8.50-8.00 บาท, 7+/- บาท ส่วนแนวต้านประเมินไว้ที่ 9.0-9.5, 10 บาท (โดยที่ 9-10บาท เท่ากับ Forward P/E ปี 2020 ที่ 24-27 เท่า

นักวิเคราะห์&กลยุทธ์: อาภาภรณ์ แสวงพรรค : arparporns@th.dbs.com

 

นวพร เชื้อเมืองพาน

: เรียบเรียง โทร : 02-276-5976 อีเมล์ : reporter@hooninside.com ที่มา : สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HOTNEWS : กลุ่ม SAMART ปี 2020 กวาดรายได้ 2 หมื่นลบ.

กลุ่มสามารถ วางเป้ารายได้ปี 63 แตะ 2 หมื่นลบ. พร้อมคาดมีรายได้ประจำเพิ่มเป็น6.2 พันลบ.จากปีก่อนอยู่ที่ 5.4 พันลบ.

ยืนเหนือ1,600ไหม By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ บ่ายวันนี้ มาจับตามอง ดัชนีตลาดหุ้นไทย จะยืนเหนือ 1,600 จุดได้หรือไม่ ท่ามกลาง มุมมอง พ้น1,6

ทดสอบต้าน By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม วันนี้ เป็นวันที่หุ้นไทย คงได้ทดสอบ แนวต้าน ชนต้าน ฝ่าต้าน ยืนเหนือต้านได้หรือไม่ ชวนให้ติดตาม ฝุ่นเก็งกำไร

มัลติมีเดีย

ชอร์ตหุ้น EP.4 : เปิด5 หุ้นที่มีการถูกช็อตเซลล์มากที่สุดในตลาดหุ้นประเทศไทย

ชอร์ตหุ้น EP.4 : เปิด5 หุ้นที่มีการถูกช็อตเซลล์มากที่สุดในตลาดหุ้นประเทศไทย

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้