Today’s NEWS FEED

News Feed

(เพิ่มเติม) B52 เพิ่มทุน 699.07 ล้านหุ้น ขาย RO 9 : 2 พร้อมขายทีเจดี ที่ราคา 0.20 บาท/หุ้น-รองรับวอแรนท์

212

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 28มิถุนายน 2562)----- นายอมฤต ศุขะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) B52 เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการของบริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ครั้งที่ 7/2562 เมื่อวันที่ 27มิถุนายน 2562 ได้มีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562 ในวันที่ 23 สิงหาคม 2562 เพื่อพิจารณาอนุมัติการลดทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 11,194,498.50 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,181,787,837.50 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 1,170,593,339.00 บาท โดยการตัดหุ้นจดทะเบียนที่ยังไม่ได้ออกจำหน่ายของบริษัทซึ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 22,388,997 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ซึ่งเป็นหุ้นที่จัดสรรไว้เกินกว่าจำนวนที่ใช้ในการรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 1 (B52-W1) (ทั้งนี้ หุ้นจดทะเบียนที่ไม่ได้ตัดลดทุนรวมจำนวน 760,786,678 หุ้น แบ่งเป็นหุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 1 (B52-W1) จ านวน 409,586,956 หุ้น และเป็นหุ้นที่สำรองไว้เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัท รุ่นที่ 2 (B52-W2)จำนวน351,199,722 หุ้น)

 

พร้อมมีมติอนุมัติให้เสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 เพื่อพิจารณาอนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท จำนวน 349,536,985.00 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,170,593,339.00 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 1,520,130,324.00 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนใหม่อีกจำนวน 699,073,970หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท
(1) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวนไม่เกิน 351,200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นแต่ละรายถืออยู่ (Right Offering) ในอัตราจัดสรร 9 หุ้นสามัญเดิมต่อ 2 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ โดยเศษของหุ้นให้ปัดทิ้ง ในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 70,240,000 บาท


ทั้งนี้เนื่องจากบริษัทมีขาดทุนสะสมปรากฏในงบแสดงฐานะการเงินและงบกำไรขาดทุน สำหรับไตรมาสที่ 1/2562 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562 บริษัทจึงสามารถกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทต่ำกว่ามูลค่าที่ตราไว้ของบริษัท โดยบริษัทจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 52 ของพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจ ากัด พ.ศ. 2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม)ในการออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทในครั้งนี้จะเป็นการเสนอขายหุ้นสามัญตามสัดส่วนการถือหุ้น โดยในกรณีที่มีเศษของหุ้นจากการคำนวน ให้ปัดเศษของหุ้นดังกล่าวทิ้งและผู้ถือหุ้นเดิมมีสิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินกว่าสิทธิของตนได้ ในกรณีที่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือจากการจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนในรอบแรกแล้ว บริษัทจะดำเนินการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เหลืออยู่ดังกล่าวให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมที่แสดงความจำนงในการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินสิทธิ (เกินสัดส่วนการถือหุ้น) ของตนตามสัดส่วนการถือหุ้นจนกว่าจะไม่มีหุ้นสามัญเพิ่มทุนเหลือเพียงพอที่จะจัดสรรให้ผู้ถือหุ้นได้อีกต่อไป หรือไม่สามารถจัดสรรได้เนื่องจากเป็นเศษหุ้น หรือจนกว่าจะไม่มีผู้ถือหุ้นรายใดประสงค์ที่จะจองซื้อหุ้นดังกล่าวอีกต่อไป และในกรณีที่มีหุ้นเหลือจากการจัดสรร
ให้แก่ผู้ถือหุ้น บริษัทจะด าเนินการขออนุมัติการลดทุนจดทะเบียนโดยตัดหุ้นที่ไม่ได้จัดสรรดังกล่าวต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป

ในกรณีที่มีผู้ถือหุ้นแสดงความจำนงจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนเกินสัดส่วนการถือหุ้นและส่งผลให้ผู้ถือหุ้น และบุคคลตามมาตรา 258 ของพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 (รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ของผู้ถือหุ้นรายนั้น ถือหุ้นของบริษัทรวมกันมากกว่าร้อยละ
25 ของสิทธิออกเสียงทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเพิ่มทุน ผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวมีหน้าที่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท (Tender Offer) ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 12/2554 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการใน การเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำ
กิจการ (“ประกาศเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ”) เว้นแต่ผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวได้รับยกเว้นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทตามประกาศเกี่ยวกับการเข้าถือหลักทรัพย์เพื่อครอบงำกิจการ

โดยกำหนดวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิในการจองซื้อและได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน(Record Date) ในวันที่ 11 กรกฎาคม 2562 อนึ่ง สิทธิในการจองซื้อและได้รับการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจากต้องรอการอนุมัติของที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2562


(2) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทจำนวนไม่เกิน 275,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทในราคาเสนอขายหุ้นละ 0.20 บาท คิดเป็นมูลค่าไม่เกิน 55,000,000 บาท โดยเสนอรขายแบบเฉพาะเจาะจงให้แก่บุคคลในวงจ ากัด (Private Placement) ได้แก่ บริษัท ทีเจดี จำกัด (“ผู้
ลงทุน”) โดยผู้ลงทุนดังกล่าวมิใช่บุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.21/2551

เนื่องจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ลงทุนซึ่งถือเป็นการจัดสรรให้แก่บุคคลในวงจำกัดในครั้งนี้ เป็นการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ของบริษัทต่อบุคคลในวงจำกัดโดยที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติกำหนดราคาเสนอขายไว้ชัดเจนตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทจ. 72/2558เรื่อง การอนุญาตให้บริษัทจดทะเบียนเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อบุคคลในวงจำกัด (“ประกาศที่ ทจ.72/2558”) ดังนั้น นอกเหนือจากที่บริษัทจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทให้แก่ผู้ลงทุนในครั้งนี้แล้ว บริษัทจะต้องได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่ออกใหม่ของบริษัทต่อบุคคลในวงจำกัดจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตามประกาศที่ ทจ. 7/2558 ก่อนการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนดังกล่าว


สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นและแผนการใช้เงินเพื่อให้บริษัทมีความมั่นคงทางการเงินและเพื่อนำเงินทุนมาใช้ในการปรับปรุงเทคโนโลยีเดิมและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ที่จำเป็นในการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการแข่งขันในธุรกิจที่บริษัทดำเนินงานอยู่ซึ่ง
เป็นธุรกิจเกี่ยวกับการเป็นตัวแทนรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิคส์ และการเป็นตัวกลางในการรวมและแลกคะแนน(point) จากบัตรเครดิตของสถาบันการเงินต่างๆ รวมทั้งการท าธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce)
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะขยายและต่อยอดการดำเนินธุรกิจในด้านขนส่งสินค้าเพื่อให้ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างครบวงจรและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็วเป็นไปตามรูปแบบตลาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นเพิ่มทุนและแผนการใช้เงินมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
-บริษัทมีแผนใช้เงินประมาณ 30,000,000 บาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 23.96ของจำนวนเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อใช้ ลงทุนขยายและต่อยอดธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์หรือธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Business) และธุรกิจซื้อขายสินค้าออนไลน์ (E-Commerce) ภายใต้แบรนด์ทันใจ (“ทันใจ”) และเพื่อใช้ลงทุนในการสร้างและบริหารจัดการระบบอิเล็กทรอนิกส์แพลตฟอร์ม(Electronic-Platform) ของแบรนด์ [ทันใจ] ซึ่งจะให้บริการการจ่ายบิล/เติมเงิน สมุดแจ้งรายการสินค้า(Sales Catalog) สมุดแจ้งรายการสินค้าในระบบออนไลน์ (E-Catalog) การผ่อนจ่ายสินค้าประเภทเครื่องไฟฟ้า การใช้บริการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การขอสินเชื่อของลูกค้ารายย่อย เป็นต้น
นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะน าเงินจากการเพิ่มทุนในจำนวนข้างต้นมาใช้ในการลงทุนในการพัฒนาและบริหารจัดการเครือข่ายร้านค้าปลีก (ร้านโชว์ห่วย) จำนวนกว่า 120,000 ร้านค้าที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศให้เข้าเป็นสมาชิกของบริษัทและเครือข่ายของบริษัท โดยบริษัทมีแผนและเป้าหมายที่จะใช้เทคโนโลยีและระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการจัดการและบริหารร้านค้าปลีกทั่วประเทศดังกล่าวเพื่อพัฒนาเป็นเครือข่ายร้านค้าปลีกที่แข็งแรงและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย
นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะใช้เงินเพิ่มทุนในส่วนนี้ในการพัฒนาซอฟแวร์และแอปพลิเคชันในการบริหารจัดการร้านค้าแบบครบวงจร รวมถึงการลงทุนเพื่อให้ได้มาซึ่งอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เช่น เครื่องคิดเงินอัตโนมัติ เครื่องรูดบัตรที่สามารถสร้างรายได้ให้แก่บริษัทและร้านค้าสมาชิกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- บริษัทมีแผนใช้เงินประมาณ 30,000,000 บาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 23.96ของจำนวนเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจขนส่งและกระจายสินค้าภายใต้แบรนด์ทันใจโลจิสติกส์เพื่อขยายและต่อยอดการด าเนินธุรกิจในด้านขนส่งสินค้าให้ครอบคลุมการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างครบวงจรและสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างรวดเร็วเป็นไปตามรูปแบบตลาดและเทคโนโลยีสมัยใหม่ (Distribution E-Platform)

ในการดำเนินธุรกิจขนส่งและกระจายสินค้านี้ บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัท ทีเจดี จำกัด เป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investor) มีผู้ถือหุ้นที่เป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในธุรกิจค้าปลีกส่งแบบครบวงจร และเป็นผู้ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้าทั้งทางตรงและ/หรือทางอ้อมกับร้านค้าค้าปลีก จำนวนกว่า 120,000 ร้านค้า ที่ตั้งกระจายอยู่ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ ทั้งนี้บริษัทเล็งเห็นว่า นักลงทุนดังกล่าวจะมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมให้ บริษัทสามารถก่อตั้งเครือข่ายร้านค้าปลีกที่มีประสิทธิภาพ และครบวงจรได้สำเร็จตามแผนงานที่ได้วางไว้


-บริษัทมีแผนใช้เงินส่วนที่เหลือประมาณ 65,240,000 บาท คิดเป็นประมาณร้อยละ 52.08 ของจำนวนเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท

ทั้งนี้คณะกรรมการของบริษัทอาจพิจารณาด าเนินการไปในแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับบริษัทและผู้ถือหุ้นในการพิจารณาปรับเปลี่ยนงบประมาณตามความเหมาะสมให้ก่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น


แผนการใช้เงินและความเป็ นไปได้ของแผนการใช้เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นบริษัทคาดว่าจะดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม และจะได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเดือน กันยายน 2562 และคาดว่าจะดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้ กับบุคคลในวงจำกัด ( PrivatePlacement) ซึ่งไม่เป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันของบริษัท รวมทั้งได้รับเงินจากการขายเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนดตามประกาศ ที่ ทจ. 72/2558 และตามที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ภายในเดือน กันยายน 2562โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการเพิ่มทุนดังกล่าวไปใช้รองรับการดำเนินธุรกิจตามแผนที่ระบุข้างต้น

 

 

 

 

สุกัญญา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : PRM มั่นใจรายได้ปี 62 มาตามนัด 10-15%

PRM มั่นใจรายได้ปี 62 โตตามเป้าที่ 10-15% หลังธุรกิจเรือ FSU โตต่อเนื่อง-รับรู้รายได้จากการเพิ่มสัดส่วนเข้าลงทุนใน...

วันไหว้พระจันทร์ By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ วันนี้ ปฎิทินไทย บอกว่า เป็นวันไหว้พระจันทร์ เทศกาลไหว้พระจันทร์หรือ เทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง แล

แพงขายถูกซื้อ By : นายกล้วยหอม

นายกล้วยหอม เกมหุ้นวันนี้ คงไม่มีอะไรมากกว่า คำว่า แพงขาย ถูกซื้อ มิใช่ ยิ่งแพงยิ่งซื้อ ถูก รอ ถูกกว่า สถานการณ์อย่างนี

มัลติมีเดีย

ว้าว ชโยกรุ๊ป (จะ) โกยกำไร 100 ล้าน

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้