Today’s NEWS FEED

News Feed

AQชี้แจงประเด็นตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของเงินลงทุนในตั๋วB/E-เงินให้กู้ยืม-การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเกาะล้าน ชลบุรี ตามที่ตลท.สอบถาม

1,049

 

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 21 พฤษภาคม 2562)-------- นายสุทัศน์ จันกิ่งทอง กรรมการ บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) AQ เปิดเผยว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์ได้มีจดหมายเลขที่ บจ.120/2562 ลงวันที่ 4 เมษายน 2562 ได้ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลงบการเงินประจำปี 2561 ที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาตโดยผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขโดยเฉพาะประเด็นความเพียงพอของการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของเงินลงทุนในตั๋วแลกเงิน(B/E)และเงินให้กู้ยืม1,067 ล้านบาทและ 447 ล้านบาทและการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเกาะล้าน ชลบุรีรวมทั้งปรากฏรายการที่สำคัญคือรายการเงินลงทุนระยะยาวอื่น 900 ล้านบาทโดยมีรายละเอียดการสอบถามของตลาดหลักทรัพย์มีดังนี้


1. ความเพียงพอของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเงินลงทุนใน B/E และเงินให้กู้ยืมตามที่บริษัทได้เพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัดจำนวน 3,632 ล้านบาท ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้แก่ธนาคารกรุงไทยแต่จากกาชำระค่าเสียหายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนของการขายทอดตลาดที่ดินบริษัทนำเงินส่วนหนึ่งป ระมาณ 1,600 ล้านบาทไปลงทุนใน B/Eของบริษัท เพลนเน็ตเอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์พีทีอี จำกัด (เพลนเน็ต) และให้เงินกู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัท กรุงไทย แลนด์ ดีวีลอปเมนท์ จำกัด(กรุงไทยแลนด์)
โดยคณะกรรมการบริษัทได้ให้นโยบายในการป้องกันความเสี่ยงทั้งการติดตามสถานะการดำเนินงานของบริษัทที่ลงทุนและให้กู้ยืมระยะสั้นอย่างใกล้ชิดรวมทั้งให้หาแนวทางในการเจรจาขอหลักประกันและ/หรือการค้ำประกันเพิ่มเติม รายละเอียดตามหนังสือที่อ้างถึง

2 สรุปมูลค่าคงค้างได้ดังนี้
รายการ วันที่เริ่มทำรายการ มูลค่าคงค้าง(ล้านบาท) วันครบกำหนด
ณ.วันที่ 31 ธค.61 ณ.วันที่ 28 กพ.62
เงินลงทุนใน B/E ของเพลนเน็ต วันที่ 30 พ.ย.60 1,067 1,067 วันที่ 30 มิ.ย.62
เงินให้กู้ระยะสั้นแก่กรุงไทยแลนด์ วันที่ 17 กค.60 1/ 447 4122/ วันที่ 30 เม.ย.62
รวม 1,514 1,479
1/ เริ่มลงทุนในรูปแบบ B/E เปลี่ยนเป็นเงินให้กู้ยืมเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.61 2/ ได้รับชำระหนี้แล้ว 35 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากรายงานของผู้สอบบัญชีระบุว่ารายการดังกล่าวเปลี่ยนแปลงวันครบกำหนดเรื่อยมา โดยที่บริษัทยังไม่ได้รับงบการเงินปี 2560 และ ปี 2561 ของเพลนเน็ต สำหรับกรุงไทยแลนด์ได้รับงบการเงินปี2560 ซึ่งมีส่วนของผู้ถือหุ้น 218 ล้านบาท แต่ปรากฏข้อมูลว่ากรุงไทแลนด์มีการหยุดการก่อสร้างชั่วคราวเนื่องจากมีการปรับแบบและทรัพย์สินของโครงการดังกล่าวติดภาระค้ำประกันเงินกู้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
1.1. ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทและความเพียงพอและเหมาะสมของการไม่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญรายการดังกล่าวโดยที่บริษัทยังไม่มีข้อมูลฐานะทางการเงินที่เป็นปัจจุบันของเพลนเน็ตและการหยุดก่อสร้างโครงการชั่วคราวของกรุงไทยแลนด์
ตอบ คณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาจากข้อมูลดังต่อไปนี้
1.1.1. เพลนเน็ต ได้ประเมินทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ เพลนเน็ต (PEH) ซึ่งประกอบด้วย มูลค่าหุ้นสามัญของบมจ.เมตะ คอร์ปอเรชั่น (META) มูลค่าหุ้นสามัญของ Green Earth Power(Thailand) (GEP) และเงินสดที่ได้รับจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่ ECF - Power และ บมจ.สแกนอินเตอร์(SCN)

การประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ META ได้มีการวิเคราะห์โดยอ้างอิงจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ วันที่18 กุมภาพันธ์ 2562 และสัดส่วนที่ PEH ถือครองหุ้นร้อยละ 6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ METAดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของ META ที่ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ถือครองหุ้นร้อยละ6.72 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดจะมีมูลค่า 175.36 ล้านบาทการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของ GEP ได้มีการวิเคราะห์โดยอ้างอิงจากการรายงานการประเมินมูลค่ายุติธรรมของ GEP ซึ่งจัดทำโดยที่ปรึกษาทางการเงินที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ณเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ซึ่งประเมินด้วยความระมัดระวังตามสมมุติฐานที่สมเหตุสมผลและได้ใช้วิธีมูลค่าปัจจุบันสุทธิของกระแสเงินสดทางฝ่ายวิเคราะห์มองว่ามีความเหมาะสมดังนั้นมูลค่าหุ้นสามัญของGEPที่ผู้มีอำนาจควบคุมและถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ถือครองหุ้นที่ร้อยละ 38ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดมีมูลค่า1,308.99 ล้านบาท


นอกจากนี้ผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEH ได้รับเงินสดจากการขายหุ้นสามัญของ GEP ให้แก่ECF - Power และ SCN จำนวน 608.71 ล้านบาทซึ่งนำกลับไปลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ของ GEPดังนั้นผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEHถือครองหุ้นอยู่นั้นมีมูลค่าทรัพย์สินรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,093.06 ล้านบาทจึงสรุปได้ว่ามูลค่าของทรัพย์สินของผู้มีอำนาจควบคุมและผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของ PEHถือครองอยู่นั้นมีมูลค่าที่สูงกว่าและเพียงพอในการชำระตราสารระยะสั้น หรือ ตั๋วแลกเงิน(BE) ที่ออกโดยPEH ซึ่งมีมูลค่า จำนวน 1,067 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 1.96เท่าของมูลค่าตราสารหนี้ระยะสั้นหรือตั๋วแลกเงิน(BE) ทั้งนี้เนื่องจาก GEP (PEH ถือหุ้น 18%)มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างของบริษัทบ่อยครั้ง ฝ่ายวิเคราะห์จึงมองว่าผู้ลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้นดังกล่าวอาจพิจารณาทยอยเรียกชำระคืนบางส่วน คณะกรรมการไม่ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในบริษัท เพลนเน็ต เอ็นเนอรร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด(PEH) เนื่องจากคณะกรรมการมีความเห็นว่า ผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายของบริษัท เพลนเน็ต เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด(PEH) ที่มีศักยภาพในการชำระคืนให้แก่ AQ และมีการชำระดอกเบี้ยให้แก่AQ มาโดยตลอด

1.1.2. กรุงไทยแลนด์
ด้วยสถานะปัจจุบันของกรุงไทยแลนด์ มูลค่าสินทรัพย์รวมทั้งหมดทางบัญชีมีมูลค่าเท่ากับ 1,265.59 ล้านบาท ซึ่งหากทำการปรับปรุงมูลค่าทางบัญชีตามรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินซึ่งจัดทำโดย บริษัทกรุงสยามประเมินค่าทรัพย์สิน จำกัด ประเมินเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2560โดยทำการประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างโครงการก่อสร้างคอนโดมิเนียม ชื่อ "เดอะพอร์ทเทรท พระราม 4"ซึ่งเป็นโครงการของกรุงไทยแลนด์ มีสินทรัพย์หลังการปรับปรุงทางบัญชีรวมทั้งสิ้นมีมูลค่า 1,434.84ล้านบาท เมื่อนำมาหักกลบกับหนี้สินรวมของกรุงไทยแลนด์ มูลค่ารวมทั้งสิ้น 1,047.74 ล้านบาทมูลค่าของส่วนของผู้ถือหุ้นหลังการปรับปรุงทางบัญชีมีมูลค่า 387.11 ล้านบาท

ทั้งนี้กลุ่มผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ จำนวน 4 ท่าน เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงทางการเมืองและแวดวงธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ดังกล่าวมีการถือครองหุ้นสามัญในสัดส่วนต่าง ๆ ของบริษัทอื่น ๆ จำนวน 4 บริษัท ได้แก่
1) บริษัท ทริปเปิล พี แอสเซท จำกัด
2) บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย จำกัด (มหาชน)
3) บริษัท กรุงไทยแทรคเตอร์ จำกัด
4) บริษัท รียูซิท์ (ประเทศไทย) จำกัด
เมื่อพิจารณาตามสัดส่วนของการถือหุ้นในบริษัท 4 แห่งดังกล่าว กลุ่มผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ ถือครองมูลค่าสินทรัพย์ในบริษัทอื่น ๆ เท่ากับ 1,481.01 ล้านบาท และมูลค่าทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วมีจำนวน 517.14 ล้านบาท

ทั้งนี้ ด้วยมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ มีจำนวน 387.11 ล้านบาท รวมถึงความมีชื่อเสียงและมูลค่าทรัพย์สินในบริษัทอื่น ๆ จำนวน 4บริษัทที่กลุ่มของผู้ถือหุ้นของกรุงไทยแลนด์ถือครองอยู่มีมูลค่าจำนวน 1,481.01 ล้านบาทแสดงให้เห็นว่ากรุงไทยแลนด์มีกลุ่มมีกลุ่มผู้ถือหุ้นที่มีศักยภาพที่จะชำระคืนเงินกู้ตามสัญญาจำนวน 412ล้านบาท ด้วยการจำหน่ายสินทรัพย์ของกรุงไทยแลนด์และบริษัทอื่น ๆ ดังกล่าวข้างต้นซึ่งมีมูลค่ารวมสูงกว่ามูลค่าของสัญญาเงินกู้เมื่อมีการทวงถามและให้ชำระคืนให้กับบริษัทฯ(เอกสารแนบ 2)คณะกรรมการไม่ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญของบริษัท กรุงไทยแลนด์ ดีวีลอปเมนท์ จำกัด เนื่องจากคณะกรรมการมีความเห็นว่าผู้ถือหุ้นทอดสุดท้ายมีศักยภาพในการชำระคืนให้กับ บมจ.เอคิวฯประกอบกับกรุงไทยแลนด์ได้ชำระดอกเบี้ยให้แก่ AQ มาโดยตลอด จึงไม่ได้ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ


1.2. ความคืบหน้าเพื่อให้ได้ข้อมูลฐานะการเงินที่เป็นปัจจุบันของเพลนเน็ต การดำเนินการเพื่อพิจารณาตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญให้ครบถ้วนพร้อมอธิบายผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัท

ตอบ จากข้อมูลของฝ่ายจัดการที่วิเคราะห์เกี่ยวกับเพลนเน็ต และกรุงไทยแลนด์ คณะกรรมการยังมีความเชื่อมั่นว่าทั้ง 2 บริษัทมีความสามารถที่จะชำระหนี้คืนตามที่ บริษัทฯ เรียกคืนได้ตามเอกสารการวิเคราะห์(เอกสารแนบ 1) ส่วนกรุงไทยแลนด์จะชำระคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยภายในเดือนเมษายน2562 โดยมติคณะกรรมการครั้งที่ 5/2562 วันที่ 25 เมษายน 2562ได้มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาของเงินกู้ยืมจำนวน 412 ล้านบาทถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562


ทั้งนี้บริษัทฯได้รับดอกเบี้ยในวันที่ 14 พฤษภาคม 2562ในด้านผลกระทบต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของบริษัทในกรณีที่เพลนเน็ตและกรุงไทยแลนด์ไม่สามารถชำระได้จะมีผลกระทบดังนี้
ส่วนของผู้ถือหุ้น ณ 31 ธันวาคม 2561 3,668 ล้านบาท
ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 1,479 ล้านบาท
คงเหลือ ส่วนของผู้ถือหุ้น 2,189 ล้านบาท

ความคืบหน้าเพื่อให้ได้ข้อมูลงบการเงินของเพลนเน็ต บริษัทฯได้ติดตามของบการเงินของ เพลนเน็ต โดยเมื่อได้งบการเงินดังกล่าวแล้วจะเปิดเผยให้ทราบทันที

อย่างไรก็ตามคณะกรรมการเห็นว่าไม่ต้องพิจารณาตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้เพิ่มเติมตามเหตุผลข้อ 1.1.1
1.3. ระบุชื่อผู้รับผิดชอบในการป้องกันความเสียงตามนโยบายที่คณะกรรมการกำหนดข้างต้น พร้อมระบุผลการดำเนินการว่าเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้หรือไม่ และผลการติดตามการดำเนินการของบริษัทฯ
ตอบ คณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยงประกอบด้วย
1) นายสมชาย มีเสน ลาออก วันที่ 21 มิถุนายน 2561
2) นายวุฒิพงษ์ อิสระมาลัย ลาออก วันที่ 6 กันยายน 2561
3) ดร.สรัณยา แสงหิรัญ ลาออก วันที่ 25 มิถุนายน 2561
คณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยงชุดปัจจุบันประกอบด้วย
1) นายประพัฒน์ ยอขันธ์ แต่งตั้งวันที่ 27 กันยายน 2561
2) นายเอ สัจเดว์ แต่งตั้งวันที่ 27 กันยายน 2561
3) ดร.รัชนา รัชตะนาวิน แต่งตั้งวันที่ 27 กันยายน 2561

นโยบายบริษัท ในการไปลงทุนตั๋วแลกเงินและเงินให้กู้ยืมโดยให้ฝ่ายจัดการติดตามผลการดำเนินงานของแต่ละบริษัทอย่างใกล้ชิดรวมทั้งวิเคราะห์ฐานะของบริษัทที่ไปลงทุนและรายงานให้คณะกรรมการบริษัทตลอดมาฝ่ายจัดการสามารถที่จะเรียกให้ชำระเงินเมื่อบริษัทต้องการใช้เงิน บริษัททั้ง 2ดังกล่าวมีศักยภาพที่จะคืนเงินตามที่บริษัทต้องการ ในส่วนดอกเบี้ยไม่มีการผิดนัดคณะกรรมการบริษัทฯ มอบให้คณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยงชุดปัจจุบันพิจารณาในเรื่องนี้ โดยคณะกรรมการพิจารณาความเสี่ยงได้ติดต่อให้ลูกหนี้ทั้ง 2 รายเข้ามาทำแผนในการคืนเงินสำหรับช่วงที่บริษัทฯต้อกาใช้เงินในปี 2562 และขอหลักประกันเพิ่มเติมขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทำแผน บริษัทฯยังไม่ได้รับแผนการคืนเงินและรายละเอียดเกี่ยวกับหลักประกันเงินเพิ่มเติม


2. การประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเกาะล้าน ชลบุรีปี 2556 บริษัทย่อยมีสิทธิการเช่าที่ดิน 81 ไร่ ที่เกาะล้าน ชลบุรี ระยะเวลาเช่าคงเหลือ 27 ปี ต่อมาปี 2559 แผนการพัฒนาโครงการหยุดชะงัก ปี 2560บริษัทจ้างผู้ประเมินอิสระประเมินมูลค่าสิทธิการเช่ามีราคาประเมิน 79 ล้านบาท (ปี 2561มีมูลค่าตามบัญชีสุทธิ 71 ล้านบาท)ด้วยวิธีพิจารณาจากรายได้ของการให้เช่าสิทธิการเช่าในราคาตลาดและคิดลดมาเป็นมูลค่าปัจจุบันซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ไม่ปกติหลายประการ
โดยผู้สอบบัญชีไม่สามารถใช้วิธีการตรวจสอบอื่นให้เป็นที่พอใจในการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าดังกล่าว


ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้
2.1. นโยบายการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าที่ดินเพื่อทดสอบการด้อยค่าและสาเหตุที่บริษัทไม่ได้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของสิทธิการเช่าดังกล่าว
ตอบ บริษัทฯ จัดให้มีการประเมินมูลค่ายุติธรรมทุกปี โดยในปีนี้บริษัทฯเปลี่ยนบริษัทประเมินจากบริษัท ไนท์ แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็น บริษัท เอส.แอล. สแตนดาร์ด แอพไพรซัล จำกัดว่าจ้างเดือนมีนาคม 2561 ประเมินแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2561 ใช้วิธีการประเมิน 2 วิธีคือ
1) ราคาประเมินโดยวิธีเปรียบเทียบราคาตลาด (Market Approach) ราคาประเมิน 82 ล้านบาท
2) ราคาประเมินโดยวิธีคิดลดกระแสเงินสด (Discounted Cash Flow Approch - DCF) ราคาประเมิน 91 ล้านบาท
2.2. ความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับการพิจารณามูลค่ายุติธรรมและการด้อยค่าของสิทธิการเช่าดังกล่าว

ตอบ คณะกรรมการบริษัทฯ ได้หาบริษัทประเมินที่อยู่ในรายชื่อที่ กลต. เห็นชอบในการประเมินตลอดมา และบริษัทได้ตั้งด้อยค่าตั้งแต่ปี 2558และทุกปีบริษัทฯได้ประเมินมูลค่าซึ่งราคาไม่ได้ต่ำกว่ามูลค่าบัญชีในปัจจุบันโดยความเห็นคณะกรรมการในการตั้งด้อยค่าในสิทธิการเช่า คือพิจารณาไม่ตั้งด้อยค่าเนื่องจากมูลค่าที่ประเมินออกมาสูงกว่ามูลค่าทางบัญชี


3. เงินลงทุนระยาวอื่น
ตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 14 เรื่อง เงินลงทุนระยะยาวอื่น ระบุว่าวันที่ 3 กันยายน 2561 บริษัททำบันทึกข้อตกลงเบื้องต้นในการซื้อหุ้นสามัญของบริษัทแห่งหนึ่งจำนวนไม่ต่ำกว่า 1.5 ล้านหุ้นมูลค่าหุ้นละ 600 บาท รวม 900 ล้านบาท จากบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกัน โดยบริษัทจ่ายค่าหุ้น 730 ล้านบาทคงเหลือยังไม่ได้ชำระ 96 ล้านบาท และได้รับโอนหุ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2561ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้

3.1. วันที่คณะกรรมการบริษัทมีมติเข้าลงทุนและความเห็นในการตัดสินใจลงทุน พร้อมทั้งระบุข้อมูลที่คณะกรรมการบริษัทใช้ในการพิจารณาลงทุน ผู้ประสานงานหรือแนะนำให้เข้าลงทุนเกณฑ์การกำหนดราคา แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการซื้อเงินลงทุนกรณีใช้เงินจากการเพิ่มทุนขอให้พิจารณาว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนหรือไม่และประโยชน์ที่บริษัทฯจะได้รับจากการลงทุนในบริษัทดังกล่าวตอบ คณะกรรมการบริษัทฯ มีมติเข้าลงทุนในหุ้นสามัญดังกล่าวเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 โดยบริษัทได้เข้าทำสัญญาซื้อขายในวันที่ 5 ตุลาคม 2561 ทั้งนี้คณะกรรมการบริษัทฯพิจารณาตัดสินใจลงทุนจากข้อมูลดังนี้
1) บริษัทฯ ได้รับข้อมูลการวิเคราะห์จากการตรวจสอบสถานะกิจการมาแล้วเป็นส่วนใหญ่(แต่มิได้ตรวจสอบยืนยันข้อมูลกับเอกสารที่เป็นทางการ เอกสารทางราชการคือ งบการเงินของกิจการเนื่องจากข้อมูลทางการเงินยังไม่ผ่านตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีและยังไม่ได้นำส่งกรมพัฒนาฯ ในปี 2561)โดยจากข้อมูลดังกล่าวมูลค่าปัจจุบันของผลตอบแทนที่บริษัทจะได้รับเท่ากับ 979.73 ล้านบาทหรือคิดเป็นผลตอบแทนการลงทุนที่ได้รับเป็นจำนวน 7.3% ซึ่งเป็นผลตอบแทนที่น่าสนใจในการลงทุนข้อมูลในการทำ Due Diligence ที่ปรึกษาทางการเงินได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานของ WEH ในกรณีที่ BASE CASEจะได้ IRR 7.37% WACC 7.49% NPV 979.73 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาที่บริษัทซื้อ ผลตอบแทนเงินปันผลในปี2564 จำนวน 96.47 ในอัตราร้อยละ 10.72 ปี 2565 จำนวน 100.81 ล้านบาท ในอัตราร้อยละ 11.20 ปี 2566 จำนวน100.66 ในอัตราร้อยละ 11.18 ทั้งนี้ที่ปรึกษาทางการเงินที่ทำ Due Diligence คือ บริษัท สแตรสมอร์เมเนจเมนท์ กรุ๊ป จำกัด ไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อที่ได้รับความเห็นชอบจากสนง.ก.ล.ต.


2) การเข้าทำสัญญามีการกำหนดเงื่อนไขว่า หากการตรวจสอบสถานะกิจการเสร็จสมบูรณ์แล้ว มูลค่าผลตอบแทนไม่เป็นที่พอใจของบริษัท สัญญาซื้อขายจะถือจะถือว่าสิ้นสุดลงผู้ขายจะต้องคืนเงินมัดจำพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3ต่อปีนับจากวันที่ผู้ขายได้รับชำระเงินมัดจำจากบริษัทฯ
3) บริษัทฯ อยู่ในช่วงแก้ไขเรื่องคดีธนาคารกรุงไทยจึงทำให้ชะลอการลงทุนในด้านอสังหาริมทรัพย์ บริษัทฯจึงได้หาทางเลือกการลงทุนในธุรกิจใหม่เพื่อที่จะได้ผลตอบแทนที่ดีผู้ขายได้ติดต่อเข้ามาที่บริษัทฯ เพื่อเสนอขายหุ้นบริษัทพลังงานดังกล่าวฝ่ายจัดการธุรกิจใหม่จึงได้นำเรื่องเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทฯ เพื่อพิจารณาทางเลือกในการลงทุนดังนั้นคณะกรรมการจึงได้มีมติให้คุณประพัฒน์ ยอขันธ์(กรรมการ)เป็นผู้ประสานงานการลงทุนดังกล่าวเพื่อเป็นทางเลือกในการลงทุนเนื่องจากบริษัทฯต้องการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯโดยบริษัทใช้เงินจากการดำเนินธุรกิจซื้อเงินลงทุน แหล่งเงินทุนที่นำมาใช้มาจากโครงการดังต่อไปนี้

รายงานการโอนกรรมสิทธิ์ปี 2560-15/5/2562
ลำดับ โครงการ จำนวนเงิน
1 AQ Shadi 311,185,468.00
2 AQ Virar 132,310,000.00
3 AQ Garden 93,685,790.00
4 15 Gate 28,980,000.00
5 AQ Arbor 243,176,500.00
6 The Kris 11,798,000.00
7 AQ Biz Park 38,500,000.00
8 AQ Alix 201,181,228.37
9 AQ Welle 138,580,000.00
รวม 1,199,396,986.37

3.2. รายละเอียดของบริษัทที่ลงทุนโดยสังเขป ได้ ชื่อบริษัท ลักษณะการประกอบธุรกิจ โครงสร้างผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัท ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานปี 2559-2561ตอบ บริษัทฯ ลงทุนในหุ้นสามัญของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด(วินด์ เอนเนอร์ยี่) จำนวน 1,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 1.38 ซึ่งเป็นบริษัทที่มีรายได้จากการถือหุ้นในบริษัทอื่นเป็นหลัก ทั้งนี้ณ ปัจจุบันวินด์ เอนเนอร์ยี่ มีเงินลงทุนในบริษัทย่อย 8 บริษัทเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและขายไฟฟ้าจากพลังงานลม โดยมีโครงสร้างการถือหุ้นดังนี้


คณะกรรมการบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ จำกัด
1) นายณพ ณรงค์เดช
2) นายณัฐวุฒิ เภาโบรมย์
3) นายธันว์ เหรียญสุวรรณ
4) นายอภิชาต นารถศิลป์
5) นายวิชัย ทองแตง
6) นายวิเชฐ ตันติวานิช
7) นางเอมม่า ลูอิส คอลลินส์
8) นายกำธร กิตติอิสรานนท์
9) นางสาวนันทิดา กิตติอิสรานนท์
10) นางสาวอณิชา อาศิรอโณ
11) นายอัครรัตน์ ณ ระนอง
ฐานะการเงินและผลการดำเนินงานบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ และบริษัทย่อย ปี 2559-2561
หน่วย : ล้านบาท
รายการ ปี 2559 ปี 2560 ปี 2561
สินทรัพย์รวม 19,905.04 49,106.73 27,812.31
หนี้สินรวม 12,163.17 40,770.77 19,965.20
ส่วนของผู้ถือหุ้น 7,741.87 8,335.96 7,847.11
รายได้รวม 2,686.93 4,275.00 3,268.61
ค่าใช้จ่ายรวม 1,914.60 2,707.14 2,295.77
กำไรสุทธิ 772.33 1,567.86 972.84

3.3. รายละเอียดของผู้ขายโดยสังเขป ได้แก่ ชื่อ กรณีเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อกรรมการและผู้ถือหุ้น (Ultimate Shareholder) ความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการถือหุ้นกับกลุ่มบริษัท คณะกรรมการ และผู้บริหารตอบ ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดา ชื่อ คุณจาริญา บัวทรัพย์
ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจและการถือหุ้นกับกลุ่มบริษัท คณะกรรมการ และผู้บริหาร


3.4. รายการดังกล่าวเข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์หรือรายการเกี่ยวโยงกันและบริษัทได้ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่อ้างถึงในลำดับที่ 3 ประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรืจำหน่ายไป ลำดับที่ 4ประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน แล้วหรือไม่ อย่างไรตอบ รายการซื้อ-ขายหุ้นสามัญดังกล่าวเป็นรายได้ได้มาซึ่งสินทรัพย์ตามประกาศคณะกรรมการตลาดทุนที่ ทจ.20/2551 เรื่องหลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์(รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) และประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ.2547(รวมทั้งที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม) ("ประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไป")แต่เมื่อคำนวณขนาดรายการเปรียบเทียบกับสินทรัพย์รวมโดยอ้างอิงจากงบการเงินรวมของบริษัทฯ สิ้นสุดวันที่30 มิถุนายน 2561 วัดขนาดรายการทั้ง 4 กรณีแล้ว พบว่ามีขนาดรายการที่สูงสุดเท่ากับร้อยละ 12.98ตามเกณฑ์มูลค่าสิ่งตอบแทน ซึ่งต่ำกว่าร้อยละ 15 บริษัทฯ จึงไม่มีหน้าที่ในการดำเนินการเปิดเผยข้อมูลต่าง ๆ ตามประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไปกำหนด

 

 

 

 

อณุภา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : WGE คว้า 2 งานใหญ่ รวม 710 ลบ. ดัน Backlog พุ่งแตะ 2.15 พันลบ.

WGE ประเดิมต้นปี 2564 ลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง 2 โครงการใหญ่ มูลค่ารวม 710.99 ล้านบาท เป็นงานโครงการก่อสร้าง....

ไบเดน By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตลาดทั่วโลก เปล่งประกายลำแสงสีเขียว ยินดีกับ โจ ไบเดน เข้าพิธีสาบานตน รับตำแหน่งประธานาธิบดี

ตามข่าว-เล่นข่าว By : เจ๊มดแดง

เจ๊มดแดง ไต่กิ่งมะม่วง ตลาดหุ้นไทย ยามนี้ รอข่าวดี มากระตุ้น แบบรัวๆ พร้อมกับขอต้อนรับ โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐคนใหม่ ทั่ว

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้