Today’s NEWS FEED

News Feed

MORE แจงข้อมูลในงบการเงินประจำปี 61 ตามที่ตลท. สอบถาม

328





สำนักข่าวหุ้นอินไซด์ ( 20 เมษายน 2562) ------นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล กรรมการ บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) MORE เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้

1.1 เนื่องจากในปี 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและการให้บริการ 33 ล้านบาท แต่ปรากฏว่า ณ สิ้นปี มีรายการลูกหนี้การค้าขายผ่อนชำระ 43 ล้านบาท ขอให้อธิบายว่ารายการลูกหนี้การค้าขายผ่อนชำระเกิดจากธุรกิจใดและบริษัทพิจารณาความสามารถในการชำระเงินของลูกหนี้การค้าดังกล่าวอย่างไร

คำชี้แจงของบริษัท
ลูกหนี้การค้าขายผ่อนชำระเกิดจากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบประหยัดพลังงานให้แก่กลุ่มผู้รับเหมาติดตั้งระบบประหยัดพลังงาน ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้บริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) โดยบริษัทได้มีการจำหน่ายอุปกรณ์ในระบบประหยัดพลังงานให้กับบริษัท สมาร์ท เซฟเวอร์ บาลานซ์ จำกัด มีระยะเวลาในการผ่อนชำระจำนวน
60 งวด งวดละ 0.72 ล้านบาทโดยเริ่มผ่อนชำระในเดือนมกราคม 2562 ทั้งนี้ บริษัทกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระจำนวน5 ปี เนื่องจากอ้างอิงตามธุรกิจขายสินค้าแบบผ่อนชำระ และประมาณการรายได้ของ บริษัท สมาร์ท เซฟเวอร์ บาลานซ์ จำกัด

 

บริษัทได้มีการพิจารณาถึงความสามารถในการจ่ายชำระเงิน โดยสอบทานจากจำนวนลูกค้าของบริษัทสมาร์ท เซฟเวอร์ บาลานซ์ จำกัด ประมาณการรายได้ที่เกิดขึ้นและแผนการติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ซึ่งปัจจุบันบริษัทได้รับช าระค่างวดสินค้า ตรงตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างต่อเนื่อง และได้มีข้อกำหนดของสิทธิในการติดตั้งงานให้กับทาง บริษัท พี เพาเวอร์ แพลนท์ จำกัด (บริษัทย่อย 99.99% ของบริษัท) เป็นผู้ติดตั้งเครื่องมือและอุปกรณ์ดังกล่าว ให้กับบริษัท สมาร์ท เซฟเวอร์ บาลานซ์ จำกัด โดยเรียกเก็บค่าบริการเป็นรายครั้งตามรายละเอียดของเนื้องานในการติดตั้งและสถานที่การติดตั้งในแต่ละครั้ง


1.2 เนื่องจากภาระหนี้เงินให้กู้ยืมคงค้างตามที่ปรากฏในงบการเงินและคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการไม่ตรงกัน ประกอบกับที่ผ่านมาบริษัทจำหน่ายเงินลงทุนหลายรายการทั้งที่ยังมีภาระหนี้คงค้างกับบริษัท จึงขอให้บริษัทสรุปรายละเอียดของภาระหนี้เงินให้กู้ยืมคงค้างของบริษัทที่จำหน่ายออกไปแล้วและกลุ่มบริษัทในปัจจุบัน ได้แก่ ชื่อบริษัท ยอดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยคงค้าง แผนการชำระหนี้ แนวทางการติดตามให้บริษัทดังกล่าวชำระหนี้ตามแผน รวมทั้งการดำเนินการของคณะกรรมการบริษัทเพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นกับบริษัท

 

ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มีมูลหนี้คงเหลือ 31.62 ล้านบาท และดอกเบี้ย 7.05 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอการเจรจาของ PTE กับธนาคารซึ่งมีความเกี่ยวเนื่องกับการชำระคืนเงินในส่วนนี้เพื่อให้เกิดความแน่นอนของมูลค่าหนี้สินคงค้างและที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มบริษัท เนื่องจากปัจจุบัน PTE ถูกธนาคารดังกล่าวฟ้องร้องให้ชำระหนี้เงินกู้ยืม และอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในชั้นศาลเพื่อขอผ่อนชำระหนี้เงินกู้ยืม ส่งผลให้ PTE มีการเจรจาเพื่อขอขยายเวลาในการชำระหนี้จนกว่าจะทราบผลของคดีและมูลค่าหนี้สินที่ชัดเจน ในส่วนของแผนการชำระเงินของ PTEปัจจุบันยังไม่มีแผนการชำระหนี้ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการติดตามทวงถามและชี้แจงความคืบหน้าในการด าเนินการ โดยฝ่ายบริหารมีความเห็นให้ฟ้องร้องดำเนินคดีจนถึงที่สุด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการสรุปและรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อนำไปดำเนินคดี


บริษัทเรียกชำระคืนเงินให้กู้ยืมทั้งหมดรวม ดอกเบี้ยจากบริษัท ดิจิตอล ซินเนอร์จี จำกัด โดยบริษัทดังกล่าวจะทยอยชำระคืนให้แล้วเสร็จในเดือนพฤษภาคม 2561 แต่ทาง DGT ไม่สามารถชำระหนี้คืนได้แล้วเสร็จตามกำหนดการเดิมได้ ต่อมาบริษัทจึงได้มีการเจรจาและขยายระยะเวลาผ่อนชำระให้แล้วเสร็จภายในครึ่งปีหลังของปี
2561 หาก DGT ผิดนัดชำระและไม่สามารถตกลงเจรจากันได้ ทางบริษัทจะดำเนินการฟ้องร้องในขั้นต่อไป อย่างไรก็ตามในวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 DGT ได้ส่งหนังสือแจ้งขอทำสัญญาประนอมหนี้มายังบริษัท โดยอยู่ระหว่างการตกลงเงื่อนไขของการผ่อนชำระดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาสที่ 2 ปี 2562 หากได้ข้อสรุปบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบอีกครั้งในส่วนของหนี้ที่ยังค้างชำระได้ถูกตั้งส ารองค่าเผื่อของภาระหนี้คงค้างทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยครบถ้วนแล้ว


โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการติดตามทวงถามและชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการติดตามทวงถามเพื่อให้ DGT ชำระหนี้ตามแผน ที่ผ่านมาบริษัทได้มีการท าหนังสือติดตามทวงถามเกี่ยวกับการปฏิบัติตามแผนการชำระหนี้และสอบถามความคืบหน้ากับฝ่ายบริหารของ DGT อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอดซึ่งฝ่ายบริหารของ DGT ชี้แจงว่า ปัจจุบันเงินทุนหมุนเวียนภายใน DGT ขาดสภาพคล่อง เนื่องจากมีลูกค้าน้อยรายทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ตามแผนการชำระหนี้เดิมได้ อย่างไรก็ตามทางบริษัท และ DGT กำลังหาข้อสรุปเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มียอดหนี้เงินต้นและดอกเบี้ยค้างชำระจ านวนรวม 1.87 ล้านบาท โดยในวันที่1 มกราคม 2562 HLW ได้ทำสัญญาผ่อนผันการชำระหนี้กับทาง DRV โดยปรับปรุงโครงสร้างหนี้คงเหลือสุทธิจำนวน1.7 ล้านบาท (รวมดอกเบี้ย) และก าหนดระยะเวลาในการชำระหนี้ โดยแบ่งชำระภายในเดือนพฤษภาคม 2562 จำนวน 0.85 ล้านบาท และภายในเดือนกันยายน 2562 จำนวน 0.85 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้รับข้อเสนอดังกล่าว และปรับลดดอกเบี้ยคงค้างให้ตามที่ HLW ได้เสนอมา หาก HLW ผิดนัดชำระและไม่สามารถตกลงเจรจากันได้ ทางบริษัทจะดำเนินการทางกฎหมายต่อไป โดยคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารเร่ง
ดำเนินการติดตามทวงถามและชี้แจงความคืบหน้าในการดำเนินการติดตาม ให้ HLW ดำเนินการชำระหนี้ตามแผน คือเมื่อใกล้ครบกำหนดชำระบริษัทจะทำหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ตามสัญญาผ่อนผันและ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 มียอดลูกหนี้ค่าสิทธิ8.43 ล้านบาท โดยมีกำหนดชำระคืนในเดือนพฤศจิกายน 2561 จำนวน 2.00 ล้านบาท เดือนธันวาคม 2561 จ านวน 2.00 ล้านบาท และภายในเดือนธันวาคม2562 ช าระส่วนที่เหลือทั้งจำนวน อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561 HLW ได้ส่งหนังสือแจ้งเลื่อนการชำระหนี้ออกไปเนื่องจากปัญหาจากการเรียกเก็บเงินของลูกค้า โดยจะเริ่มดำเนินการชำระหนี้งวดแรกตามแผนในไตรมาส 1 ปี
2562 และส่วนที่เหลือภายในเดือนธันวาคม 2562 อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารเร่งดำเนินการติดตามทวงถามและชี้แจงความคืบหน้าต่อไป

นอกจากนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้

 

2.1 สรุปรายละเอียดการเข้าทำบันทึกข้อตกลงและสัญญาข้างต้นอย่างน้อยในเรื่อง กรอบระยะเวลาในการดำเนินการในแต่ละธุรกรรม สัดส่วนจำนวนเงินที่จ่ายมัดจำเทียบกับมูลค่าธุรกรรม เงื่อนไขและกรอบระยะเวลาในการเรียกคืนเงินประกันกรณีบริษัทไม่ได้เข้าลงทุนในโครงการ และขอทราบความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของจ านวนเงินวางประกันในแต่ละโครงการ เช่น สัดส่วนดังกล่าวเป็นไปตามปกติของการทำธุรกรรมทั่วไปในอุตสาหกรรมหรือไม่ รวมถึงบริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินประกัน ขั้นตอนการจ่ายเงินและอำนาจอนุมัติหรือไม่ อย่างไรและได้มีการติดตามให้มีการปฏิบัติตามที่กำหนดหรือไม่ อย่างไร


ในการดำเนินโครงการตามที่แจ้งในรายละเอียดข้างต้น เป็นธุรกรรมปกติในอุตสาหกรรมทั่วไป ซึ่งขั้นตอนการทำรายการตั้งแต่การอนุมัติการทำรายการตลอดจนการจ่ายชำระเงินบริษัทได้ปฏิบัติตามกรอบอ านาจอนุมัติของบริษัทตามที่ได้กำหนดไว้เป็นนโยบาย โดยจะต้องได้รับการอนุมัติในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ในวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท และนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเพื่อรับทราบในการปฏิบัติงานทุกครั้ง และฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างใกล้ชิด และได้มีการรายงานความคืบหน้าของโครงการในการประชุมคณะกรรมการบริษัทให้รับทราบอย่างต่อเนื่อง


2.2 ขอทราบชื่อกองทุนเปิด ชื่อผู้อนุมัติการลงทุนของบริษัท การเข้าลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการลงทุนของคณะกรรมการบริษัทหรือไม่ อย่างไร รวมถึงมาตรการป้องกันความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุน


คำชี้แจงของบริษัท


เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 บริษัทได้ทำรายการซื้อกองทุนเปิดตราสารหนี้“กองทุนเปิดบัวหลวง ธนทวี”ของธนาคารกรุงเทพจำนวน 60.00 ล้านบาท รายการลงทุนดังกล่าวได้รับอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 เนื่องจากบริษัทมีเงินสดที่ได้จากการรับชำระหนี้จาก DRV ในช่วงปลายปี และยังไม่มีแผนการใช้เงินในช่วงเวลาดังกล่าว ฝ่ายบริหารทำการวิเคราะห์ผลตอบแทนจากการลงทุนแล้วพบว่าเป็นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ าและมีสภาพคล่องสูง เหมาะกับการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนระยะสั้นจึงได้ทำการลงทุนก่อนในระหว่างรอการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทครั้งถัดไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการจำหน่ายเงินลงทุนในกองทุนเปิดบัวหลวง ธนทวี แล้ว เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2562 โดยบริษัทได้รับผลตอบแทนจำนวนทั้งสิ้น 0.15 ล้านบาท


3. คดีฟ้องร้องให้บริษัทในฐานะผู้ค้ำประกันร่วมกันใช้เงิน และบริษัทเสนอชำระหนี้ 25 ล้านบาทตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อ 34.4 และคำอธิบายและวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ปรากฏข้อมูลบริษัทถูกธนาคารฟ้องร้องเป็นจ าเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ำประกันให้กับบริษัท ไพร์มไทม์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (PTE)ซึ่งเป็นอดีตบริษัทย่อย ร่วมกันใช้เงินจำนวน 81 ล้านบาท ซึ่งบริษัทประสงค์จะขอพูดคุยไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทโดยเสนอจะช าระหนี้ 25 ล้านบาท ซึ่งทนายของธนาคารจะรับเงื่อนไขดังกล่าวไปเสนอคณะกรรมการของธนาคารเพื่อพิจารณา หากได้รับการอนุมัติจะดำเนินการขอถอนฟ้องบริษัทต่อไป โดยศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 21 มีนาคม2562 ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ติดตามให้บริษัทชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมในรายการดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2559

 

ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขอให้บริษัทชี้แจงการดำเนินการของบริษัทก่อนที่คณะกรรมการบริษัทจะพิจารณายินยอมชำระหนี้ 25 ล้านบาท และความเห็นของคณะกรรมการบริษัทเกี่ยวกับความสมเหตุสมผลของการดำเนินการดังกล่าว ขณะที่ที่ผ่านมาบริษัทชี้แจงว่าบริษัทขอปฏิเสธการชำระหนี้ในฐานะผู้ค้ำประกัน โดยบริษัทได้แจ้งให้ PTE
ดำเนินการติดต่อกับธนาคารเพื่อชำระหนี้ให้แก่ธนาคารตามสัญญา หรือเข้าเจรจาเพื่อขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับธนาคาร นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทมีแนวทางการติดตามการชำระหนี้ในส่วนดังกล่าวจาก PTE หรือไม่ อย่างไร

 

คำแจงของบริษัท


ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีภาระผูกพันและเงินค้ำประกันของกลุ่มบริษัทที่มีต่อ PTE คงเหลือ77.85 ล้านบาท และดอกเบี้ยจำนวน 18.09 ล้านบาท รวม 95.94 ล้านบาท โดยในไตรมาสที่ 2 ของปี2560 บริษัทได้รับจดหมายแจ้งจากธนาคารให้ชำระหนี้ตามสัญญาค้ าประกันและบอกกล่าวบังคับจำนอง บริษัทจึงรับรู้การปรับปรุงรายการค่าเผื่อประมาณการภาระผูกพันและหนี้สินจากภาระค้ำประกันจำนวน 77.85 ล้านบาท ไว้ในงบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จส าหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 (ปรับปรุงใหม่) และงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 31 ธันวาคม2559 (ปรับปรุงใหม่) และในระหว่างไตรมาสที่ 2 ของปี2560 บริษัทฯได้รับรู้ค่าเผื่อประมาณหนี้สินจากภาระค้ าประกันเพิ่มเติมจำนวน 3.85 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยค้างชำระและแสดงไว้ในงบกำไรขาดทุน


เบ็ดเสร็จสำหรับสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ดังนั้น ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2560 บริษัทฯ มีประมาณการหนี้สินจากภาระค้ำประกันรวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 81.70 ล้านบาท บริษัทได้ดำเนินการส่งหนังสือแจ้งไปยังสถาบันการเงินเพื่อขอปฏิเสธการชำระหนี้ตามหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ในฐานะผู้ค้ าประกัน และขอให้ธนาคารใช้สิทธิเรียกร้องการชำระหนี้เอากับ PTE ซึ่งเป็นลูกหนี้ชั้นต้นโดยตรง

อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2560 ทางสถาบันการเงินได้ยื่นฟ้องร้องต่อศาลแพ่ง โดยบริษัทเป็นจำเลยที่ 2 ในฐานะผู้ค้ าประกันให้แก่ PTE ซึ่งเป็นจำเลยที่ 1 ให้ร่วมกันใช้เงินจำนวน 81.70 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยคงค้างจนกว่าคดีความจะชำระเสร็จสิ้น ซึ่งบริษัทมีความต้องการที่จะเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยเพื่อเจรจาและลดผลกระทบจากรายการดังกล่าวกับทางสถาบันการเงิน โดยกำหนดวันนัดไกล่เกลี่ยเมื่อวันที่ 26 มกราคม 2561 โดย PTE ได้เสนอขอผ่อนชำระให้แก่สถาบันการเงิน แต่สถาบันการเงินได้มีเงื่อนไขเพิ่มเติมโดยให้บริษัท ลงชื่อค้ำประกันการผ่อนชำระหนี้ด้วย แต่ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถหาข้อสรุปในการเจรจาได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์2561 บริษัทได้ยื่นคำให้การต่อสู่คดี และขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อให้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย โดยศาลแพ่งเลื่อนนัดไปนัดพร้อมเพื่อฟังผลคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ในวันที่ 18 พฤษภาคม 2561 ประธานศาลอุทธรณ์ตั้งสำนวนใหม่เป็นคดีแพ่งสามัญ จึงให้ดำเนินกระบวนการพิจารณาแบบคดีแพ่งสามัญ จำเลยทั้งสองมีความประสงค์จะไกล่เกลี่ยกันโดยในวันที่ 6 กันยายน 2561 บริษัทแจ้งความประสงค์จะขอพูดคุยไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทในส่วนของบริษัท โดยเสนอจะชำระหนี้ จ านวน 25.00 ล้านบาท โดยจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับหลักประกัน(ห้องชุดเลขที่ 99/89 อาคารชุดปิ่นเกล้าคอนโดมิเนียม และห้องชุดเลขที่ 406/36 อาคารชุดจอมเทียนพลาซ่าคอนโดเทล) ในคดีที่โจทก์ได้ฟ้องกับบริษัทให้ชำระหนี้ตามค าพิพากษาอีกคดีหนึ่ง โดยมีความพร้อมชำระได้ภายใน 3 เดือนนับแต่วันนี้ ทนายโจทย์แถลงว่าจะรับเงื่อนไขดังกล่าวไปเสนอคณะกรรมการโจทย์เพื่อพิจารณา หากได้รับการอนุมัติจะดำเนินการขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2
ต่อไป คู่ความได้แถลงร่วมกันขอเลื่อนคดีไปเพื่อดำเนินการข้างต้น โดยศาลเห็นควรให้เลื่อนไปนัดพร้อมรอฟังผลเจรจาไกล่เกลี่ย และนัดสืบพยานโจทก์ในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 และนัดเพิ่มเติมและนัดสืบพยานแล้วเสร็จในวันที่ 12กุมภาพันธ์2562 โดยให้นัดฟังค าพิพากษาในวันที่ 21 มีนาคม 2562 ต่อไป หากมีความคืบหน้าบริษัทจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์ทราบต่อไป

 

อย่างไรก็ตามสืบเนื่องจากการที่ PTE ยังคงใช้เวลานานในการเจรจาซึ่งจะส่งผลกระทบกับบริษัทที่ต้องรับรู้ในส่วนของดอกเบี้ยที่เกิดจากคดีความนี้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทต้องดำเนินการพิจารณาแนวทางเพื่อให้เกิดผลเสียหายกับทางบริษัทน้อยที่สุด ฝ่ายบริหารของบริษัทจึงได้ดำเนินการขอไกล่เกลี่ยเพื่อระงับข้อพิพาทในส่วนของบริษัทตามที่สถาบันการเงินได้แจ้งไว้ โดยได้น าข้อเสนอดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2561และมีมติให้อำนาจกรรมการบริหารเป็นผู้ดำเนินการเจรจา ทำความตกลงเกี่ยวกับเงื่อนไขในการจ่ายชำระหนี้สินและภาระผูกพันกับสถาบันการเงิน โดยภายหลังจากการเจรจาแล้วเสร็จ ทางบริษัทจะดำเนินการเรียกเก็บเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการกับทาง PTE ต่อไป

 

 

 

 

 

สุกัญญา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : ทะลวงใส้ งบแบงก์ Q3/62 ใครปัง/ใครพัง

ทีมข่าวหุ้นอินไซด์ เจาะทะลวงงบไตรมาส 3/62 กลุ่มแบงก์ทั้ง 11 แห่ง ( BBL-SCB-KBANK-KTB-BAY-TMB-TISCO-TCAP-KKP-CIMBT....

CHOW รับรางวัล “บริษัทเกษียณสุข” ระดับเงิน

CHOW รับรางวัล “บริษัทเกษียณสุข” ระดับเงิน

ไม่ย้อนยุค By : แม่มดน้อย

แม่มดน้อย ขี่ไม้กวาดวิเศษ ตามกระแสโลก ไม่ย้อนยุค ต้องทำตัวให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อความสดใสในชีวิต แม้อายุจะปูนนี้แล้ว แ

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้