Today’s NEWS FEED

เวทีความคิด

เศรษฐกิจสหัรฐฯ อาจจะชลอ คาดเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า

3,360

ทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อาจชะลอในระยะข้างหน้า ท่ามกลางเงินเฟ้อคาดการณ์ที่ต่ำกว่าเป้าหมาย อาจเป็นสัญญาณสิ้นสุดดอกเบี้ยขาขึ้นของเฟด

 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.25-2.50% ในการประชุมนโยบายการเงินวันที่ 30 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2562 ทั้งนี้ การส่งสัญญาณผ่อนปรนในการดำเนินโยบายการเงินของเฟด จะช่วยประคองการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงที่เหลือของปีนี้ ทั้งนี้ แม้ตลาดมองว่ามีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2562 แต่เฟดคงไม่น่าจะส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะอันใกล้ เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอาจถูกตลาดตีความถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วัฎจักรชะลอตัวในระยะข้างหน้าได้

 

  • การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดครั้งต่อไป คงจะเผชิญกับปัจจัยท้าทายค่อนข้างสูง ทำให้มีโอกาสที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงช่วงปลายปี ทั้งนี้ แม้ว่าการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปีนี้ จะขยายตัวค่อนข้างดีที่ 3.2% QoQ,SA (โดยขยายตัวเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อนที่ขยายตัว 2%) แต่ปัจจัยที่หนุนให้เศรษฐกิจขยายตัวในระดับสูงดังกล่าวส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยชั่วคราวทั้งการปรับเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ตลอดจน การปรับลดลงของการนำเข้าสินค้า

 

นอกจากนี้ เมื่อมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงไตรมาส 2/2562 และไตรมาส 3/2562 ยังคงเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงที่อาจฉุดรั้งการขยายตัว ได้แก่ ปัจจัยในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดกำลังการผลิตของบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ ปัจจัยเสี่ยงด้านการเมืองที่ผูกโยงกับประเด็นความเสี่ยงทางการคลังของสหรัฐฯ (ประเด็นเพดานหนี้ที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ตลอดจนประเด็นการสร้างกำแพงกั้นชายแดนแม็กซิโกที่อาจส่งผลให้รัฐบาลกลางของสหรัฐฯ อาจเผชิญปัญหาในการผ่านพรบ. งบประมาณในช่วงปลายปี)

 

รวมถึงแรงกดดันเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มปรับลดลงจากระดับเป้าหมายที่ 2.0% ในระยะข้างหน้า  แม้ว่าตลาดแรงงานของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในสภาวะที่ค่อนข้างตึงตัวก็ตาม ขณะที่ ปัจจัยเสี่ยงภายนอกประเทศ ยังคงอยู่ในระดับสูง ได้แก่ การชะลอตัวลงของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจยูโรโซนซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญของสหรัฐฯ ที่มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะถดถอยค่อนข้างสูงในปีนี้

 

ด้วยสาเหตุต่างๆ ดังกล่าว จึงทำให้เฟดสามารถที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปจนถึงช่วงปลายปีนี้เป็นอย่างน้อยเพื่อช่วยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยเฟดคงส่งสัญญาณที่จะติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด (Data Dependent)

 

 

 

  • แม้ตลาดมีมุมมองความเป็นไปได้มากขึ้นที่เฟดอาจจะพิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่เฟดคงไม่น่าจะส่งสัญญาณถึงทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะอันใกล้ ทั้งนี้ ตลาดการเงินเริ่มมีมุมมองว่าเฟดอาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% ในช่วงปลายปี 2562 อย่างไรก็ดี เฟดไม่น่าที่จะส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงการดำเนินนโยบายการเงินดังกล่าวในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากเฟดน่าจะรอประเมินผลของการส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายผ่อนปรน ทั้งการสื่อสารต่อตลาดถึงมุมมองที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายการเงินตลอดทั้งปี 2562

 

รวมทั้ง การปรับเปลี่ยนการปรับลดขนาดการลดงบดุลของเฟดในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลจากระดับ 3.0 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือน เหลือระดับ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ต่อเดือนในเดือนพฤษภและสิ้นสุดมาตรการในเดือนกันยายน 2562 ว่าแนวทางดังกล่าว สามารถช่วยประคองการเติบโตทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลลบการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

 

นอกจากนี้ เฟดคงจะพิจารณาใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นๆ อาทิ การพิจารณาซื้อพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นอีกครั้ง เพื่อช่วยเพิ่มความผ่อนคลายทางการเงิน ก่อนที่จะพิจารณาการปรับลดอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะเป็นประเด็นที่มีผลต่อการปรับตัวของตลาดที่ค่อนข้างแรง เนื่องจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดอาจถูกตลาดตีความถึงแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเข้าสู่วัฎจักรชะลอตัวในระยะข้างหน้าได้

 

 

  • สำหรับผลต่อเศรษฐกิจไทย การส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ คงเป็นปัจจัยที่ตลาดการเงินรับรู้ไปบางส่วนแล้ว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวคงส่งผลต่อการปรับตัวของเงิน ดอลลาร์ฯ ที่คงไม่น่าจะปรับแข็งค่าจากระดับปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วงนี้คงจะขึ้นอยู่กับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก โดยเฉพาะพัฒนาการของการเมืองในประเทศ ขณะที่การปรับเปลี่ยนท่าทีการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดน่าจะส่งผลดีต่อการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ รวมทั้งไทย ให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นรวมทั้งสามารถที่จะดำเนินนโยบายการเงินที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น

  

สุกัญญา ศิริรวง

: รายงาน/เรียบเรียง โทร 02-276-5976 อีเมล์: reporter@hooninside.com ที่มา: สำนักข่าวหุ้นอินไซด์

บทความล่าสุด

HotNews : กูรูส่อง SET ครึ่งเดือนหลังมีลุ้นรีบาวด์ BANK - PROP เด่นสุด

กูรูทิสโก้ เปิดกลยุทธ์ SET Index บริเวณ 1600 ลงมาน่าทยอยเสี่ยงซื้อเก็งกำไรรอบสั้นๆ มองครึ่งเดือนหลังมีโอกาสรีบาวด์ทาง...

(เพิ่มเติม) "อุตตม" ชง 3 มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วน คาดเกิดเม็ดเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 2 แสนลบ.ในครึ่งหลังของปีนี้

นายอุตตม สาวนายน ได้โพสต์เฟสบุ๊คส่วนตัวว่า วันนี้กระทรวงการคลัง ได้เตรียมมาตรการกระตุ้น....

TSR นำทีม “นีโน่-เมทะนี” พรีเซ็นเตอร์โฆษณาพร้อมควบตำแหน่งหัวหน้าทีม “SAFE MAN”ปั้นแบรนด์ “SAFE”เสิร์ฟน้ำดื่มสะอาดถึงบ้าน-ให้บริการครบวงจร

TSR นำทีม “นีโน่-เมทะนี” พรีเซ็นเตอร์โฆษณาพร้อมควบตำแหน่งหัวหน้าทีม “SAFE MAN”ปั้นแบรนด์ “SAFE”เสิร์ฟน้ำดื่มสะอาดถึงบ้าน

มัลติมีเดีย

GURU แจกหุ้นเด็ด EP.1 (เดือนสิงหาคม)

ติดตามข่าววงการหุ้น News feed แบบเรียลไทม์ได้แล้วที่ http://www.hooninside.com/

สามารถติดตามหน้าเพจของ หุ้นอินไซด์ เพื่อรับข่าวเด่นและประเด็นที่คุณไม่ควรพลาดได้ตามขั้นตอนนี้