Home > News Feed
    HotNews:UACพยัคฆ์ติดปีก





    แม่ทัพ"กิตติ ชีวะเกตุ"แห่งUAC เรียกได้ว่า เป็นพยัคฆ์ติดปีกไปเรียบร้อยแล้ว หลังตะลุยสยายธุรกิจเต็มสูบ  โดยล่าสุดที่ประชุมผู้ถือหุ้นยกมืออนุมัติ ผ่านมติลงทุนโครงการพลังงานทดแทนสุโขทัย พร้อมไฟเขียวเพิ่มทุนจำนวน 22 ล้านหุ้น ขายแบบ PP คาดสรุปวันขาย ไม่เกิน15 ก.ค.  พร้อมฉายภาพธุรกิจโค้ง 2/55 รายได้บรรเจิด กว่าQ1/55 คาดรายได้ขยับขึ้นอีก10% หลังธุรกิจเทรดดิ้งขายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สดใส คำรามรายได้ปีมังกรเข้าเป้าที่10-15% ชัวร์ ระบุโครงการผลิต ชีวภาพอัดจากฟาร์สุกร เชียงใหม่ขายก๊าซให้ปตท.Q3/55 ประเมินสร้างรายให้UAC ราว  60-100 ลบ.  ลั่นไกรายได้อีก3 ปี (56-58) ข้างหน้าโตก้าวกระโดดแตะ 2,000 ลบ. แถมไม่หยุดนิ่ง เดินหน้าขยายโครงการพลังงานทดแทนใหม่/ขยายกำลังการผลิตเพิ่มต่อเนื่อง หนุนอนาคตสวยงาม


    นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ บมจ.ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์(UAC) ผู้ประกอบธุรกิจนำเข้า และจำหน่ายสารเคมี ที่ใช้ในอุตสาหกรรมน้ำมัน โรงกลั่น และ ปิโตรเคมี  กล่าวกับ Hooninside.com  ภายหลังประชุมผู้ถือหุ้น วันนี้ ( 27 มิ.ย.)  ว่า ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ได้มีมติอนุมัติวาระการประชุม เพื่อลงทุนโครงการ ผลิต ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จาก Associated Gas ในจังหวัดสุโขทัย และการเพิ่มทุนจำนวน 22 ล้านหุ้น เพื่อจัดสรรให้กับบุคคลในวงจำกัด โดยหุ้นที่เพิ่มทุนในครั้งนี้ จะขายให้กับสถาบัน  ปัจจุบันได้มีการเจราจากับสถาบันไปเบื้องต้นแล้ว โดยสถาบันก็ให้ความสนใจ ซึ่งคาดว่าจะสรุปวันขายได้ไม่เกินวันที่ 15 กรกฎาคม 2555

    "วาระการประชุมผู้ถือหุ้นในครั้งนี้ ที่สำคัญคือการขออนุมัติผู้ถือหุ้น  เพื่อลงทุนโครงการสุโขทัย และการเพิ่มทุน 22 ล้านหุ้นขาย บุคคลในวงจำกัด  ซึ่งผลประโยชน์โดยตรงที่ผู้ถือหุ้นและบริษัทฯ จะได้รับ คือโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้บริษัทฯ ได้ปีละประมาณ 300 ล้านบาท โดยหลังประชุมผู้ถือหุ้น เราจะประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ต่อ เพื่อเร่งดำเนินการโครงการนี้ต่อไป เพราะโครงการสุโขทัย เป็นโครงการที่สามารถเดินหน้าต่อได้เลย เพราะผู้รับเหมา และอุปกรณ์ต่างๆ  เราก็เตรียมไว้แล้ว   "  นายกิตติ กล่าว

    ทั้งนี้ โครงการ ผลิต ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม จาก Associated Gas ในจังหวัดสุโขทัย ใช้เงินลงทุนประมาณ 620 ล้านบาท มีกำลังการผลิต 2 หมื่นตันต่อ ปี ซึ่งผลิตผลิตภัณฑ์ ก๊าซ CNG LPG และ NGLหรือ แก๊สโซลีนธรรมชาติ  ซึ่งเงินลงทุนบริษัทฯ จะใช้เงินกู้จากสถาบันการเงินที่ให้การสนับสนุน และอีกส่วนหนึ่งจะใช้ เงินทุนในบริษัทฯ โดยคาดว่าต้องใช้ราว 200 ล้านบาท   ทั้งนี้ คาดว่าโครงการนี้ จะสามารถเดินเครื่องการผลิตและจำหน่ายก๊าซให้  บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ  ปตท. ได้ในไตรมาส1/2556  โดยจะสามารถสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯประมาณปี ละ 300 ล้านบาท

    ขณะที่ บริษัทฯ คาดรายได้ในไตรมาส2/2555  จะเติบโตเพิ่มขึ้นประมาณ 10% หรือมากกว่านั้น เมื่อเทียบกับไตรมาส1/2555  เนื่องจากธุรกิจเทรดดิ้ง หรือการขายผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ให้กับอุตสาหกรรมพลังงานและปิโตรเคมีเติบโตดีขึ้นตามลำดับ โดยปัจจุบัน มีคำสั่งซื้อในมือ (Order) อยู่ที่ 200 ล้านบาท ซึ่งพร้อมจะสามารถส่งให้กับลูกค้าทันที

    ส่วนความคืบหน้าโครงการ ผลิตก๊าซชีวภาพอัดจากฟาร์มสุกร(Compressed Bio-methane Gas) ที่ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ คาดว่าจะแล้วเสร็จและสามารถจำหน่ายก๊าซให้กับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ปตท. ได้ในกลางไตรมาส3/2555  และจะเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาทันที โดยโครงการดังกล่าว มีกำลังการผลิตประมาณ 6 ตัน/วัน หรือประมาณ 2,000-3,000 ตัน/ปี  ซึ่งสามารถขยายกำลังการผลิตได้ เป็น 8-9 ตัน/ วัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่มีอยู่ โดยหากโครงการฯ แล้วเสร็จจะสามารถสร้างรายได้ให้กับ บริษัทฯ ประมาณ 60-100 ล้านบาท ต่อปี   ส่งผลให้ บริษัทฯ คาด ผลการดำเนินงานในปี 2555 บริษัทฯ จะเติบโต10-15% จากปีก่อน ตามเป้าที่ตั้งไว้ เนื่องจากธุรกิจเทรดดิ้งและพลังงานทดแทนมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง


    นอกจากนี้  ในอีก 3 ปี จากนี้ บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้เติบโตถึงระดับ 2,000 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด หลังโครงการพลังงานทดแทนที่บริษัทฯ ดำเนินการผลิตเริ่มจำหน่ายได้ ขณะที่ธุรกิจเทรดดิ้งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  

    เขากล่าวต่อว่า บริษัทฯ ได้วางแผนการลงทุนโครงการพลังงานทดแทนใหม่ และขยายกำลังการผลิตโครงการพลังงานทดแทนที่มีอยู่แล้ว อย่างต่อเนื่อง เพราะโครงการที่จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสุโขทัยถือว่าเป็นโครงการเริ่มต้น  ซึ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้ UAC เติบโตในอนาคต โดยจะเห็นได้ว่าบริษัทฯ มีแนวทางเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ที่จะขยายโครงการลงทุนทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

***2 เซียนหุ้น ส่องกราฟ UAC ชี้ สัญญาณเทคนิคเจิดจรัส แนะลุย เล็งต้าน10 บ. ***


    นายชัยยศ จิวางกูล ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ หลักทรัพย์ บล. คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า จากการประเมินสัญญาณทางเทคนิค บมจ. ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ UACพบว่ามีแนวโน้ม ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ เพราะถือว่าสัญญาณทางเทคนิคมีแนวโน้มที่ดี พร้อมกันนี้แนะนำนักลงทุนเก็งกำไร โดยประเมินแนวรับที่ 9.30 บาท และแนวต้านที่ 10 บาท

    ด้าน นางสาวศศิมา หัตถกิจนิกร นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ราคาหุ้น บมจ. ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ UAC พบว่ามีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เพราะมีสัญญาณของการฟื้นตัว นักลงทุนสามารถเก็งกำไรได้ ทั้งนี้ประเมินแนวต้านที่ 10 บาท และแนวรับที่ 9.40 บาท


    ปิดการซื้อขายวันที่ 27 มิถุนายน 2555 ราคาหุ้น UAC อยู่ที่ 9.50  บาท เพิ่มขึ้น  0.10บาท หรือ1.06 %  มูลค่าการซื้อขาย  2.52 ล้านบาท

---จบ---

    
วันที่ : 27 มิถุนายน พ.ศ. 2555