Home > News Feed
    บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : TMT แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน ที่ 11.50 บ.

ยอดขาย 4Q55 ดีกว่าคาดและมีโมเมนตัมดีต่อในปี 56
• ปริมาณขาย 4Q55 น่าประทับใจ ปริมาณขาย 4Q55 เพิ่มขึ้นเป็น 1.1 แสนตัน เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 105%YoY และสูงขึ้น12%QoQ ดีกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 9.3 หมื่นตัน ทั้งนี้เพราะดีลเลอร์กลับมาซื้อเหล็กมากขึ้นหลังจากที่ภาคก่อสร้างมีแนวโน้มดี รวมทั้งความต้องการใช้เหล็กสำหรับก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมก็เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนที่เติบโตแข็งแกร่งมาก

• อัตรากำไรขั้นต้น 4Q55 เพิ่มขึ้นเป็น 9% จาก 8.2% ใน 3Q55 เนื่องจากราคาเหล็กในเดือนธ.ค.55 ขยับขึ้น ขณะที่บริษัทมีวัตถุดิบเหล็กแผ่นรีดร้อนต้นทุนต่ำที่มีการสต็อกไว้ในช่วงก่อนหน้า

• คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q55 เท่ากับ 82 ล้านบาท ซึ่งดีขึ้นมากจาก 4Q54 ที่ขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน 4 ล้านบาท และขาดทุนบรรทัดสุดท้าย (รวมความเสียหายจากน้ำท่วมรุนแรง) เท่ากับ 126 ล้านบาท และเมื่อเทียบ QoQ พบว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติที่ไม่รวมค่าสินไหมทดแทนจากน้ำท่วม (Core profit) ขยายตัว 5%QoQ แม้บริษัทมีการบันทึกค่าใช้จ่ายในการโฆษณา TV เข้ามาเพิ่ม 10-15 ล้านบาทในไตรมาสนี้

• แนวโน้มปี 56-57 ยังไปได้ดี โดยผู้บริหารมั่นใจว่าการเติบโตของยอดขาย 20% เป็น 4.8 แสนตัน (เฉลี่ยไตรมาสละ 1.2 แสนตัน) สามารถทำได้อย่างแน่นอน เนื่องจากมีปัจจัยหนุนหลายประการ เช่น 1) การก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เมีความคืบหน้าและผู้รับเหมารายใหญ่มีการซื้อเหล็กจาก TMT เช่น STEC สั่งซื้อสำหรับการสร้างสนามบินภูเก็ต, CK สั่งซื้อสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สีน้ำเงิน และไซยะบุรี เป็นต้น และมีโครงการขนาดใหญ่ที่จะซื้อเหล็กอีกเป็นจำนวนมากในช่วง 1-7 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นไปตามแผนการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภค 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลในช่วง 7 ปีข้างหน้า โดยมีงบลงทุนปีละประมาณ 3 แสนล้านบาท, 2) มีการก่อสร้างโรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง, 3) อุตสาหกรรมต่อรถบรรทุกและเครื่องจักรกลการเกษตรเติบโตดีต่อเนื่อง และ 4) บริษัทมีการขายเหล็กผ่าน Modern Trade มากขึ้น โดยขณะนี้ขายผ่านพันธมิตร 2 ราย คือGLOBAL และ ไทวัสดุ ซึ่งส่วนนี้มีแนวโน้มเติบโตดีตามการขยายสาขาของพันธมิตรทั้งสองบริษัท และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนมาซื้อสินค้าผ่าน Modern Trade หรือซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้รับการรับรองมาตรฐานมากขึ้น

• โครงสร้างลูกค้าของ TMT (3Q55) ประกอบด้วย ดีลเลอร์ (รวม Modern Trade ซึ่งคิดเป็น 3% ของยอดขายรวม) 32%,ก่อสร้าง & โครงสร้างเหล็ก 19%, ยานยนต์ 17%, อะหลั่ยและอุปกรณ์ 15%, โครงสร้างโทรคมนาคมและไฟฟ้า 4% และอื่นๆ13% โดยกลุ่มที่มียอดขายเติบโตดีมากใน 3Q55 เป็นกลุ่มดีลเลอร์, ก่อสร้างโรงงาน & โครงสร้างเหล็ก และยานยนต์ ทั้งนี้บริษัทมียอดขายในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่เป็นที่พักอาศัยไม่มาก

• คาดการณ์กำไรสุทธิปี 56-57 ขยายตัวดีและมีเสถียรภาพ โดยคาดการณ์ไว้ที่ 12% และ 10% ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลจากปริมาณขายที่เติบโตดี 20% และ 10% อัตรากำไรขั้นต้นปี 56-57 เฉลี่ย 8.4% ซึ่งเป็นระดับปกติของบริษัท (แต่ใน 1Q56 คาดว่าจะดีกว่าปกติเล็กน้อยที่ 9% เพราะในเดือนม.ค.56 อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10% เพราะมีสต็อกวัตถุดิบราคาต่ำ แต่ราคาขายขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ในเดือนก.พ.-มี.ค.เข้าสู่ภาวะปกติที่ 8.0-8.5%)

• แนะนำซื้อ โดยปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 11.50 บาท อิงกับ P/E ปี 56 ที่ 11 เท่า ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีในระดับปานกลางของบริษัท (เดิม 8.70 บาท) ทั้งนี้เราปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 56 ขึ้น 8% และ 20% ตามลำดับ สะท้อนผลประกอบการ 4Q55 และ 1Q56 ที่ดีกว่าคาด ผนวกกับแนวโน้มที่แข็งแกร่งของบริษัท เราชอบ TMT เนื่องจาก 1) ธุรกิจขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ ส่วนหนึ่งมาจากการที่บริษัทดำเนินธุรกิจแบบเป็นพันมิตรกับลูกค้า จึงเติบโตไปพร้อมๆกับฐานลูกค้าเดิมและจากการได้ลูกค้าใหม่, 2) บริษัทมีการพัฒนากลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ บริการ ช่องทางการตลาด สาธารณูปโภค และระบบโลจิสติกส์, 3) จ่ายปันผลสูง โดยคาดการณ์ Dividend Yield ปี 55-56 เท่ากับ 7.1% และ7.6% ตามลำดับ (จ่ายปีละ 1 ครั้ง) สำหรับความเสี่ยงหลัก คือ การซื้อวัตถุดิบ HRC ซึ่งขณะนี้ผู้ผลิตในประเทศที่ยังผลิตอยู่มีเพียงรายเดียว คือ SSI (จากเดิม 3 ราย แต่ GSTEEL และ GJS หยุดผลิตไปแล้ว) ดังนั้นบริษัทจึงมีการนำเข้าเพิ่มขึ้น (ช่วง3Q55 ซื้อในประเทศ 60% นำเข้า 40%) อย่างไรก็ดี การนำเข้ายังไม่มีปัญหาเพราะอุปทานในตลาดมีค่อนข้างสูง และราคาไม่แพง

    

 

 

(  นวพร เชื้อเมืองพาน เรียบเรียง ;โทร.02-664-4451-2 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

 

ที่มา: หุ้นอินไซด์

 


วันที่ : 07 มกราคม พ.ศ. 2556