Home > News Feed
    บล.โกลเบล็ก : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน

Market View :  แนวรับ 1,300-1,294
Technical   :  แนวรับ 1,300/1,294 แนวต้าน 1,310/1,320
หุ้นแนะนำพิเศษ :  AMATA แนวรับ  16.70แนวต้าน  17.20/ 17.80
หุ้นเด่นรายวัน  : JTS KTC TRC
             วันจันทร์ตลาดหุ้นไทยปรับลงตามตลาดหุ้นต่างประเทศและการขายทำกำไร ดัชนี SET ปิดที่ 11,304.71 จุด ลดลง 6.64 จุด(-0.51%) มูลค่าการซื้อขาย 37,741.67 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 780.92 ล้านบาท

            แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,294-1,330 แรงขายระยะสั้นตามดัชนีตลาดต่างประเทศ และการปรับตัวทางเทคนิค ทำให้การปรับตัวยืน 1,300 / 1,294 มีโอกาสกลับตัวขึ้น ในขณะที่ S50Z12 ระหว่างวันวกกลับเหนือ 887 ได้ยังคงแนวโน้มเชิงบวก ต่ำกว่าเป็นการปรับเข้าหาแนวรับ 880 / 872 SET50 ระยะสั้นวกกลับเหนือSMA5วัน 886-884 ไม่ได้แนวโน้มทดสอบแนวรับ 872 มีโอกาสกลับตัวขึ้น GFV12 เก็งกำไรในกรอบ 25,890-25,980 GFZ12 เก็งกำไรในกรอบ 26,030-26,140 SVV12 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 1,030-1,052 SVZ12 เก็งกำไรระยะสั้นในกรอบ 1,041-1,053

            กลยุทธ์ กลุ่มธนาคาร BBL SCB KBANK ปรับตัวลงแรงเป็นจังหวะเข้าซื้อเก็งกำไร กลุ่มพลังงานปรับตัวลง ซื้อเก็งกำไร PTT PTTEP กลุ่มโรงกลั่น TOP BCP กลุ่มวัสดุก่อสร้าง SCC SCCC TPIPLแนวรับสำคัญ 13.60-13.40 KWHเน้นยืน 1.38 กลุ่มพาณิชย์ MBK CPALL GLOBAL กลุ่มสื่อสาร ปรับตัวลงแรง ซื้อ ADVANC DTAC กลุ่มอสังหาฯ PF CPN RML AMATA ROJNA HEMRAJ KMC ตลาดMAI CMO TVD TRC หุ้นรายหลักทรัพย์ THAI TRUE HOTPOT ระยะกลาง ถือ รอขายแนวต้าน 1,320 บางส่วน 

หุ้นแนะนำพิเศษ
              AMATA(ปิด 16.80 บาท ซื้อ เป้าหมายปี 56 : 21 บาท) คาดปี 55 เป็น Golden Year ของ AMATA เนื่องจากคาดยอดขายที่ดินและกำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้นสู่จุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเราคาดยอดขายที่ดินปีนี้ ประมาณ 3,000 ไร่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่ผ่านมา และคาดกำไรสุทธิปีนี้ประมาณ 1,135 ล้านบาทเพิ่ม ขึ้น 22%yoy          

หุ้นเด่นรายวัน
             JTS (ราคาปิด 1.78 ซื้อเก็งกำไร) แนวโน้มผลประกอบการ 3Q55 เติบโตต่อเนื่อง จากการทยอยรับรู้งานในมือ ประกอบกับช่วงครึ่งหลังของปีบริษัทยังมีงานเข้าร่วมประมูลอีกหลายงาน นอกจากนั้นยังได้รับแรงหนุนจากการประมูล 3G ที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 16 ต.ค.55 มั่นใจรายได้ปี 55 เติบโต 5-10% YoY (ที่มา : ทันหุ้น)

             KTC (ราคาปิด 26.25 ซื้อเก็งกำไร) ผู้บริหารมั่นใจผลประกอบการ Q3 จะล้างขาดทุน
สะสมได้หมด และตั้งเป้ากลับมาทวงแชมป์ตลาดบัตรเครดิตในการอัดแคมเปญในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ ที่มา : ASTV ผู้จัดการรายวัน

             TRC (ปิด 5.70 ซื้อเก็งกำไร) เตรียมเงินลงทุนในโครงการพลังงานทางเลือกกว่า 1,000 ล้านบาทและพร้อมผลักดันให้เป็นรายได้หลักก่อนย้ายกลุ่มเข้าเทรดในกลุ่มพลังงานและตั้งเป้าย้ายเข้าไปซื้อขายใน SET ให้ได้ในปี 56

ปัจจัยบวก

         +    รมว.คลังของเยอรมนีเชื่อว่าสเปนยังไม่จำเป็นต้องขอความช่วยเหลือด้านการเงินในระยะนี้

        +    เยอรมนีมียอดเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.83 หมื่นล้านยูโรในเดือนส.ค. จากตัวเลข 1.63 หมื่นล้านยูโรในเดือนก.ค. จากการส่งออกที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการนำเข้า บ่งชี้ว่าความต้องการจากต่างประเทศเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการขยายตัวของเศรษฐกิจเยอรมนีท่ามกลางวิกฤตหนี้ภูมิภาค ขณะที่ความต้องการที่ซบเซาในประเทศส่งผลให้ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมในเดือนส.ค.ลดลง 1.3%MoM

ปัจจัยลบ
        -    มูดีส์ฯประกาศให้อันดับความน่าเชื่อถือกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือถาวรของภูมิภาค ที่ระดับ Aaa โดยมีแนวโน้ม 'เชิงลบ' ซึ่งพิจารณาจากเหตุผลที่ว่าประเทศต่างๆในยูโรโซนที่จ่ายเงินสมบทแก่กองทุน ESM ได้รับการจัดอันดับจากมูดีส์ที่ระดับ Aaa โดยให้แนวโน้มความน่าเชื่อถือเชิงลบ

         -    ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียตะวันออกรวมถึงจีนด้วย โดยปรับลดตัวเลขคาดการณ์ GDP จีนปีนี้จาก 8.2% เหลือ 7.7% และลดการประมาณการปีหน้าจากขยายตัว 8.6% เหลือ 8.1% ทำให้เกิดความกังวลถึงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวทั่วโลก ทั้งนี้ธนาคารโลกได้คาดการณ์ GDP ไทยปีนี้ที่ 4.5%

          -    องค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจ (OECD) เปิดเผยว่าดัชนีชี้นำเศรษฐกิจในกลุ่มสมาชิกลดลงจาแตะ 100.1 จาก 100.2 ในเดือนก.ค. บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจของประเทศพัฒนาขนาดใหญ่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในหลายเดือนข้างหน้าและยังคงอ่อนแอในไตรมาสต่อๆไป

          -    ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในประเทศของ เยอรมนีร่วงลง 0.5% ในเดือนส.ค.จากที่เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนก.ค. ส่งสัญญาณว่าเศรษฐกิจเยอรมนีกำลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตหนี้ในภูมิภาคที่ยืดเยื้อ

ปัจจัยที่ต้องจับตา
ในประเทศ
    * 15 ต.ค.กระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเอเชีย-ยุโรป (อาเซม) ครั้งที่ 10
    * 16 ต.ค. ก.ส.ท.ช เปิดซองประมูลใบอนุญาต 3G บนคลื่นความถี่ 2.1 GHz 
    * 17 ต.ค.กำหนดการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
    * 26 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานแนวโน้มเงินเฟ้อ 
    * 26 ต.ค. สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรมประจำเดือน
    * 26 ต.ค. ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานภาวะเศรษฐกิจไทยประจำเดือน

ต่างประเทศ
    * 9 ต.ค.รัฐมนตรีคลังอียู 27 ประเทศสมาชิกจะจัดประชุมที่ลักเซมเบิร์ก
         นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคล ของเยอรมนี จะเดินทางเยือนกรีซ
        ฝรั่งเศส  เปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนส.ค.
         อังกฤษ  เปิดเผยการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค. / ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนส.ค.
    * 10 ต.ค.  ญี่ปุ่น IMF เปิดเผยรายงานเสถียรภาพการเงินโลก (GFSR) / ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเดือนก.ย. (ตัวเลขเบื้องต้น)
     ฝรั่งเศส เปิดเผย ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค.
     อิตาลี เปิดเผยผลผลิตอุตสาหกรรมเดือนส.ค.
     สหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจการยื่นขอสินเชื่อจำนองรายสัปดาห์ / ยอดค้าส่งเดือนส.ค. / ธนาคารกลางสหรัฐ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ(Beige Book)
    * 11 ต.ค.กลุ่มจี 7 ประชุมหารือเรื่องวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซน นโยบายการคลังของสหรัฐ และการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวของญี่ปุ่น
    * 23-24 ต.ค.กำหนดประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC)

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ
ตลาดหุ้นดาวโจนส์     ลดลง 26.50 จุด
             ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวลดลง 26.50 จุด นักลงทุนวิตกกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก(ไม่รวมญี่ปู่น)ในปีนี้ลง 0.4% จากระดับ 7.6% เป็น 7.2% นอกจากนี้ธนาคารโลกยังเตือนเศรษฐกิจเอเชียตะวันออกมีโอกาสที่จะลดลงอีก 2% ในปีหน้าหากวิกฤติหนี้ยูโรโซนยังยืดเยื้อ นอกจากนี้ตลาดยังถูกกดดันจากรายงานผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในเยอรมันที่ปรับตัวลดลง 0.5% ในเดือนส.ค. จากที่เพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนก.ค.ทำให้ปิดตลาดดัชนีดาวโจนส์ลดลง 26.50 จุด หรือ 0.19% ปิดที่ 13,583.65 จุด ดัชนี S&P 500 ลดลง 5.05 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 1,455.88 จุด และดัชนี Nasdaq ลดลง 23.83 จุด หรือ 0.76% ปิดที่ 3,112.35 จุด

ตลาดน้ำมัน NYMEX ลดลง 0.55 เหรียญ
            ราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 55 เซนต์ ตลาดได้รับแรงกดดันเช่นเดียวกับตลาดหุ้นวอลสตรีทคือนักลงทุนวิตกกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออก(ไม่รวมญี่ปู่น)ในปีนี้ลง 0.4% จากระดับ 7.6% เป็น 7.2% และปรับลดอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจจีนจากที่คาดว่าจะขยายตัว 8.2% เหลือ 7.7% ทำให้ปิดตลาดราคาน้ำมันดิบที่ตลาดล่วงหน้า NYMEX ส่งมอบเดือนพ.ย.ลดลง 55 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 89.33 ดอลลาร์/บาร์เรลส่วนราคาน้ำมันดิบ BRENT ลดลง 20 เซนต์  หรือ 0.2% ปิดที่ 111.82 ดอลลาร์/บาร์เรล

ตลาดหุ้นฮั่งเส็ง
            ดัชนีปรับตัวลงตามตลาดหุ้นจีนและการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจจีนจากธนาคารโลกที่มีแนวโน้มขยายตัว 7.7%ในปีนี้ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 10 ปี การทดสอบไม่ผ่านแนวต้าน 21,000 และปริมาณการซื้อขายยังไม่เพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ เป็นการชะลอการกลับเข้าตลาดเพื่อรอการเปิดเผยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากทางการจีนในวันที่ 18 นี้ การปรับตัวระยะสั้นมีแนวรับSMA10วัน 20,772 และ 20,490

ตลาดหุ้นนิกเกอิ
            ลักษณะการเรียงตัวของแท่งเทียนเริ่มส่งสัญญาณบวกด้านเทคนิค การปิดตัวด้วยแท่งเทียนโดจิแสดงถึงแรงขายแต่ปริมาณการซื้อไม่เพิ่มขึ้นมาเนื่องจากระดับดัชนีได้ปรับลงมากแล้ว ดังนั้นการเคลื่อนไหวในระหว่างวันหรือการกลับตัวเหนือSMA5วัน 8,830 เป็นสัญญาณบวก ไม่ควรต่ำกว่าลงมา ในขณะที่รูปแบบหลักจะมีแนวรับสำคัญที่จุดต่ำรอบที่ผ่านมา 8,730 และGAPแนวรับ 8,695               
               















































    

 

 

(พัชราภรณ์ ปุราทาเน เรียบเรียง ;โทร02-664-4451-2 อีเมล์: reporter@hooninside.com )

 

ที่มา: หุ้นอินไซด์

 


วันที่ : 09 ตุลาคม พ.ศ. 2555