วัน พฤหัสบดี ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
Home > ชุมนุมเซียน
    ผลกระทบต่อตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ของไทย

ผลกระทบต่อตลาดตราสารทุนและตลาดตราสารหนี้ของไทยจากการที่ S&P ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศสหรัฐฯ"

ตลาดตราสารทุน: ประเทศไทย
ในช่วงนี้ บลจ. คิดว่าตลาดมีความผันผวนอย่างมีนัยสำคัญ หรืออาจกล่าวได้ว่าไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะคาดการณ์ว่าจริงๆแล้วเศรษฐกิจของสหรัฐฯ กำลังมุ่งหน้าสู่สภาวะถดถอยหรือไม่ จากข้อมูลปัจจุบันทำให้ทราบว่าสภาวะอ่อนตัวที่กำลังดำเนินอยู่อาจต่อเนื่องยาวนานและมีผลกระทบมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา S&P ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือจากปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จาก AAA เหลือแค่ AA+ พร้อมมุมมองในเชิงลบ สถานการณ์นี้ทำให้ FEDและรัฐบาลของสหรัฐฯ ประสบปัญหาในการฟื้นฟูสภาพเศรษฐกิจรวมถึงความเชื่อมั่นของธุรกิจและผู้บริโภคที่ถูกบั่นทอนมากขึ้น

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยคงสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ได้ บลจ.เชื่อว่าด้วยการบริหารจัดการนโยบายทางการเงินและการคลังที่รอบคอบ เศรษฐกิจไทยยังคงสามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้โดยไม่มีผลกระทบมากดังเช่นวิกฤตการณ์คราวก่อน สมมติฐานในขณะนี้ คือ การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ กำลังเดินไปสู่การชะลอตัว แต่ไม่ถึงกับเข้าสูภาวะถดถอยอย่างเต็มตัว วัฏจักรของธุรกิจที่อ่อนแอลง (สะท้อนให้เห็นในดัชนี ISM ของสหรัฐฯ และดัชนีคำสั่งซื้อสินค้าใหม่) จะทำให้กิจกรรมการผลิตในเอเชียลดลง ซึ่งชี้ให้เห็นถึงการเติบโตของการส่งออกที่ชะลอตัวลงอย่างมากในเดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ผลกระทบในด้านลบต่อการส่งออกของไทยสามารถชดเชยได้บางส่วนจากการนำเข้าที่ลดลง (หากรวมราคาน้ำมันตลาดโลก) การใช้จ่ายของผู้บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนในระยะกลางจะได้รับผลกระทบเล็กน้อยเนื่องจากภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่ซบเซารวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐท้ายสุด บลจ.ยังเชื่อว่า จากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน (ตลาดงานที่เข้มแข็ง เงินออมในระดับสูง และงบดุลของบริษัทที่แข็งแกร่ง) อุปสงค์จากภายในประเทศจะฟื้นตัวระหว่างการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกนี้

ผลกระทบต่อตลาดหลักทรัพย์ไทย
ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดโดยดัชนีลดลงอย่างรุนแรงไปอยู่ที่ราว 1,080 จุดในวันจันทร์ เนื่องจากความกลัวว่าเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะถอยกลับไปสู่สภาวะถดถอย บวกกับผลจากการลดอันดับความน่าเชื่อถือเรื่องปัญหาหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ จาก AAA เป็น AA+ เสริมด้วยผลการวิเคราะห์ภาพรวมในแง่ลบจาก S&P และความวิตกกังวลที่รุนแรงขึ้นเกี่ยวกับหนี้สาธารณะของประเทศอิตาลีและสเปน ซึ่งเป็นเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับสามและสี่ของยุโรป การซื้อขายหุ้นแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทั่วโลกมีน้ำหนักมากกว่าผลของการคาดการณ์การเติบโตของรายได้ในประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยส่งเสริมตลาดตราสารทุนของไทย ตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่าการซื้อขายลดลงเนื่องจากผลกระทบของปัจจัยเสี่ยงภายนอกแม้เศรษฐกิจของประเทศจะเข้มแข็งและกำไรจะสูงขึ้น นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1.1 หมื่นล้านบาทในช่วง 2วันก่อน ทำให้ยอดซื้อสะสมของนักลงทุนต่างชาติลงเหลือ 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการที่เกินคาดหมายของตลาดหุ้นไทย ยอดซื้อสะสมสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ และการซื้อขายแบบหลีกเลี่ยงความเสี่ยง ทำให้ บลจ.คาดว่านักลงทุนต่างชาติจะขายหุ้นไทยออกมามากขึ้นในระยะสั้น ณ ระดับนี้ อัตราความเสี่ยงต่อผลตอบแทนของหุ้นไทยอาจไม่เป็นที่ดึงดูดใจมากนัก (อย่างน้อยก็สำหรับนักลงทุนต่างชาติ) อย่างไรก็ตาม ในระยะยาว บลจ.ยังเชื่อว่าตลาดจะกลับมา(คาดว่า จากระดับที่ต่ำกว่านี้ ) เนื่องจากเศรษฐกิจไทยและปัจจัยพื้นฐานเรื่องรายได้ กระแสเงินทุนจะเริ่มไหลกลับเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ และสินทรัพย์เสี่ยงอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มสงบลง เศรษฐกิจโลกไม่ถดถอย (ข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจที่ไม่ลดลง) หรือ FED อาจมีการเคลื่อนไหว (มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณระลอกที่ 3 หรือมาตรการอื่น)



ตลาดตราสารหนี้ : ประเทศไทย
สถานการณ์ของตลาด
S&P ทำการลดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ โดยลดจากระดับ AAA ไปเป็น AA+ พร้อมมุมมองในเชิงลบ หมายความว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการลดอันดับความน่าเชื่อถืออีกใน 12- 18 เดือนข้างหน้า ไม่มีใครคาดถึงการลดอันดับนี้ แต่มันเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐฯ ปัญหาหนี้ของยุโรป และการฟื้นตัวจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในเดือนมีนาคมของญี่ปุ่น การลดอันดับหนี้ของสหรัฐฯ กลบข่าวการซื้อพันธบัตรที่ธนาคารกลางแห่งยุโรปได้ทำขึ้นเพื่อช่วยอิตาลีและสเปนไม่ให้ผิดนัดชำระหนี้ หน่วยงานจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่นอีก 2 แห่ง มูดดี้และฟิชต์ ยังจัดอันดับหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ที่ AAA เช่นเดิมIn to Thai Marketการซื้อขายหลักทรัพย์ช่วงแรกของเช้าวันจันทร์ ราคาพันธบัตรของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากยังมีการมองกันว่าเป็นหนึ่งในการลงทุนที่ปลอดภัยที่มีอยู่ไม่มากนัก ทองคำแตะที่ 1,700 เหรียญต่อออนซ์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งแรกตลาดในประเทศ

ช่วงเช้าวันจันทร์ อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับราคาปิดเมื่อวันศุกร์ ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงอีก 3-5 bps. โดยหลักในช่วงพันธบัตรอายุ 3-5 ปี เนื่องจากความต้องการของนักลงทุนเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนระยะสั้นปรับตัวขึ้นเนื่องมาจากการที่นักลงทุนต่างประเทศขายเพื่อย้ายเงินลงทุนไปที่ตราสารระยะยาวขึ้น กราฟของเส้นอัตราการกู้ยืมระหว่างสถาบันการเงิน (swap curve) พันธบัตรอายุ 3-6 เดือน ยังแสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวเล็กน้อย ตอนปลายช่วงสั้นๆ ของเส้นอัตราผลตอบแทน จะแสดงปฏิกิริยาที่แท้จริงของการประมูลในวันอังคาร เมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะทำการประมูลราคาพันธบัตรอายุ 1, 3 และ 6 เดือน

มุมมองต่อนโยบายอัตราดอกเบี้ย
ธนาคารแห่งประเทศไทยควรให้ความสำคัญแก่การชะลอตัวของเศรษฐกิจ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินครั้งถัดไป เนื่องจากการชะลอตัวของสหรัฐฯ ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ยังมีแรงกดดันต่อการส่งออกและเศรษฐกิจของไทยโดยรวม และอาจลดแรงกดดันของเงินเฟ้อในครึ่งหลังของปี 2554

By : บลจ.ยูโอบี (ไทย)

    วันที่ : 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554
Share
 
 
 
    หุ้น Yield Value Rank
    หุ้น Market Cap Rank
    หุ้น Closing Rank
    หุ้น Book Value Rank
    หุ้น P/E Ratio Rank
    www.gloryskygroup.com
    www.thaivi.com
    www.lsx.com.la
    
      
      
     สงวนลิขสิทธิ์ © 2002 - 2011 โดย Hooninside.com